xs
xsm
sm
md
lg

บอร์ด สปสช.เห็นชอบเกณฑ์จัดสรรงบขาลง "บัตรทอง" ปี 63 เพิ่มสิทธิประโยชน์เพียบ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


บอร์ด สปสช. เห็นชอบหลักเกณฑ์จัดสรรงบขาลง "บัตรทอง" ปี 63 เพิ่มสิทธิประโยชน์ทั้งงบผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน เพิ่มบริการตรวจคัดกรองยีนแพ้ยา ตรวจยืนยันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตธาลัสซีเมีย เพิ่มวัคซีนโรตาไวรัส

วันนี้ (1 ก.ค.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด สปสช. เห็นชอบข้อเสนอหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ปีงบประมาณ 2563 หรือการจัดสรรงบขาลง ซึ่งคาดว่าจะได้รับงบประมาณปี 2563 จำนวน 190,601.71 ล้านบาท แบ่งเป็นงบเหมาจ่ายรายหัวจำนวน 173,750.40 ล้านบาท งบค่าบริการอื่นนอกงบเหมาจ่าย 7 ประเภทจำนวน 16,824.30 ล้านบาท และงบเพิ่มเติมเฉพาะกรณี 27 ล้านบาท ซึ่งหลังหักเงินเดือนบุคลากร สธ. จะเหลือเงินจำนวน 140,769.13 ล้านบาท

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2563 ส่วนใหญ่คงการบริหารเหมือนปี 2562 แต่เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ใหม่หรือปรับปรุงการจ่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้ 1.ส่วนงบเหมาจ่ายรายหัว กรณีงบผู้ป่วยนอก ได้แก่ เพิ่มบริการตรวจคัดกรองยีน HLA`B*1502 เพื่อป้องกันอาการสตีเวนส์ จอห์นสัน ซินโดรม จากการแพ้ยา Carbamazepine, เพิ่ม ยา จ.(2) Donepezil สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระดับรุนแรงน้อยถึงปานกลาง การจ่ายบริการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เบื้องต้น (Fit Test) รวมไปกับเหมาจ่ายผู้ป่วยนอกทั่วไป กรณีงบผู้ป่วยใน อาทิ รวมการบริการตรวจยืนยันมะเร็งลำไส้ใหญ่ เพิ่มรายการจ่ายชดเชยแบบบริการผ่าตัดวันเดียวกลับบ้านระหว่างปีได้ภายใต้วงเงินที่มี กระจายอำนาจให้ระดับเขตกำหนดอัตราจ่ายเงื่อนไขพิเศษระดับเขต สนับสนุนประสิทธิภาพการเบิกจ่ายของหน่วยบริการ พัฒนาในกระบวนการตรวจสอบเพื่อให้หน่วยบริการได้รับการจ่ายชดเชยรวดเร็วขึ้น

2.งบบริการเฉพาะ ได้ปรับแนวทางจัดบริการผู้ป่วยวัณโรคใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์วัณโรคระดับชาติ ปี 2560-2564 ค้นหาในกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงสูง, เริ่มบริการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตกรณีธาลัสซีเมีย, พัฒนาระบบการเทียบเคียงจ่ายค่าหัตถการตามรายการสำหรับกรณีส่งต่อผู้ป่วยนอกข้ามจังหวัด, ปรับจ่ายชดเชยยาโคลพิโดเกรลจากยาเป็นเงิน แยกการจ่ายชดเชยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อประกอบวินิจฉัยการสั่งใช้ยาบัญชี จ(2) จากเดิมรวมอยู่ในรายการจัดหายา

3.การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ได้ปรับเพิ่มหลายรายการ อาทิ เพิ่มวัคซีนโรตาไวรัสเพื่อป้องกันโรคท้องร่วงในเด็ก เพิ่มยาเมดาบอนป้องกันยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัยนำร่อง คัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรมในหญิงตั้งครรภ์อายุ 35 ปีขึ้นไป ปรับการจ่ายชดเชยแบบตามรายบริการในบริการตรวจและป้องกันสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์ เพิ่มบริการเคลือบฟลูออไรด์ในเด็กอายุ 4-12 ปีและเคลือบหลุมร่องฟันในเด็กอายุ 6-12 ปี เพิ่มทางเลือกคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีเจาะลึกระดับดีเอ็นเอ(HPV DNA test) และเริ่มนำร่องการพัฒนาระบบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP New model) ในเขตพื้นที่ กทม.หรือเขตที่มีความพร้อมเช่นเดียวกับกรณีบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ มีการปรับการจัดการให้สอดคล้องตามประกาศหลักเกณฑ์การดำเนินงานและบริหารจัดการกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด พ.ศ. 2562 ขณะที่บริการแพทย์แผนไทยได้ปรับให้เป็นการจ่ายตามผลงานบริการทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังปรับปรุงบริการนอกงบเหมาจ่าย ทั้งนำร่องบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี (PrEP) เริ่มบริการล้างไตช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (APD) และพัฒนาระบบการบริหารจัดการรองรับหากไม่มีปัญหาค่าใช้จ่ายเรื่องเครื่องอัตโนมัติที่ทำให้ค่าบริการเพิ่มขึ้นและการขยายการดูแลกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนครอบคลุมทุกสิทธิและทุกกลุ่มอายุ


กำลังโหลดความคิดเห็น...