xs
xsm
sm
md
lg

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์รักษาผิวกระจกตาบกพร่อง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รศ.พญ.ภิญนิตา ตันธุวนิตย์
ภาควิชาจักษุวิทยา

กระจกตาปกติของคนเรามีความใสและผิวเรียบ ทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆได้ชัดเจน การที่กระจกตาสามารถคงความใสอยู่ได้ ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญคือ สเต็มเซลล์ของผิวกระจกตา

สเต็มเซลล์ของผิวกระจกตา
ทำหน้าที่เปรียบเสมือนโรงงานคอยสร้างเซลล์ผิวกระจกตาขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่ตายไปตลอดเวลา ทำให้ผิวกระจกตาคงความใสและไม่เป็นแผล ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเขื่อนป้องกันไม่ให้เส้นเลือดจากเยื่อตารุกเข้ามาในกระจกตาได้ โดยสเต็มเซลล์อยู่ที่ตำแหน่งรอยต่อของกระจกตาและเยื่อตาที่เรียกว่า “ลิมบัส”

ภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่อง
สาเหตุภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องพบได้ในโรคหลายชนิด เช่น ตาที่ได้รับอันตรายจากสารเคมีเข้าตา กลุ่มอาการสตีเวนจอห์นสันการติดเชื้อที่กระจกตา การอักเสบที่กระจกตา ตาที่ได้รับการผ่าตัดหลายๆ ครั้งโรคต้อเนื้อขั้นรุนแรง เป็นต้น เมื่อสเต็มเซลล์บกพร่องทำให้มีเส้นเลือดรุกเข้ามาในกระจกตา กระจกตาขุ่น เกิดแผลถลอกที่ผิวกระจกตา กระจกตาติดเชื้อ ทำให้ผู้ป่วยมีสายตามัวลง

การรักษาทำอย่างไรได้บ้าง
ภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่อง เป็นภาวะที่รักษาได้ยาก ในผู้ป่วยที่มีภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องนั้น เปรียบเสมือนไม่มีโรงงานที่คอยสร้างเซลล์ และไม่มีเขื่อนที่คอยป้องกันเส้นเลือดซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาตามวิธีมาตรฐานไม่สามารถรักษาภาวะสเต็มเซลล์บกพร่องได้ และเส้นเลือดยังสามารถรุกเข้ามาในกระจกตาจนบดบังการมองเห็น ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีสเต็มเซลล์บกพร่องอย่างรุนแรงจึงจำเป็นต้องทำการรักษาโดยการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตา

วิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของผิวกระจกตา ปัจจุบันมี 3 วิธีที่นิยม คือ
1. การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อลิมบัส CLET(Cultivated Limbal Epithelial Transplantation) คือ การใช้ลิมบัสขนาดเล็ก 2x2 มิลลิเมตรไปเพาะเลี้ยงบนเยื่อรกในห้องปฏิบัติการจนเซลล์เจริญเติบโตแผ่ออกมาได้พื้นที่ขนาดประมาณ 3x3 เซนติเมตร แล้วจึงนำมาปลูกถ่ายบนผิวกระจกตาของผู้ป่วย โดยลิมบัสที่นำมาเพาะเลี้ยงได้จากตาที่ดีอีกข้างของผู้ป่วยหากผู้ป่วยเป็นโรคทั้งสองตา จะใช้ลิมบัสจากญาติสายตรง หรือตาบริจาคของผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งหากเป็นลิมบัสจากผู้อื่น ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยากดภูมิเพื่อลดการเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน

2.การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์โดยการเพาะเลี้ยงเยื่อบุปาก COMET(Cultivated Oral Mucosal Epithelial Transplantation)คือการใช้เยื่อบุปากของผู้ป่วยขนาดเล็ก 5x5 มิลลิเมตร เพาะเลี้ยงบนเยื่อรกในห้องปฏิบัติการ แล้วจึงนำมาปลูกถ่ายบนผิวกระจกตาของผู้ป่วย เนื่องจากเซลล์เยื่อบุปาก มีคุณลักษณะคล้ายเซลล์ผิวกระจกตาอีกทั้งเป็นเนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ต้องได้รับยากดภูมิ

3. การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อลิมบัสโดยไม่อาศัยการเพาะเลี้ยง SLET(Simple LimbalEpithelial Transplantation)คือ การตัดเนื้อเยื่อบริเวณลิมบัสมาขนาดประมาณ2x2 มิลลิเมตร คล้ายวิธีที่ 1 แต่ไม่ต้องนำเนื้อเยื่อนั้นไปเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องปฏิบัติการ สามารถนำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆเป็นจำนวน 20-30 ชิ้น วางบนกระจกตาผู้ป่วยที่ลอกเอาพังผืดออกและวางเยื่อรกคลุมผิวกระจกตาไว้แล้วหลังจากนั้นเซลล์สามารถเจริญเติบโตออกมาจากลิมบัสชิ้นเล็กๆจนเต็มผิวกระจกตาได้ดังนั้นวิธีนี้ใช้หลักการเลียนแบบการเพาะเลี้ยง แต่ปลูกถ่ายโดยตรงในตาผู้ป่วยโดยไม่ต้องอาศัยการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการโดยเทคนิคศิริราชพบว่าการผ่าตัดด้วยวิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อลิมบัสโดยไม่อาศัยการเพาะเลี้ยงนี้ สามารถปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ให้กับผู้ป่วยประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี มีความสำเร็จในการรักษาสูงทัดเทียมกับวิธีการเพาะเลี้ยง อีกทั้งมีความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการรักษากว่าการเพาะเลี้ยง เนื่องจากไม่ต้องอาศัยห้องปฏิบัติการ

ดังนั้นแนวทางการรักษาผู้ป่วยภาวะสเต็มเซลล์ผิวกระจกตาบกพร่องของโรงพยาบาลศิริราชในปัจจุบันจึงพิจารณาทำการผ่าตัดด้วยวิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อลิมบัสโดยไม่อาศัยการเพาะเลี้ยง(SLET)หากผู้ป่วยไม่เหมาะสมที่จะทำการผ่าตัดด้วยวิธีนี้จะพิจารณาผ่าตัดตามวิธีที่เหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
********
กิจกรรมดี ๆ ที่ศิริราช
#จัดอบรมเรื่อง “การเสริมศักยภาพเด็กที่มีภาวะออทิสติก”ในวันที่ 21 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00-15.30 น.ณ ห้องประชุมตรีเพ็ชร อาคาร ๑๐๐ ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ชั้น 15ขอเชิญครู ผู้ปกครองและบุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจลงทะเบียนและดูรายละเอียดได้ที่ http://www.sirirajconference.com (ภายใน17 มิถุนายน 2562) สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2419 5830-1 (อัยยะวรรณ ราชภักดี)

#จัดอบรมเพิ่มพูนความรู้และการจัดการดูแลผู้เป็นเบาหวาน ประจำปี 2562ภายใต้หัวข้อ“DIABETES INTELLIGENT MANAGEMENT” ระหว่างวันที่ 19 - 21 มิถุนายน 2562 เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ห้องประชุมศูนย์วิจัยการแพทย์ศิริราช (SiMR101) ชั้น 1 รพ.ศิริราชขอเชิญแพทย์ พยาบาล เภสัชกร บุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจลงทะเบียนและดูรายละเอียดได้ที่ http://si.mahidol.ac.th/sdc สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2419 9568-9 ต่อ 111, 105 (ไชยพร, ธาวินี)


กำลังโหลดความคิดเห็น...