xs
xsm
sm
md
lg

สภากาชาดไทย ยันไม่มีข้อมูล "กัญชา" รักษาเอชไอวี ย้ำอย่าทิ้งการรักษาด้วยยาต้านไวรัส

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สภากาชาดไทย ชี้ยังไม่มีข้อมูล "กัญชา" รักษาเอชไอวีได้ แต่อาจทำร่างกายกระชุ่มดระชวยขึ้น ย้ำยาต้านไวรัสเป็นการรักษาที่ดีที่สุด ขออย่าทิ้งการรักษา ด้านเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ชี้นอนติดเตียงอาจเพราะโรคฉวยโอกาสอื่นๆ ส่วนเชื้อไวรัสให้ผลลบ อาจเพราะใช้ยาต้าน ยันกัญชาไม่ใช่ยาครอบจักรวาล

จากกรณีข่าวสามีภรรยาติดเชื้อเอชไอวีมานานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะฝ่ายภรรยาที่อาการไม่ดี นอนไม่ได้สติ แต่พยาบาลวิชาชีพแนะนำให้ใช้น้ำมันกัญชา โดยปรากฏว่าหยดวันละ 1 หยดแล้วอาการดีขึ้น จนขยับตัวได้

วันนี้ (29 พ.ค.) นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ไทยเริ่มให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี โดยไม่ดูค่า CD4 มากว่า 4 ปีแล้ว ซึ่งได้รับการยอมรับว่า เป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดและได้ผลดี ทั่วโลกให้การยอมรับ ส่วนกรณีพบสามีภรรยาที่หยอดน้ำมันกัญชาแล้วอาการดีขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า น้ำมันกัญชาสามารถลดเชื้อเอชไอวีได้หรือไม่ เชื่อว่าการได้รับน้ำมันกัญชาน่าจะทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยขึ้น แต่ยังยืนยันว่า ยาอะไรก็ไม่ดีเท่ากับยาต้านไวรัสที่ไทยแจกฟรีในขณะนี้ และอยากขอเตือนผู้ติดเชื้อเอชไอวีว่า อย่าไปเชื่อเรื่องการใช้สมุนไพรรักษาโรค จนทิ้งการรักษาหลักหรือไม่รับประทานยา เพราะอาจจะเป็นภัยกับตัวของผู้ป่วยและภรรยาเอง หากจะใช้สมุนไพรก็ขอให้ใช้เป็นในรูปแบบอาหารเสริม อย่างไรก็ตาม หากมีการระบุว่าได้รักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ยิ่งน่าเป็นห่วง เพราะอาจจะเกิดการดื้อยาได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็ต้องไปแจ้งกับแพทย์เพื่อทำการเปลี่ยนยาให้

นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย กล่าวว่า กรณีนี้ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร แต่ส่วนตัวมองว่า กัญชาไม่ใช่ยาครอบจักรวาล และคงต้องแยกส่วนกัน กรณีที่บอกว่า ถ้าผลตรวจเป็นลบ ต้องดูว่าที่ผ่านมาเขารักษาด้วยยาต้านไวรัสจนสามารถกดเชื้อเอชไอวีต่ำมากๆ หรือไม่ อีกประเด็นเราไม่รู้ว่าที่นอนติดเตียงเพราะป่วยเป็นโรคฉวยโอกาสอื่นๆ หรือไม่ ต้องแยกแยะการใช้น้ำมันกัญชาที่อาการดีขึ้นอาจจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเอชไอวี ทั้งนี้ การรักษาเอชไอวีที่เป็นมาตรฐานทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยคือการรับยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุด ดังนั้น ขอผู้ติดเชื้อฯ อย่าผลีผลาม หากทิ้งการรักษาด้วยยาต้านไวรัส หันไปพึ่งการรักษาทางเลือกที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ อาจจะทำให้เสี่ยงเกิดการดื้อยา รักษายาก ซึ่งเราเคยมีบทเรียนมาแล้วในอดีต


กำลังโหลดความคิดเห็น...