xs
xsm
sm
md
lg

ไทยโชว์งานอาร์ต ในเวทีเวนิสเบียนนาเล่ อิตาลี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เริ่มแล้ว งานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 58 ณ เมืองเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี จัดขึ้นวันที่ 11 พฤษภาคม ถึง 24 พฤศจิกายน 2562 โดยศิลปินกว่า 80ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมจัดแสดง

ประเทศไทยเป็นหนึ่งที่เข้าร่วมจัดแสดง โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม นำโดยนายธวัชชัย สมคง ภัณฑารักษ์ของศาลาไทย พร้อมด้วย 3 ศิลปิน ได้แก่ นายปัญญา วิจินธนสาร นายสมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ 2 ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และ นายกฤช งามสม ศิลปินสื่อสมัยใหม่ จัดนิทรรศการศาลาไทย (Thai Pavalion) ภายใต้แนวคิด "โลกยังคงหมุนไป" เนื้อหานิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า และความจริง ที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทย และชาติตะวันตก ในงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 58
นายธวัชชัย เล่าให้ฟังว่า คอนเซ็ปต์ของงานจะเกี่ยวกับ เรื่องเล่า ความจริง และประวัติศาสตร์ โดยเชื่อมโยงเหตุการณ์สำคัญๆ ทั้งในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในประเทศตะวันตก อย่างผลงานของ นายปัญญา ชื่อ Dragon Fox เป็นงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า Lion Fox ซึ่งเป็นแนวคิดเกี่ยวกับผู้นำของชาวตะวันตก เมื่อ 500 ปีที่แล้ว ขณะที่ผลงานของ นายกฤช ชื่อ "ม้ากัณฐกะ" เป็นงานในเชิงนามธรรม สื่อถึงหลักธรรมอริยสัจสี่ ในศาสนาพุทธ ที่มุ่งเน้นให้คนใช้ปัญญา เพื่อค้นพบตัวเอง และนำพาความสงบสุขมาสู่ชีวิต งานของนายสมศักดิ์ เป็นการตีความเรื่องเล่า และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในมุมมองเชิงศิลปะ ผ่านโศกนาฏกรรม ตำนาน แม่นากและเรื่องราวของสุสานทหารสัมพันธมิตร จ.กาญจนบุรี

"ภาพรวมของงานเน้นวิถีความเป็นไทยเชื่อมโยงกับตะวันตก ถ่ายทอดงานศิลป์ผ่าน เรื่องเล่า ความจริงและประวัติศาสตร์ และรูปแบบการนำเสนอที่มีมิติแตกต่างกันไป"

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่งานจิตรกรรมเชิงนามธรรมของไทยจะถูกนำเสนอในงานเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่58 ผลงานของผมโฟกัสไปที่เหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไทยมีส่วนร่วมในการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ โดยภาพเขียนทั้ง 5 ภาพ ในชุด สงครามโลกครั้งที่ 2 ประกอบด้วยสถานที่ 5 แห่งใน จ. กาญจนบุรี เช่น สุสานดอนรัก สุสานที่ถ้ำกระแซ ช่องเขาขาดและสะพานข้ามแม่น้ำแคว นอกจากนี้ยังผลงานชุด Love Story เรื่องเล่า ตำนานแม่นากพระโขนง ที่มีการสืบค้นประวัติย้อนไปยังจุดเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นการสร้างภาพ 2 ด้านเช่นเดียวกับโลกคู่ขนาน โดยใช้เทคนิคสีอคิริคบนผ้าใบเป็นภาพจริงส่วนอีกภาพหนึ่งถูกก็อปปี้โดยกระบวนการถ่ายภาพอัดกลับค่าเป็นสีเนกาตีฟ นำเสนอด้วยเทคนิคการจัดวางในตู้ไฟ ให้มุมมองเกี่ยวกับความตายและชีวิตหลังความตายเปรียบเสมือนสองด้านของเหรียญ ที่อยู่ร่วมกันในความต่าง

นายปัญญา กล่าวว่า นอกจากผลงาน Dragon Fox แล้วยังมีผลงานชุด A Half of Past six ที่ต้องการสื่อสารศิลปะไทยไปสู่โลกตะวัน โดยสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมประเพณีไทย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาดฝาผนังหอไตร วัดบางแคใหญ่ จ. สมุทรสงคราม ซึ่งเป็นฝีมือจิตรกรรมตามขนบช่างหลวงในสมัย รัชกาลที่ 3 เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ และพุทธชาดก สอดแทรกภาพทหารสยามและทหารตะวันตก ปรากฏอยู่คนละด้าน เล็งปลายกระบอกปืนเข้าหากัน สื่อถึงบริบททางสังคมการเมืองในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ยังได้นำจิตรกรรมฝาผนังวัดสุทัศน์ มาสร้างสรรค์เป็นงานประติมากรรมแบบจัดวาง ในชุด Ever Rest In heaven สะท้อนความเชื่อความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ชาวตะวันตกได้ซึมซับวัฒนธรรมและศิลปกรรมอันงดงามล้ำค่าแบบอย่างไทย

ด้าน นายกฤช เล่าว่า นำผลงานไปแสดง 3 ชุด ตามคอนเซ็ปต์ของงาน เป็นการใช้วัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ในชีวิตประจำวันผสมผสานเข้ากับกลไกอันเรียบง่าย เป็นศิลปะแบบไคเนติก อาร์ต ทำให้มีเนื้อหาที่หลากหลายดึงดูดความสนใจ เช่น ตู้ประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงสถาปัตยกรรม ศิลปะและวัฒนธรรมอันเฟื่องฟูในสมัย รัชกาลที่ 5 ซึ่งประเทศไทย มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับประเทศอิตาลี นำเสนอผ่าน รูปทรงอาคาร สถานีรถไฟหัวลำโพง และตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สื่อความเชื่อมโยงระหว่างไทยและอิตาลี นอกจากนี้ยังมี ประติมากรรม ม้ากัณฐกะ สัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาของการก้าวข้ามโลกียะและโลกุตระไปสู่สัจธรรมของชีวิต ควบคู่กับประติมากรรม ม้าโยกของเล่นเด็ก ประดับลายคิวปิด ให้แนวคิดเชิงปรัชญาตะวันตก เกี่ยวกับความรู้และความไม่รู้ของเด็กที่ยังคงต้องเรียนรู้เพื่อเติบโตต่อไป และผลงานชุดกล่องของขวัญเรืองแสง Happy Go Lucky ภายในบรรจุรถตุ๊กๆและรถสปอร์ต เอาไว้เปรียบเสมือนของที่ระลึกในความสัมพันธ์ของสองประเทศที่อยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลก

ส่วนผลงานที่นำไปจัดแสดงที่เวนิสฯ ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย บอกว่า หลังจากนำไปโชว์ในเวทีโลก "เวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่ 58" แล้ว ปลายปี 2562 จะนำผลงานเหล่านี้มาจัดแสดงให้ชาวไทยได้ชื่นชม หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน กรุงเทพฯ











กำลังโหลดความคิดเห็น...