xs
xsm
sm
md
lg

อย.แจงนำเข้า “น้ำมันกัญชา” ระยะสั้น เป็นตัวเลือกสุดท้าย หากของไม่พอในช่วงรอยต่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อย.แจงนำเข้า น้ำมันกัญชา เป็นมาตรการสุดท้าย หากในประเทศมีไม่พอ และนำเข้าระยะสั้นในช่วงรอยต่อ ชี้มาตรการแรกจะใช้ของกลางจาก ป.ป.ส.มาสกัดก่อน หากปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ตามด้วยน้ำมันกัญชาจากการบริจาค ยังไม่ฟันให้ใครนำเข้า อาจเป็น อภ.หรือสภากาชาดไทย ลั่นไม่มี บ.ต่างชาติเข้ามาแน่นอน

วันนี้ (23 พ.ค.) นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์หากนำเข้าผลิตภัณฑ์กัญชา ว่า ก่อนอื่นข้อชี้แจงว่า จากข้อมูลผู้มาแจ้งครอบครองมีประมาณ 2.2 หมื่นราย โดยร้อยละ 90 หรือ ประมาณ 2.1 หมื่นรายแจ้งว่าเป็นผู้ป่วย แต่เป็นกลุ่มโรคที่จำเป็นต้องใช้กัญชาจริงๆ 4 กลุ่มโรค คือ คลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด ลมชักในเด็ก ปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และปวดประสาท มีไม่ถึงร้อยราย แต่ถ้ารวมกับผู้ป่วยกลุ่มอื่นที่มีอนุญาตให้ใช้กัญชาได้ คือ จำเป็นต้องใช้แต่ยังรอได้ เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน เป็นต้น จะมีประมาณ 2-3 พันคน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ยังมีการถือครองน้ำมันกัญชาอยู่ประมาณ 3 เดือน แต่บางส่วนที่น้ำมันกัญชาไม่พอ ก็มีการวางระบบให้เข้าไปปรึกษาแพทย์ที่ผ่านการอบรมแล้วในพื้นที่ นอกจากนี้ คนที่ติดกัญชาก็ถือว่า เป็นผู้ป่วยที่ต้องให้การรักษาเช่นกัน

“อย.จึงมีมาตรการในการจัดหาน้ำมันกัญชามาใช้ในระยะรอยต่อ ที่ประเทศไทยยังไม่สามารถผลิตน้ำมันกัญชาได้เองหรือมีไม่เพียงพอ ซึ่งมีหลายมาตรการ ซึ่งการนำเข้าน้ำมันกัญชาจากต่างประเทศไม่ใช่มาตรการแรกที่จะทำ แต่เป็นมาตรการท้ายๆ ทั้งนี้ มาตรการแรก คือ เอากัญชาของกลางจาก ป.ป.ส.กว่า 30 ตัน ที่ยังไม่ได้มีการคัดเกรด ส่งไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หาการปนเปื้อนของโลหะหนัก หรือยาฆ่าแมลงต่างๆ หากไม่มีหรืออยู่ในระดับที่รับได้ก็จะให้หน่วยงานที่มีความสามารถนำไปสกัดออกมาใช้ ซึ่งไม่ได้เจาะจงว่าเป็นหน่วยงานใด” นพ.สุรโชคกล่าว

นพ.สุรโชคกล่าวว่า มาตรการต่อมา คือ อย.ได้รับบริจาคน้ำมันกัญชามาจำนวนหนึ่ง และยังมีรายงานจากต่างจังหวัดว่า มีน้ำมันกัญชาของกลางอีกจำนวนหนึ่งอยู่เหมือนกัน แต่ต้องตรวจสอบความปลอดภัยเช่นกัน ดังนั้น ทั้ง 2 มาตรการนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คาดว่าผลจะออกมาภายในเดือน พ.ค.นี้ หากทั้ง 2 ส่วนนี้ใช้ได้ก็คิดว่า น่าจะมีน้ำมันกัญชาที่ได้จากในประเทศเพียงพอ โดยไม่ต้องมีการนำเข้า

“ก่อนหน้านี้ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เคยนำกัญชาของกลางมาตรวจแล้วพบการปนเปื้อนโลหะหนักและสารเคมีต่างๆ ในปริมาณที่เป็นอันตรายจนไม่สามารถเอามาผลิตได้ ถ้ารอบนี้ตรวจแล้วใช้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้า แต่ถ้าตรวจแล้วใช้ไม่ได้ ก็อาจจะใช้แนวทางนำเข้า ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาว่า จะให้ อภ. หรือสภากาชาดไทยเป็นผู้นำเข้า เพราะ 2 หน่วยงานนี้ เป็นหน่วยงานที่มีการนำเข้ายาจำเป็น ยากำพร้าต่างๆ มาใช้ในประเทศ แต่ก็เป็นการนำเข้าระยะสั้น ช่วงรอยต่อ หากเราผลิตได้เองก็ไม่จำเป็นต้องนำเข้า คาดว่าภายในปีนี้ไทยสามารถผลิตได้เองอย่างเพียงพอ” นพ.สุรโชคกล่าว และว่า มาตรการเหล่านี้เป็นขั้นตอนที่วางไว้ผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ดังนั้น ที่หลายคนห่วงว่าบริษัทต่างชาติจะเข้ามานั้นไม่จริง เพราะหากบริษัทยาต่างชาติจะเข้ามาขาย ต้องผ่านหน่วยงานรัฐเป็นคนขอ และต้องมีการมาขออนุญาตขึ้นทะเบียนยาที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองหลายขั้นตอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...