xs
xsm
sm
md
lg

จวก กต.เสนอล้มคดี "ฟิลลิป มอร์ริส" เลี่ยงภาษีบุหรี่ ไม่เหมาะสม ขัด กม.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นักวิชาการ ชี้ข้อเสนอ ก.ต่างประเทศ ให้ล้มคดีบริษัท ฟิลิป มอร์ริสฯ เลี่ยงภาษีบุหรี่ ไม่เหมาะสม ขัดกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนข้อพิพาทกับฟิลิปปินส์ยังไม่สิ้นสุด ยื่นอุทธรณ์ได้ แฉ บ.บุหรี่เสนอผลประโยชน์ให้ ยสท. กฎหมายควบคุมยาสูบ ด้านมูลนิธิไม่สูบบุหรี่ และเครือข่ายสื่อลงนามยื่น "บิ๊กตู่" อย่ายุติฟ้องคดี

วันนี้ (21 พ.ค.) นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทำหนังสือลับที่สุดถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ยุติการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จากการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ว่า ข้อเสนอของกระทรวงการต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เปิดโอกาสให้บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ เสนอผลประโยชน์เพื่อล้มคดี อีกทั้งยังส่อว่า ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ คือ กรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (FCTC)

นายไพศาล กล่าวว่า ข้อพิพาทฟิลิปปินส์กับไทยในองค์การการค้าโลก (WTO) ยังไม่มีผลสรุปในขั้นสุดท้าย โดยเมื่อปลายปี 2561 องค์กรระงับข้อพิพาทชั้นต้นของ WTO คือ คณะผู้พิจารณา (Panels) ได้ตัดสินในประเด็นหลัก คือ กฎระเบียบการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยไม่เป็นธรรมหรือมีลักษณะเลือกปฏิบัติกับบุหรี่นำเข้า และสรุปว่ารัฐบาลไทยมิได้ประกาศหรือเผยแพร่หลักเกณฑ์การคำนวณอากรนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ ซึ่งขัดต่อ GATT 1994 มาตรา 10 เรื่องความโปร่งใสในการกำหนดกฎระเบียบทางการค้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ต่อองค์กรระงับข้อพิพาทสูงสุดที่เรียกว่า Appellate Body ที่จะตัดสินในขั้นสุดท้าย คาดว่าอาจใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะได้ข้อยุติ

“รัฐบาลไทยยังสามารถอุทธรณ์ได้ หรือแม้จะทราบผลเป็นที่สุดแล้วว่า รัฐบาลไทยแพ้คดี ซึ่งจะต้องพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับ GATT หรือความตกลงทางการค้าอื่นๆ เนื่องจากเป็นข้อพิพาทที่เรียกว่า State-State Dispute Settlement มิได้มีผลทำให้ประเทศไทยต้องจ่ายค่าเสียหายต่อฟิลิปปินส์แต่อย่างใด ที่สำคัญขณะนี้หน่วยงานภาษีของไทยได้แก้ไขกฎหมายด้านภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ดังนั้น ข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศที่อ้างว่า ไทยอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือถูกมาตรการตอบโต้ทางการค้าเป็นมูลค่ามหาศาล จึงไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใดและไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติ” นายไพศาล กล่าว

นายไพศาล กล่าวว่า อีกประเด็นที่ต้องจับตา คือ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ เสนอจะให้เงินสนับสนุนแก่การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) หรือโรงงานยาสูบเดิม เพื่อซื้อใบยาจากสหรัฐอเมริกา และใช้แก้ปัญหาการลักลอบค้าบุหรี่ผิดกฎหมาย เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจมาก เพราะเป็นการสร้างอิทธิพลของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติรายนี้ที่ต้องการเข้ามาครองตลาดบุหรี่ในไทย และอยากที่จะเข้ามาซื้อกิจการหรือถือหุ้นใน ยสท. หากรัฐบาลรับข้อเสนอดังกล่าว ถือว่าขัดต่อ FCTC มาตรา 5.3 อย่างแน่นอน

ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า การที่บริษัทบุหรี่เสนอเงินสนับสนุน ยสท.ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 อย่างชัดเจน เนื่องจากห้ามผู้ประกอบการให้การสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ ซึ่ง ยสท.เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย จึงอยู่ในสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ถือเป็นการแทรกแซงการควบคุมยาสูบของไทย ทั้งนี้ ไทยควรมุ่งเน้นในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง “รัฐ กับ รัฐ” ไม่ใช่ “รัฐ” กับ “บริษัทบุหรี่” การใช้อำนาจบริหารเพื่อแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ถือเป็นการทำลายหลักการถ่วงดุลอำนาจ เสมือนเป็นการไม่เคารพต่อกระบวนการยุติธรรมที่เป็นอำนาจอธิปไตยของไทยอีกอำนาจหนึ่ง

รศ.ดร.สุชาดา ตั้งทางธรรม สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีพิพาทระหว่างฟิลิปปินส์กับไทยเรื่องบุหรี่เป็นมหากาพย์มายาวนานเกิดขึ้น โดยมี บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ชักใยอยู่เบื้องหลัง หน่วยงานทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญและร่วมกันคิดแก้ไขเพื่อให้ได้คำตอบที่หลายคนข้องใจว่า ทำไมประเทศไทยจึงถูกองค์การการค้าโลกตัดสินให้แพ้คดีทั้งที่เป็นผู้เสียหายจากการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่นับหมื่น/แสนล้านบาท ในฐานะประธานอาเซียน ประเทศไทยควรถือโอกาสประสานความร่วมมือกับประเทศสมาชิกเพื่อปกป้องประชาคมอาเซียนจากพิษภัยยาสูบโดยไม่ตกเป็นเครื่องมือของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ เพราะนอกจากจะเสริมส่งเกียรติภูมิของประเทศแล้ว ยังช่วยเสริมส่งศักดิ์ศรีความเป็นผู้นำอาเซียนของผู้นำรัฐบาลไทยด้วย

วันเดียวกัน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และเครือข่ายสื่อท้องถิ่น 4 ภาคจำนวน 58 คน ได้ลงชื่อในหนังสือส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยขอให้รัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอ ยุติคดีหลีกเลี่ยงภาษีของบริษัทบุหรี่นอก มีใจความ ว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลไทยยุติคดีที่ดีเอสไอ ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายที่บริษัทฟิลลิป หลีกเลี่ยงภาษีบุหรี่ เป็นจำนวนเงิน 68,000 ล้านบาท

โดยหากรัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีดังกล่าว บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ จะขอให้รัฐบาลฟิลิปปินส์ถอนคดีฟ้องต่อองค์การการค้าโลก ที่มีการตัดสินว่าไทยประเมินราคาต้นทุนบุหรี่ซิตาแรตที่บริษัทนำเข้ามาจำหน่ายประเทศไทยสูงเกินจริง ซึ่งคดีอยู่ในขั้นการอุทธรณ์โดยรัฐบาลไทย รวมทั้งบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ จะ 1.ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่การยาสูบแห่งประเทศไทยในการซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ยาสูบในไทย และการแก้ปัญหายาสูบผิดกฎหมาย

2.จะปฏิบัติตามกฎหมายซองบุหรี่แบบเรียบที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกไปแล้ว 3.จะขอให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ไม่นำกรณีที่ดีเอสไอฟ้องบริษัทฯ ในศาลไทย มาเป็นประเด็นในการพิจารณาสิทธิพิเศษทางการค้า (GSP) ที่ประเทศไทยจะได้รับ 4.หากรัฐบาลไม่ถอนคดี ไทยเสี่ยงต่อการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์จะเรียกร้องค่าเสียหายที่รัฐบาลไทยต้องชดเชย ในคดีที่ประเทศไทยถูกฟ้องอยู่ที่องค์การการค้าโลก ซึ่งประเทศไทยมีโอกาสแพ้คดีสูง

พวกเราที่ได้ร่วมลงนามในหนังสือเปิดผนึกนี้ มีข้อสังเกตว่า การที่บริษัทฟิลลิป มอร์ริสฯ เสนอที่จะยื่นผลประโยชน์หรือสิ่งที่บริษัทเสนอที่มีนัยเป็นการขู่รัฐบาลไทย โดยให้รัฐบาลไทยถอนคดีที่ฟ้องบริษัทอยู่ มีข้อสังเกตว่า ถ้าหากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ไม่ได้ทำผิดในการหลีกเลี่ยงภาษีให้แก่ประเทศไทยจริง ทำไมบริษัทต้องขอให้ไทยยุติการดำเนินคดีกับบริษัท ทั้งยังเสนอผลประโยชน์ต่างๆ อีกทั้งข้อเสนอบางข้อยังมีนัยเป็นการขู่ประเทศไทยด้วย พวกเราจึงขอให้ นายกฯ ได้พิจารณาให้รอบคอบ ในการที่จะยุติคดีฟ้องร้องที่มีอยู่ในศาลไทย ตามข้อเสนอของบริษัทบุหรี่ โดยเฉพาะข้อเสนอ ข้ออ้าง ของบริษัทบุหรี่ ที่มีสาระที่น่าเชื่อถือหรือไม่ เพียงไร เนื่องจากเป็นการอ้างโดยบริษัทที่ศาลอเมริกาได้มีคำพิพากษาแล้วว่ามีพฤติกรรมเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย โดยการบิดเบือนและให้ข้อมูลเท็จถึงพิษภัยของยาสูบต่อสาธารณชนอเมริกา


กำลังโหลดความคิดเห็น...