xs
xsm
sm
md
lg

"สมคิด" ร่วมถกปั้นบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ย้ำมหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยน-ดึงต่างชาติเป็นพาร์ทเนอร์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สมคิด” นั่งหัวโต๊ะถกการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ย้ำมหาวิทยาลัยต้องปรับตัว-เปลี่ยนแปลง สอนอะไรต้องคิดเพราะมีกลไกงบประมาณกำหนด แต่ไม่ใช่การตัดสาขาเพียงเน้นผลิตสอดคล้องกับความต้องการ คนไม่ตกงานและ หาพาร์ทเนอร์จากต่างประเทศร่วมพัฒนาคุณภาพ-งานวิจัย

วันนี้ (15 พ.ค.) ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรักษาราชการแทน รมว.อว. และรักษาราชการแทน รมว.ศึกษาธิการ ประชุมหารือการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่เพื่อพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี โดยมีนพ.อุดม คชินทร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัด อว. ผู้บริหาร อว. มหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

นายสมคิด กล่าวว่า ตนมาในฐานะ รมว.อว. รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมารับตำแหน่งนี้แต่ก็รู้สึกดีใจและยินดี โดยจะใช้เวลาเท่าที่มีทำงานในสิ่งที่อยากทำคือการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อกำลังคนในเขตพิเศษภาคตะวันออก เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ ตนเคยเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ทำให้รู้ปัญหาอุดมศึกษาซึ่งปัญหางานวิจัย และ ปัญหาต่างๆ แต่จากนี้ต้องมาดูว่าจะทำอย่างไรให้งานเดินหน้า และขับเคลื่อนไปอย่างลุล่วง อย่างไรก็ตาม ด้วยตนมีระยะเวลาการทำงานน้อย ดังนั้น งานอะไรที่ทำกันได้ งานทั่วไปเปิดงานต่างๆก็ให้ ปลัด อว.มาดูแลทำกันไป ส่วนงานไหนไม่สามารถ ตกลงกันได้ เป็นงานเร่งด่วนหรือมีข้อติดขัดเสนอปลัด อว.มาหารือกับตน ก็จะได้ช่วยกันผลักดันแก้ไขปัญหาได้

“ผมเคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอยู่ 17 ปีทนไม่ไหว เลยลาออก ดังนั้นคนที่เป็นอาจารย์ต้องภูมิใจ เราไม่ได้มาบอกหรือบังคับให้ต้องทำ แต่อยากบอกว่า เรื่องการผลิตคนสำคัญ โดยได้ขอให้คนที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนพัฒนาประเทศเข้ามาร่วมฟัง ประเทศไทยกำลังมีปัญหาเชิงโครงสร้างนโยบาย 4.0 เป็นแค่ชื่อ 4.0 เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหารากเหง้าของประเทศ ทำไมประเทศยิ่งพัฒนาคนจนยิ่งมาก ทำไมเราสู้ประเทศเวียดนามไม่ได้ จีดีพีไม่โตเพราะสินค้ายังผลิตเพื่อส่งออก มีนักลงทุนต่างประเทศมาผลิต ตลาดในประเทศอำนาจซื้อน้อย ทำอย่างนี้มา 30 ปี กระทั่งเศรษฐกิจในประเทศเหมือนคนเป็นโปลิโอ เมื่อเศรษฐกิจโลกตกต่ำเรายิ่งแย่ประเด็นถัดมา ทำไมการลงทุนเรื่องเทคโนโลยีซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการเก็บข้อมูลหรือจัดทำบิ๊กดาต้า หากถามศธ.ซึ่งใหญ่โตมาก ว่าเคยเก็บข้อมูลเด็กและครูหรือไม่ว่า แต่ละคนมีคุณลักษณะอย่างไร ข้อมูลนโยบายการศึกษาว่าจะมีผลอย่างไร ต่างประเทศมีข้อมูลเหล่านี้ แต่ประเทศเราไม่มีหรือมีแต่ไม่เคยนำมาใช้ประโยชน์ การมีข้อมูลหรือบิ๊กดาต้าเหมือนคนมีอำนาจ แต่ของเราเหมือนกลัวใครจะมามีอำนาจ กุมไว้ปิดบังไว้ กลัวคนรู้ “นายสมคิด กล่าว

นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า เด็กรุ่นใหม่ ไม่เหมือนรุ่นเก่า การเป็นครู อาจารย์ไม่ง่าย เพราะเรียนรู้ได้จากเทคโนโลยี ถ้ายังงมอยู่กับสิ่งเก่าๆ คงไม่ได้ มหาวิทยาลัยก็เช่นกัน ต้องปรับตัว อนาคตไม่ต้องการปริญญา แต่ต้องการคนที่ทำงานได้ มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)จะต้องเน้นเรื่องอุตสาหกรรมการเกษตร บริการและการท่องเที่ยว ให้มีความหลายหลาย ไม่ต้องไปสอนบริหารแข่งกันคนอื่น ทำในสิ่งที่ควรทำ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนแปลง ช่วยกันจากนี้มหาวิทยาลัยจะคิดว่าอยากสอนอะไรก็สอนได้ สำนักงบประมาณกำหนดแล้ว ว่าจะเน้นสอนอะไรบ้าง ที่ไม่มีใครตกงาน ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่จะไปตัดสาขาด้านสังคมศาสตร์ แต่หนักเบาขึ้นอยู่กับปริมาณ ถ้าใครออกนอกกรอบจากนี้งบฯก็อาจจะไม่ได้ งานวิจัยก็ต้องทำเพื่อพัฒนาประเทศ ไม่ใช่พัฒนาตัวเอง ดังนั้นเป็นนโยบายเลยว่างบฯ จะเดินตามนี้ ประเภทของบฯสร้างตึกอย่าหวัง ให้มหาวิทยาลัยลงทุนเพื่อสร้างคนที่ต้องการ เราจะใช้ทุนกับหลักเกณฑ์การลงทุนหรือบีโอไอ เป็นหางเสือ และอย่ากีดกันต่างประเทศมาลงทุน จากนี้ไปอธิการบดีจะต้องหาพาสเนอร์มาร่วมลงทุน พัฒนามหาวิทยาบัยให้มากขึ้น อนาคตอย่าหวังงบฯ แต่ต้องสร้างรายได้เอง โมเดลใหม่คือเราต้องมีทักษะ เอกชนมีความสำคัญ เปิดโอกาสให้เอกชนตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นมา เพื่อผลิตคนตามความต้องการ มหาวิทยาลัย เอกชน รัฐบาลต้องไปด้วยกัน

นพ.อุดม กล่าวว่า โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่เริ่มตั้งแต่ปี2561 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีขอให้ทำโครงการนี้ให้สำเร็จ ที่อยากเสนอไม่ใช่แค่การสร้างบัณฑิตแต่รวมถึงอาชีวศึกษาเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 ถ้ามาดูภาพใหญ่แนวโน้มของโลกปรับตัวสู่การสร้างนวัตกรรม สร้างองค์ความรู้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ยกระดับการแข่งขัน ทั้งนี้จากข้อมูลของธนาคารโลกปี 2030 แรงงานจะถูกแทนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ประเทศไทยถูกแทนถึง72% แต่คิดว่าคงมาเร็วกว่าปี 2030 ขณะนี้ ตลาดแรงงานมีความต้องการที่เปลี่ยนไป ตอนนี้เราผลิตคนไม่ตอบโจทย์การศึกษาชาติ ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน อาชีวะมีทักษะที่ไม่ตรงตามความต้องการ คุณภาพไม่ดี อุดมศึกษาไม่ตอบโจทย์ประเทศ และไม่ตอบโจทย์โลก ประเทศไทยติดอยู่ใน กับดักประเทศรายได้ปานกลางโครงการนี้จะเป็นหัวหอกในการยกระดับประเทศ ให้หลุดจากประเทศปานกลาง ซึ่งหากจะหลุดได้คนต้องมีรายได้ต่อเดือน 3.2 หมื่นบาทแต่ตอนนี้รายได้อยู่ที่ 1 หมื่นกว่าบาทเท่านั้น ที่ไม่สำเร็จเพราะอุดมศึกษาไม่ผลิตกำลังคนให้ตอบโจทย์ประเทศ รัฐบาลชัดเจนว่าสถาบันการศึกษาจะต้องเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยให้อุดมศึกษาเป็นหัวขบวนสำคัญ ผลิตงานวิจัย สร้างองค์ความรู้ ต่อยอดเป็นนวัตกรรมเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือ จีดีพี

ด้าน นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการอีอีซี กล่าวว่า บัณฑิตพันธุ์ใหม่ คือ กำลังคนที่พื้นที่ eec ต้องการ ที่ผ่านมาจากการสำรวจข้อมูลช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า ในพิ้นที่ eec มีผู้ว่างงานและต่ำระดับสะสม2.2 แสนคนและเพิ่มขึ้นทุกปี ประมาณ 2.2 หมื่นคน ขณะที่ความจริงจำนวนแรงงานในพื้นที่ไม่เพียงพอ ดังนั้น eec ได้มีการกำหนดเป้าหมายความต้องการแรงงาน ระยะ 5 ปี ใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ผ่านการพัมฯาบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จำนวน 4.75 แสนคน หลักสูตรใหม่ 200 หลักสูตร โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาโดยมหาวิทยาลัยในพื้นที่ eec จำนวน 8 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษา 48 แห่ง รวมถึงร่วมมือหับหน่วยงานนอกพื้นที่อีก 30% เพื่อพัฒนาบุคลากร เชื่อมั่นว่าในระยะเวลา 5 ปีหากสามารถพัฒนากำลังคนได้ตามเป้าหมายจะช่วยให้เกิดการพัฒนาอุตสหกรรมในพื้นที่ eec


กำลังโหลดความคิดเห็น...