xs
xsm
sm
md
lg

เครือข่ายผู้บริโภค ร่วมร้องสอดคดี รพ.เอกชนฟ้อง พณ.ยกเลิกประกาศควบคุมค่ายา-ค่ารักษาแพง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เครือข่ายผู้บริโภค ประกาศร่วมร้องสอดคดี สมาคม รพ.เอกชน และ 41 รพ.ยื่นฟ้องกระทรวงพาณิชย์ ยกเลิกประกาศค่ายา เวชภัณฑ์ ค่ารักษา เป็นสินค้าและบริการควบคุม เหตุได้รับผลกระทบโดยตรงหากยกเลิก หากถูกเอาเปรียบทำ พณ.ตรวจสอบเอาผิด รพ.ไม่ได้ ยัน รพ.เอกชนร่วมออกประกาศ ขณะที่มาตรการควบคุมเป็นของเดิมยังไม่ส่งผลกระทบใดๆ

วันนี้ (14 พ.ค.) เครือข่ายผู้บริโภค แถลงข่าวเตรียมร้องสอดการฟ้องคดีของสมาคม รพ.เอกชน โดย น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ประธานอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) กล่าวว่า จากการที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีมติเห็นชอบประกาศให้ยา เวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ และค่าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสินค้าและบริการควบคุม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 และผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562 กระทั่งปลาย เม.ย. 2562 สมาคม รพ.เอกชน และสมาชิกสมาคมฯ ที่เป็น รพ.เอกชนอีก 41 แห่ง ได้ฟ้องศาลปกครองขอให้มีการยกเลิกการประกาศดังกล่าวไม่เป็นสินค้าและบริการ ซึ่งถ้ามีการยกเลิกประกาศ ผู้บริโภคจะกระทบโดยตรง จากการพูดคุยกับเครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ จึงเห็นว่า เครือข่ายผู้บริโภคที่ร่วมผลักดันเรื่องนี้มาตลอดจะต้องร้องสอดเข้าใปในคดี และขอให้กระทรวงพาณิชย์และ กกร.เดินหน้าต่อไป เพื่อให้เกิดผลในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง

"เครือข่ายฯ ยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนทุกอย่าง ในการที่จะมีมาตรการทำให้ค่ารักษาพยาบาลที่แพงลดลง เพราะการออกประกาศและให้ติดราคายังไม่แก้โจทย์เรื่องแพง ที่จะให้มีความเหมาะสม เป็นธรรมกับผู้บริโภคและโรงพยาบาล” น.ส.สุภัทรา กล่าว

นายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) กล่าวว่า คดีนี้สมาคมฯ กับพวกเป็น รพ.เอกชน 41 แห่งเป็นผู้ฟ้องคดี โดยมีผู้ถูกฟ้องคดี 4 คน ได้แก่ 1.กกร. 2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 3.ปลัดพาณิชย์ และ 4.อธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งมพบ.และองค์กรผู้บริโภคถือเป็นบุคคลภายนอกคดี ที่ไม่ใช่คู่ความ แต่อาจจะเข้ามาร่วมได้ด้วยการร้องสอดเป็นคู่ความในคดี ซึ่งเครือข่ายผู้บริโภคร้องสอดเข้ามาด้วยความสมัครใจในการเป็นผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกับอีก 4 คน เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในคำพิพากษาในคดีนี้ ถ้าหากมีการยกเลิกเพิกถอนประกาศจะมีผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วประเทศ จึงร้องสอดเป็นฝ่ายผู้ถูกฟ้องคดีอยู่ฝั่งกระทรวงพาณิชย์ เพี่อเข้าไปร่วมต่อสู่กับสมาคมรพ.เอกชน

ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข อนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ คอบช. กล่าวว่า การที่สมาคมฯ และรพ.เอกชน 41 แห่ง ร้องว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการออกประกาศฉบับนี้ ยืนยันว่าไม่จริง เพราะส่วนตัวเข้าไปร่วมด้วยในฐานะฝ่ายวิชาการ จะมีการแต่งตั้งผู้แทนของ รพ.เอกชนเข้าร่วมด้วยเสมอในการพิจารณาเรื่องราคายาและกำหนดมาตการต่างๆ ผู้แทน รพ.เอกชนมีส่วนร่วมเท่าเทียมกับทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม เห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่ ก.พาณิชย์ดำเนินการ ไม่กระทบกับสถานภาพทางเศรษฐกิจของ รพ.เอกชนเลย เพราะมาตรการค่อนข้างละมุนละม่อม เช่น ให้ รพ.เอกชนจัดทำป้ายราคาให้คนไข้มีสิทธิตัดสินใจในการเข้ารับการรักษา หรือการให้นำใบสั่งยาไปซื้อยาร้านข้างนอก ไม่ได้มีผลให้ราคาถูกลดทอนลงไป

“มาตรการที่ออกมาตอนนี้ยังไม่ได้เกิดผลกระทบหรือผลเสียใดๆ กับรพ.เอกชนเลย ตรงกันข้ามมองว่ากระทรวงพาณิชย์ยังไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้จริงจัง เพราะเมื่อเทียบราคายา จากการที่กระทรวงพาณิชย์ขอดูต้นทุนการจัดซื้อยาและราคาขายยามาเทียบกัน สิ่งที่พบ คือ ราคาขายต่างจากราคาที่จัดซื้อ ตั้งแต่น้อย 100% ไปถึงสูงสุด 1,150 % เมื่อเห็นราคาแบบนี้แล้วมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องนี้นั้นน้อยไปด้วยซ้ำ” ภญ.ยุพดีกล่าว

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการ มพบ. กล่าวว่า ค่ายา เวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาลแพง กระทบกับผู้บริโภคโดยตรง สิ่งที่ ก.พาณิชย์ดำเนินการมา ในฝั่งผู้บริโภคเห็นว่ายังไม่มีมาตรการอะไรเพิ่มเติม ล้วนแต่เป็นมาตรการเดิม ทั้งการให้แจ้งราคาและให้ผู้บริโภคนำใบสั่งยา รพ.เอกชนไปซื้อจากร้านขายยาข้างนอก ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ การที่สมาคมฯ และ 41 รพ.เอกชนฟ้องศาลปกครองเช่นนี้ กระทบผู้บริโภคแน่นอน เนื่องจากการมีประกาศทำให้ผู้บริโภคมีสิทธิร้องเรียนเมื่อไปเข้ารับการรักษาพยาบาลแล้วพบว่า ค่ารักษาพยาบาลแพง โดยใช้ ม.29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าฯ ให้กระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบได้ เช่น ผู้บริโภค 1 ราย มีดบาด 1 เซนติเมตรถูกผ่าตัด ค่ารักษา 5 หมื่นบาทเป็นสิ่งสมเหตุสมผลหรือไม่ ก็สามารถร้องเรียน โดย ก.พาณิชย์มีสิทธิเรียกข้อมูลและให้ รพ.เอกชนมาชี้แจง แต่ถ้ายกเลิกก็ไม่มีสิทธิเข้าไปตรวจสอบ

"หรือกรณีคนไข้ออกจากการรักษาที่ รพ.รัฐ โดยขอย้ายไป รพ.เอกชนและพบว่า เส้นเลือดสมองแตก 2 เส้น ค่าผ่าตัดเกือบ 8 แสนบาท ทั้งที่ควรได้รับบริการตามสิทธิการเจ็บป่วยฉุกเฉิน แต่ รพ.เอกชนบอกว่า ไป รพ.รัฐมาก่อนแล้วถือว่ามารักษา รพ.เอกชนเป็นโรงพยาบาลที่ 2 จึงเรียกเก็บเงิน 8 แสนบาท หากเป็นสิทธิฉุกเฉิน รพ.เอกชนจะเรียกได้เพียง 2 แสนบาท กรณีเช่นนี้ก็สามารถร้องให้ตรวจสอบได้หากประกาศยังคงมีอยู่ และหากผิดจริงจะถูกปรับได้สูงสุดถึง 1.4 แสนบาทและมีโทษจำคุกด้วย" น.ส.สารี กล่าวและว่า ขณะนี้มี มพบ. สมาคมสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค สมาคมองค์กรผู้บริโภคส่วนภูมิภาค เช่น สงขลา ขอนแก่น ที่เป็นนิติบุคคลมีความสนใจและจะร่วมร้องสอด เพื่อให้ประกาศนี้ยังอยู่และมีมาตรการอื่นๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภคให้ค่ารักษาพยาบาลถูกลง แทนที่จะให้ รพ.เอกชนเพียงฝ่ายเดียวที่ร้องให้ยกเลิกประกาศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...