xs
xsm
sm
md
lg

ทรูนำแอปพลิเคชัน “ดูนก (Doo Nok)” กระตุ้นคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างกระบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างยั่งยืน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กลุ่มทรูนำแอปพลิเคชัน “ดูนก (Doo Nok)” ร่วมเป็น 1 ในเครื่องมือสร้างกระบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างยั่งยืนให้คนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “คน นก พึ่งพา ผืนนาอินทรีย์ สู่วิถียั่งยืน”

>> โหลดแอปพลิเคชันดูนก บน Google Play <<
>> โหลดแอปพลิเคชันดูนก บน App Store <<

กลุ่มทรู โดยฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม นำแอปพลิเคชัน ดูนก ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “ค่ายเยาวชนกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าคืนถิ่นอาศัย” จัดโดย องค์การสวนสัตว์โคราชในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ อาทิ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติ กลุ่มใบไม้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่เกี่ยวกับงานด้านอนุรักษ์ขององค์การสวนสัตว์ ฯ รวมทั้งการเรียนรู้กระบวนการอนุรักษ์ด้วยการลงพื้นที่บริเวณห้วยตลาด และห้วยจรเข้มาก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก และเป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ ของนกชนิดต่าง ๆ รวมทั้งนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งได้ถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ณ บริเวณแห่งนี้

ทั้งนี้ กลุ่มทรูได้ร่วมเป็น 1 ในภาคีเครือข่ายอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย โดยพัฒนาแอปพลิเคชันดูนก ซึ่งไม่เพียงรวบรวมข้อมูลนกกว่า 900 ชนิดในประเทศไทย แต่ยังเพิ่มฟังก์ชันการรายงานการพบนกกระเรียนพันธุ์ไทย เพื่อช่วยในการติดตามและศึกษาการอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยอีกด้วย

กิจกรรมดังกล่าว มีเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษาเข้าร่วม 50 คน โดยคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 300 คนจากทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมค่ายฯ ณ สวนสัตว์โคราช และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าห้วยตลาด จ.บุรีรัมย์

งานอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย ไม่ได้เป็นเพียงการอนุรักษ์นกเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วมส่งเสริมและปรับปรุงระบบนิเวศ โดยเฉพาะชุมชนรอบ ๆ ห้วยจรเข้มากและห้วยตลาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่หากินของนกกระเรียนพันธุ์ไทย ที่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกข้าวให้เป็นนาอินทรีย์ปราศจากสารเคมี เพื่อสร้างแหล่งอาหารให้นกอีกด้วย

เพื่อให้งานอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลและยั่งยืน กลุ่มทรูยังร่วมกับสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมภิบาลเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย คุณรังสรร พุทธวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป ด้านพัฒนาความยั่งยืน ร่วมลงพื้นที่หารือกับผู้นำชุมชนผู้ใหญ่บ้านทองพูน อุ่นจิตต์ สวายสอ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หนึ่งในหมู่บ้านที่พื้นที่การเกษตรเป็นแหล่งอาศัยของนกกระเรียนพันธุ์ไทย เกี่ยวกับแนวทางและปัญหาอุปสรรค ในการขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ เพื่อขยายพื้นที่หากินให้กับนกกระเรียนพันธุ์ไทย ซึ่งเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรรอบ ๆ พื้นที่ชุมน้ำแห่งนี้ด้วย


โดยในเบื้องต้นกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์รอบ ๆ พื้นที่ดังกล่าว มีเพียง 37 ครัวเรือน จำนวน 619 ไร่ สามารถผลิตข้าวอินทรีย์ได้เพียง 200 ตัน ต่อปี ถึงแม้ตลาดมีความต้องการสินค้าอินทรีย์มากขึ้น แต่กลุ่มเกษตรอินทรีย์หมู่บ้านสวายสอ ก็ไม่สามารถได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องทุนในการจัดสร้างโรงสีข้าวอินทรีย์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มไม่สามารถส่งข้าวให้ลูกค้าที่มียอดสั่งเป็นจำนวนมากได้ เพราะต้องรอคิวจากโรงสีข้าวชุมชน และต้องมีการล้างเครื่องสีทุกครั้ง เพื่อไม่ให้ปนเปื้อนกับข้าวสารเคมีของชุมชนอื่น

ปัจจัยนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลุ่มเกษตรอินทรีย์สวายสอ ไม่สามารถขยายพื้นที่การเกษตรอินทรีย์ เพื่อรองรับจำนวนนกกระเรียนพันธุ์ไทยที่กำลังเพิ่มปริมาณมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ผู้ใหญ่ทองพูน รายงานว่า การทำเกษตรอินทรีย์ไม่ได้ส่งผลดีต่อนกกระเรียนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพของเกษตรกร และความสมบูรณ์ของดินและน้ำ ระบบนิเวศรอบ ๆ แหล่งน้ำ ตลอดจนการส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนอีกด้วย



กำลังโหลดความคิดเห็น...