xs
xsm
sm
md
lg

โรคความดันโลหิตสูงภัยเงียบใกล้ตัว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อ.พญ.สิริสวัสดิ์ วันทอง
ภาควิชาอายุรศาสตร์

โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่พบได้บ่อย และคนส่วนใหญ่ก็มักไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ซึ่งหากปล่อยไว้และเป็นนาน ๆ เข้า อาจนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนและโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย มารู้จักโรคนี้เพื่อจะได้ดูแลตัวเองอย่างถูกต้องต่อไป

ส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูงจะตรวจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจน โดยผู้ที่จะมีความเสี่ยงที่จะมีความดันโลหิตสูง ได้แก่ ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัว เช่น บิดา มารดาเป็นโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน ผู้ที่เป็นเบาหวาน หรือผู้ที่ชอบรับประทานอาหารเค็ม

สำหรับโรคความดันโลหิตสูงที่มีสาเหตุนั้น พบได้น้อยแต่ก็มีความสำคัญ เนื่องจากบางโรคอาจรักษาให้หายขาดได้ โรคที่เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงได้ เช่น โรคไต โรคหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงไตตีบ ยาบางชนิด หรือเนื้องอกของต่อมหมวกไต เป็นต้น

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่ถ้ามีความดันโลหิตสูงเป็นเวลานาน และไม่ได้รับการรักษาจะมีการทำลายของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ ไต หลอดเลือดและตา ดังนั้นหากท่านวัดความดันโลหิต และพบว่ามีความดันโลหิตสูง ควรได้รับการประเมินและตรวจรักษาเพิ่มเติมจากแพทย์

การวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูง วินิจฉัยได้จากการวัดความดันโลหิตเท่านั้น โดยค่าความดันโลหิตที่วัดที่โรงพยาบาล หากมากกว่า 140 / 90 มิลลิเมตรปรอท จะจัดว่ามีความดันโลหิตสูง จากนั้นท่านจะได้รับการวัดความดันโลหิตซ้ำว่าความดันโลหิตสูงจริง ได้รับการตรวจหาสาเหตุว่า เป็นความดันโลหิตสูงชนิดที่มีสาเหตุหรือไม่ และได้รับการตรวจประเมินหาหลักฐานการทำลายของอวัยวะต่าง ๆ จากโรคความดันโลหิตสูง และประเมินความเสี่ยงอื่น ๆ ต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคเบาหวาน ภาวะอ้วน ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และได้รับการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งประกอบด้วย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิต ได้แก่ การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม งดการสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดการรับประทานอาหารเค็มหรือเกลือโซเดียมคลอไรด์ซึ่งอยู่ในเครื่องปรุงต่าง ๆ ทำควบคู่ไปกับการรับประทานยาลดความดันโลหิตซึ่งมีหลายชนิดโดยแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่ไม่มีอาการแต่อันตราย ดังนั้นเมื่อท่านตรวจพบว่ามีความดันโลหิตสูงแล้ว ควรมาพบแพทย์ตามนัด รับประทานยาสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดความเสี่ยงที่จะมีโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดตามมา
**********
กิจกรรมดี ๆ ที่ศิริราช
#ศูนย์เบาหวานศิริราชจัด“ค่ายเบาหวานสำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2” ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 08.30 - 15.00 น. ณ รพ.ศิริราช ผู้สมัครจะต้องได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานและยังไม่ได้รับการอบรมกับศูนย์เบาหวานศิริราช ขอเชิญผู้สนใจสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2419 9568 - 9 ต่อ 101 (วันและเวลาราชการ)

#ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช จัดประชุมวิชาการด้านโรคหลอดเลือดสมอง The4thSiriraj Stroke Conference 2019 “Closing the Gap in Stroke Care” ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2562 ณ โรงแรม Rosewood Bangkokขอเชิญแพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัดผู้สนใจลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้และดูรายละเอียดได้ที่ www.sirirajstrokecenter.orgหรือFacebook: Siriraj Stroke Centerสอบถามโทร.0 2414 1010 (วิไลยพร บริบูรณ์)


กำลังโหลดความคิดเห็น...