xs
xsm
sm
md
lg

'พี่ชาย'ของผม/ดร.สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เจ้าลูกชายคนเล็ก “สิน สิทธิสมาน” ส่งบทความชิ้นนี้มาให้แม่แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย บอกเพียงอยากเขียนเรื่องนี้ และเขียนด้วยความไหลลื่นมาก เพราะเป็นความรู้สึกที่อยากถ่ายทอดถึงพี่ชายที่คลุกคลีตีโมงสนิทแนบแน่นกันมากระหว่างพี่น้อง

สำหรับคนเป็นแม่ที่มีลูกสองคนขึ้นไป การเห็นลูกรักกัน เป็นพี่น้องที่เข้าใจกันในระดับสัมผัสได้ด้วยใจ เป็นสิ่งสวยงามที่ปรารถนายิ่งนัก อ่านไปแอบยิ้มไปบ้างกับบางเหตุการณ์ที่อยู่ร่วมสถานการณ์ และอยากส่งต่อความรักของพี่น้องที่คนเป็นพ่อแม่สร้างได้ค่ะ

วันนี้เพิ่งสอบกลางภาคเสร็จ

วันนี้เป็นวันว่าง ๆ จากภารกิจต่าง ๆ ที่เคยรุมเร้าเข้ามามาก นึกอยากจะเขียนบอกเล่าอะไรบ้างหลังจากไม่ได้เขียนมานานพอสมควร แต่ก็ตามประสาผมแหละที่ยังนึกหัวข้ออะไรไม่ได้ชัดเจนนัก ว่าแล้วก็เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งดูรูปเก่า ๆ ที่บันทึกไว้ใน พบว่ามีเรื่องราวหลากหลายมากมายเต็มไปหมด มีทั้งผู้คนที่เข้ามา แล้วก็หายไป มีคนที่ยังอยู่แต่สถานะในรูปภาพกับปัจจุบันเปลี่ยนไป มีทั้งใกล้ชิดขึ้นและห่างเหินออกไป...

แต่ก็จะมีคนอยู่คนหนึ่งที่อยู่ในเกือบทุกช่วงเหตุการณ์ของชีวิตชนิดที่ไม่เคยจากไปไหนเลย

ใครหน่ะเหรอ ?

'พี่ชาย' ของผมเองครับ !

พี่ชายคนนี้ชื่อว่า 'สรวง' ตอนเด็ก ๆ เรามักเรียกชื่อเล่นกันคือ 'ต้นน้ำ' กับผม 'ต้นกล้า' พอโตมาก็ติดฉายาที่ได้มาจากโรงเรียนวชิราวุธ ก็คือ 'หักใน' กับผม 'ชายหวาน' อย่าถามที่มาของฉายาเลยครับ...เจ็บคอ...อายุห่างกับผม 1 ปี 8 เดือน ว่ากันตรง ๆ แล้วสถานะเราคงจะเหมือนเพื่อนที่สนิทกันมาก ๆ ดูจะไม่ค่อยเหมือนพี่น้องสักเท่าไร

คุณพ่อคุณแม่เคยขอให้ผมเรียกพี่ชายว่า 'พี่' ผมก็ตกลง แต่พี่ชายผมบอกว่าไม่ต้องเรียกพี่ดีกว่า ชอบให้เรียกชื่อเฉยๆ นี่แหละ เลยพร้อมใจกันขอคุณพ่อคุณแม่ว่า เราไม่ต้องเรียกพี่เรียกน้องกันดีกว่านะ ท่านก็ตามใจเรา พอมาเรียนที่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย มีประเพณีว่าชั้นเรียนติดกันให้ถือเป็นเพื่อนกันไม่ต้องถือเป็นชั้นพี่เรียกพี่ ก็เลยสบอารมณ์เรา

เพราะด้วยการที่เราเสมือน 'ตัวติดกัน' มาโดยตลอด เท่าที่จำความได้ก็คงจะมีเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นที่เราจะห่างกันอยู่นิดหน่อย ก็คือช่วงที่พี่ชายผมเข้าโรงเรียนประจำตอนป. 4 และก็ตอนที่ผมยังเรียนอยู่ม. 6 แล้วเขาก็ได้ไปเรียนต่อที่จีนก่อน

ช่วงนั้นจากการที่ผมเป็นเด็กพูดสนุกสนานได้ทั้งวันปรากฏว่าเงียบเรียบร้อยไปเลย คงจะเพราะขาดคู่หูมั้ง

ปัจจุบันในวันนี้เราก็ยังคงเป็น Roommate กันครับ
ถ้าถามว่าเบื่อหน้ากันบ้างมั้ย ก็ขอบอกเลยว่าเบื่อครับ..ฮ่า..ฮ่า...

แต่จะว่าไป พี่ชายคนนี้แหละคือคนที่”สร้าง”ผมที่เป็นผมในวันนี้ขึ้นมาอย่างไรก็อย่างนั้นทีเดียวเชียว

ตลอดช่วงชีวิตผม แทบทุกอย่างล้วนมีพี่ชายนำทางมาโดยตลอด ตั้งแต่โรงเรียน ยันมหาวิทยาลัย ผมตามพี่ชายของผมไปทุกที่ หรือแม้กระทั่งงานอดิเรกก็เถอะ ก็ยังคงเป็นเขาคนนี้แหละครับ คนที่ทำให้ผมรักในฟุตบอล หรือรักในสโมสร Manchester United ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีความสนใจใหม่ ๆ ไม่หยุดหย่อนจนแทบจะเลิกดูฟุตบอลไปแล้วก็ตาม และครูคนแรกที่สอนกีต้าร์ผมก็คือพี่ชายคนนี้

แม้แต่ภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่สุดมันส์ของ Marvel ที่ตอนนี้คนทั้งโลกกำลังอินอยู่อย่างหนัก ก็พี่ชายเช่นกันที่คอยบอกให้ผมมาดูและติดตามอยู่ตลอด พร้อมทั้งเล่าเบื้องหน้าเบื้องหลังเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรียกร้องความสนใจ
ซีรี่ส์ Game of Thrones นี่ก็เช่นกัน เขาคนนี้แหละที่บอกผมว่ามึงต้องดู

หรือแม้กระทั่งการจีบสาวตอนสมัยมัธยม ก็พี่ชายผมนี่แหละ ครูดี ๆ นี่เอง..

ยังมีอีกเยอะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แย่ ๆก็ตาม..ฮ่า..ฮ่า..ล้อเล่นครับ...

เวลาชีวิตมีปัญหาคุณปรึกษาใคร ผมเป็นคนหนึ่งครับที่เวลาประสบพบเจอปัญหา ผมพร้อมที่จะปรึกษาพี่ผมทุกเรื่อง ทุกเรื่องราวของผม ผมจะเล่าให้พี่ชายฟังอยู่เสมอ เช่นเดียวกันครับ ทุกเรื่องราวของพี่ชาย เขาก็จะเล่าให้ผมฟังอยู่เสมอเช่นกัน แต่ส่วนมากเขาจะเล่าให้ผมฟังเมื่อเรื่องนั้นผ่านไปประมาณสัก 2-3 เดือนขึ้นไป

บ่อยครั้งนะครับที่เราทะเลาะกัน มีตั้งแต่เรื่องงี่เง่าจนถึงเรื่องจริงจัง

ถ้าให้ยกตัวอย่างเรื่องงี่เง่าขึ้นมา ก็จะมีอย่างเช่นนอนเตียงเดียวกันแล้วคนหนึ่งนอนกินที่ ดึงผ้าห่มไปใช้เยอะ ก็จะเริ่มเถียงกัน ผลักกัน ตะโกนใส่กัน แต่ส่วนมากจะจบที่ผมเริ่มเปิดฉากด้วยการต่อยตีก่อน หรือนั่งในรถคุณพ่อคุณแม่ตรงเบาะตอนหลังก็ประมาณนั้นครับ

ถ้าย้อนกลับไปตอนเด็ก วีรกรรมสุดโหดที่สุดที่ผมกับพี่ชายทะเลาะกันก็เรียกได้ว่าถึงเลือดถึงเนื้อ ตอนนั้นผมยังเล็กมาก คุณพ่อคุณแม่บอกว่าผมเป็นคนที่เวลาไม่พอใจอะไรมักชอบจะกัดคนนู้นคนนี้อยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่พี่ชายของผมเอง ในวันหนึ่งที่เราทะเลาะกัน ผมเริ่มเปิดฉากกัดไปที่แขนของพี่ขายของผมทีหนึ่ง ก่อนที่หลังจากนั้นผมก็ถูกสอยมวยกลับบ้าง ด้วยการที่เขากัดกลับมาบริเวณใบหน้าของผม ช่างโหดร้ายกับน้องชายสุดน่ารักยิ่งนัก..ฮ่า..ฮ่า...

เราสองคนผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะครับ ทั้งการใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำ เล่นกีฬาทีมเดียวกัน ไปทำกิจกรรมจิตอาสาด้วยกัน หรือทำงานอยู่ในทีมหรือกลุ่มเดียวกัน
เราสองคนอาจจะไม่ได้มีนิสัยเหมือนกันสักเท่าไหร่ แต่เราทั้งสองคนต่างรู้ข้อบกพร่อง หรือจุดอ่อนของอีกฝ่าย และเราก็จะคอยตักเตือน และคอยปรับแก้ข้อผิดพลาดให้กันอยู่เสมอ

เขาคนนี้นี่แหละครับที่เป็น 'ผู้นำ' ในการใช้ชีวิตในเกือบ ๆ ทุกด้าน ด้านไหนบ้างนะเหรอครับ ก็มีทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านบน ด้านล่าง เฮ้ย...เลอะเทอะแล้ว...

ถ้าจะถามว่าผมรักพี่ชายผมมั้ย คำตอบก็คือรักมาก ๆ ครับ

ถามว่าในชีวิตจริงเราเคยพูดแบบนี้กันมั้ย ก็ต้องบอกเลยว่าเคยอยู่บ่อยครั้งครับ แต่การที่ได้มาค่อย ๆ นั่งเรียบเรียงเหตุการณ์ต่าง ๆ แบบนี้แล้ว ขอบอกว่านี่เป็นครั้งแรกครับที่ผมคิดจะทำอะไรแบบนี้ออกมา

เป็นงานเขียนที่ลื่นไหลมาก เพราะเป็นอะไรที่ไม่ต้องคิดเยอะเลย ทุกอย่างที่ผมเขียนวันนี้ออกมาจากความรู้สึกทั้งหมด

สุดท้ายนี้เหตุผลที่ผมเขียนเรื่องราวของพี่ชายของผมในวันนี้ จะขอตอบเป็นบทเพลงของวงดนตรี Getsunova สั้น ๆ ครับว่า...

"เหตุผลที่ไม่มีเหตุผล"






กำลังโหลดความคิดเห็น...