xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กฉัตร" ลั่นเป็นทหาร 40 ปี ไม่เคยเจอสงครามไหนคนเจ็บตายเท่าอุบัติเหตุ "สงกรานต์"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“บิ๊กฉัตร” ลั่น!!! เป็นทหาร 40 ปี ไม่เคยเจอสงครามไหนคนเจ็บ-ตายเท่าสงกรานต์ ชี้เหตุขาดสำนึกถึงความปลอดภัย จนกลายเป็นภัยคุกคามชีวิตคนไทย เร่ง สสส. ดึงพื้นที่ทำงานสำเร็จขยายผล เน้นคิดนวัตกรรมลดอุบัติเหตุ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวภายในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 4/2562 ว่า ที่ประชุมพิจารณาแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด(สอจร.) ปี 2562-2564 โดยวางเป้าหมายในการสร้าง “จังหวัดถนนปลอดภัย” ให้เกิดขึ้นภายในปี 2564 อย่างน้อย 50% ของจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ เน้นเสริมศักยภาพภาคีเครือข่าย สร้างความร่วมมือให้มีบทบาทเป็นเจ้าภาพในระดับพื้นที่ และทำให้เกิดการแข่งขันกันสร้างจังหวัดถนนปลอดภัยที่ผ่านมาตรฐาน รวมถึงผลักดันให้เป็นวาระระดับอำเภอ และระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดกระแสจังหวัดถนนปลอดภัยกระจายไปยังทั่วประเทศ เนื่องจากการวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคการดำเนินงานที่ผ่านมา ความเข้มข้นด้านกฎหมายของหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยระยะแรกขอให้วางเป้าหมายเน้นดำเนินงานในจังหวัดที่เป็นกลุ่มพื้นที่เสี่ยงสูงก่อน เพื่อให้เกิดบทเรียนความสำเร็จของพื้นที่และนำไปสู่การขยายผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

“ตลอดชีวิตที่ผมรับราชการทหารมากว่า 40 ปี ยังไม่เคยเห็นการรบครั้งไหนที่มีคนเสียชีวิตเท่ากับจำนวนคนเจ็บตายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อุปสรรคสำคัญยิ่ง คือ คนไทยที่ขาดสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน จนกลายเป็นภัยคุกคามของประเทศ พฤติกรรมเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย วัยรุ่นตั้งวงดื่มเหล้าริมถนน แต่งตัวล่อแหลม ยังมีให้เห็นตลอด ซึ่งสะท้อนทัศนคติที่ไม่สนใจความปลอดภัยของตนเองและสังคม ซึ่งผมอยากฝาก สสส.ให้ช่วยคิดหากลไกและนวัตกรรมที่จะเป็นตัวช่วยในการควบคุมความเร็ว หรือแก้ปัญหาจุดเสี่ยงสำคัญในพื้นที่ เช่น หากไม่สวมหมวกนิรภัยจะสตาร์ทรถไม่ติด หรือเกิดมาตรการองค์กร เช่น หากพนักงานไม่สวมหมวกนิรภัยหรือเมาแล้วขับถูกตัดเงินเดือน/โบนัส" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงมหาดไทย มีการหารือกำหนดกรอบวิธีการ การวัดผล และให้นำมารายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการกองทนฯ ทุกครั้ง รวมทั้งขอให้กระทรวงแรงงานขยายผลแนวทางของสถานประกอบการที่ทำมีมาตรการในเรื่องความปลอดภัยทางถนน ให้ขยายผลไปยังสถานประกอบการอื่นๆ ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหากเป็นไปได้อยากให้ตั้งเป้าการทำงานในระยะสั้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านความปลอดภัยในทางใดทางหนึ่งตั้งแต่ช่วงเข้าพรรษานี้เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุ 3,338 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 386 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,442 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ พังงา สุโขทัย และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช จังหวัดละ 128 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ลพบุรี และอุดรธานี จังหวัดละ 15 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 136 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 36.61


กำลังโหลดความคิดเห็น...