xs
xsm
sm
md
lg

“โรคเยื่อบุมดลูกต่างที่...สุภาพสตรีควรต้องรู้”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รศ.นพ. ประสงค์ ตันมหาสมุทร
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

“โรคเยื่อบุมดลูกต่างที่” (Endometriosis) เป็นโรคเฉพาะสตรีที่ต้องอาศัยฮอร์โมนเอสโทรเจน (estrogen dependent disease) พบได้บ่อยในสตรีวัยเจริญพันธุ์ที่มีอาการปวดระดูมาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง เป็นๆ หาย ๆ มานานกว่า 6 เดือน หรืออาการปวดในตำแหน่งอื่น ๆ ในช่วงที่มีระดู มีอาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ มีญาติสายตรงเป็นโรคนี้ และในรายที่มีบุตรยาก อาการต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นอาการที่ค่อนข้างจำเพาะ และทำให้สงสัยว่าน่าจะเป็นโรคนี้ ควรมารับการตรวจกับสูตินรีแพทย์ เพื่อสืบค้น และให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเยื่อบุมดลูกต่างที่ ได้แก่

-สตรีที่เริ่มมีระดูตั้งแต่อายุน้อย (early menarche) สตรีที่มีรอบระดูสั้น และมีปริมาณระดูมาก

-ในสตรีที่เป็นญาติใกล้ชิด หรือญาติสายตรงของผู้ป่วย (first degree relative) พบความชุกของโรคสูงกว่าประชากรทั่วไป 6-10 เท่า พบว่าโรคเยื่อบุมดลูกต่างที่มีแนวโน้มที่พบมากขึ้นในครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นโรคนี้ นอกจากนี้ยังพบบ่อยในคู่แฝด พบว่าในแฝดร่วมไข่ แฝดอีกคนมีโอกาสเป็นโรคสูงถึงร้อยละ 75-87

-ปัจจัยทางด้านพฤติกรรม พบว่าการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเยื่อบุมดลูกต่างที่ และความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามปริมาณของแอลกอฮอล์ที่ดื่ม

การวินิจฉัย สามารถทำได้โดยการใช้ลักษณะทางคลินิก (clinical diagnosis) การตรวจภาพวินิจฉัย (imaging diagnosis) และการใช้กล้องส่องตรวจช่องท้อง (surgical diagnosis) ซึ่งการใช้กล้องส่องตรวจช่องท้องเพื่อวินิจฉัย (diagnostic laparoscopy) ถือเป็นมาตรฐาน (gold standard) ในการวินิจฉัยโรค
การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงทางช่องคลอด เป็นอีกวิธีที่มีประโยชน์มากในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่มีช็อกโกแลตซีสต์

การรักษา

วิธีการรักษาจะต้องพิจารณาจากหลาย ๆ ปัจจัย ได้แก่ อายุของผู้ป่วย สถานภาพสมรส ความต้องการมีบุตร ความรุนแรงของโรค และผลการรักษาที่เคยได้รับมาก่อน โดยทั่วไป ในกรณีที่ไม่ต้องการมีบุตร มักเริ่มให้การรักษาด้วยยาฮอร์โมนก่อน แล้วประเมินผลการรักษาว่าตอบสนองต่อยาหรือไม่ ส่วนในกรณีที่ต้องการมีบุตร จะไม่ให้การรักษาด้วยยาฮอร์โมน เนื่องจากระหว่างการรักษาจะไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น และหลังหยุดยาก็ไม่ได้ช่วยทำให้การตั้งครรภ์ดีขึ้น แนะนำให้พยายามทำให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น โดยอาจเป็นการตั้งครรภ์เอง (spontaneous pregnancy) หรือเป็นการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (assisted reproductive technology)

การรักษาด้วยยาฮอร์โมนถือเป็นการรักษาหลักสำหรับโรคนี้ ยาฮอร์โมนที่ใช้ในการรักษาโรคเยื่อบุมดลูกต่างที่ในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

1.ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม (combined oral contraceptive pills)
2.โพรเจสโทเจน (progestogen)
3.ยาที่ออกฤทธิ์แบบฮอร์โมนเพศชาย ได้แก่ danazol และ gestrinone
4.ยาที่ทำให้สภาวะวัยหมดระดูเทียม (pseudomenopause) ได้แก่ Gonadotropin releasing hormone agonist และ Gonadotropin releasing hormone antagonist
5.Aromatase inhibitor

ระยะเวลาในการรักษาด้วยยา ประมาณ 6-12 เดือน เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว แพทย์จำเป็นต้องให้การป้องกันการกลับเป็นซ้ำจนกว่าผู้ป่วยจะต้องการมีบุตร ซึ่งจะมียาเพียง 2 กลุ่มเท่านั้น ที่จะใช้ในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำในระยะยาวได้ คือ ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมและโพรเจสโทเจน

การผ่าตัดผ่านกล้องส่องตรวจในช่องท้อง มักจะทำในกรณีต่อไปนี้

1.ช็อกโกแลตซีสต์ที่มีขนาดมากกว่า 3 ซม. เนื่องจากการรักษาด้วยยาไม่สามารถกำจัดได้ และยังได้ผลตรวจทางพยาธิวิทยามายืนยันการรักษา นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจว่ามีมะเร็งเกิดขึ้นในซีสต์หรือไม่

2.ผู้ป่วยที่มีปัญหามีบุตรยาก การผ่าตัดเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการแก้ไขภาวะมีบุตรยาก การรักษาด้วยยาช่วยรักษาอาการปวด แต่ไม่ช่วยให้การตั้งครรภ์ดีขึ้น ซึ่งการผ่าตัดจะช่วยทำให้เกิดการตั้งครรภ์เองได้มากขึ้น และยังช่วยรักษาอาการปวดจากโรคให้ดีขึ้นด้วย จึงเป็นการแก้ปัญหาทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน

3.ในรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา หรือได้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งผู้ป่วยอาจเป็นโรคอื่น หรืออาจมีรอยโรคที่รุนแรงและไม่ตอบสนองต่อยา ดังนั้น ควรทำการใช้กล้องส่องตรวจช่องท้อง เพื่อให้ได้การวินิจฉัยโรคที่แน่นอน และให้การรักษาด้วยการผ่าตัดไปในคราวเดียวกันเลย

อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดรักษาโรคนี้ ควรทำโดยการผ่าตัดผ่านกล้องส่องทางหน้าท้อง โดยเฉพาะในรายที่ทำผ่าตัดแบบอนุรักษ์ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดี เห็นรอยโรคได้ชัดเจน ทำให้เกิดพังผืดน้อย และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว แต่การผ่าตัดโรคนี้ ในรายที่มีรอยโรครุนแรง เป็นการผ่าตัดที่ยาก และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้สูง เช่น การบาดเจ็บต่อลำไส้ ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น จึงจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญการผ่าตัดผ่านกล้องที่มีทักษะและประสบการณ์ จึงจะทำให้ได้ผลการรักษาที่ดี เกิดภาวะแทรกซ้อนน้อย

ข้อจำกัดของการรักษาในปัจจุบัน คือ สถานพยาบาลบางแห่งไม่มีทีมแพทย์สหสาขาที่จะร่วมทำการผ่าตัดผ่านกล้องส่องทางหน้าท้อง ในกรณีผู้ป่วยที่มีรอยโรคที่ลำไส้และระบบทางเดินปัสสาวะ ทำให้การผ่าตัดในบางรายยังคงมีรอยโรคเหลืออยู่
สำหรับตัวผู้ป่วยเองควรจะต้องรู้จักอาการของโรคนี้ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น และมารับการตรวจเพื่อให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสม เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อภาวะเจริญพันธุ์

กิจกรรมดี ๆ ที่ศิริราช
131 ปี รพ.ศิริราชจัดกิจกรรมภาคประชาชน หัวข้อ “Siriraj Smart Hospital” วันที่ 22-26 เมษายน 2562 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี •วันที่ 22 และ 25 เมษายน 2562 เวลา 16.30-18.30 น. ฟังดนตรีในสวนจาก Music Guru Band ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2419 7646-8


กำลังโหลดความคิดเห็น...