xs
xsm
sm
md
lg

“เดชา” เชื่อจับกุม “กัญชา” มีเงื่อนงำ กลั่นแกล้งตรวจจับช่วงนิรโทษ ลุยฟ้องศาลคดีทุจริต

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“เดชา” เชื่อจับกุมปม “กัญชา” มีเงื่อนงำ ยันกัญชาเป็นของตัวเองทั้งหมด ไม่เกี่ยว อ.ซ้ง และมูลนิธิข้าวขวัญ ชี้มีความผิดปกติ เหตุจับกุมช่วงนิรโทษ ถูกไม่รับแจ้งครอบครอง อ้างไม่มีกัญชา และไม่ใช่หมอพื้นบ้าน ยันทำงานหมอพื้นบ้านมานานกว่า 20 ปี เผยหลังแจ้งครอบครองตั้งใจร่วม “อภัยภูเบศร” พัฒนาวิจัยกัญชาทางการแพทย์ ลุยฟ้องศาลคดีทุจริต จนท.ประพฤติมิชอบ

วันนี้ (10 เม.ย.) ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เมื่อเวลา 15.20 น. นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญสุพรรณบุรี แถลงข่าวภายหลังเดินทางกลับมาจาก สปป.ลาว ถึงกรณีตำรวจ ป.ป.ส.บุกตรวจค้นและจับเจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญและยึดของกลางกัญชาทางการแพทย์ ท่ามกลางการมาให้กำลังใจของเหล่าเครือข่ายภาคประชาชน เช่น มูลนิธิชีววิถี มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) เป็นต้น ซึ่งมีการชูป้ายว่า #SaveDecha รวมถึงตะโกนให้กำลังใจ “เซฟเดชา”

นายเดชา กล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เดินทางไปประกัน นายพรชัย ชูเลิศ หรือ อาจารย์ซ้ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญด้วยตนเอง ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของตน ซึ่งนายพรชัยไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย กัญชาทั้งหมดเป็นของตนคนเดียว ไม่เกี่ยวกับใครเลย ดังนัน จึงต้องปล่อยนายพรชัยโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะเขาไม่เกี่ยวข้อง เพียงแค่อยู่ในมูลนิธิฯ วันนั้น และยืนยันว่า มูลนิธิข้าวขวัญก็ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าการจับกุมในช่วงนิรโทษกรรมเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เนื่องจากการแจกจ่ายน้ำมันกัญชาของตนนั้นก็เพื่อรักษาคน ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ป่วยที่ควรจะได้รับยา จึงควรมองเรื่องศีลธรรมมาก่อนกฎหมายที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ แม้กฎหมายจะถูกต้องก็ยังอยู่ระหว่างช่วงนิรโทษกรรม 90 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 19 พ.ค. 2562

นายเดชา กล่าวว่า สาเหตุที่ยังไม่ได้ไปแจ้งการครอบครองนั้น เนื่องจากยังเหลือเวลาในการแจ้งครอบครองอีกเป็นเดือน และยังอยู่ในช่วงของการเตรียมเอกสารให้พร้อมในการไปแจ้งครอบครอง แต่เจ้าหน้าที่กลับมาตรวจต้นในช่วงที่ตนไม่อยู่มูลนิธิฯ และการนิรโทษกรรมยังไม่สิ้นสุด ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการพิสูจน์ว่า นิรโทษจับได้หรือไม่ และใครเข้าใจผิดกันแน่

เมื่อถามว่าการจับกุมในครั้งนี้มีนายทุนใหญ่หนุนหลังอยู่หรือไม่ นายเดชา กล่าวว่า ตนก็เข้าใจแบบนั้น ต้องมีเบื้องหลังแน่ เพราะมีความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งใส่ร้ายป้ายสีมูลนิธิ กล่าวหาว่าปลูกข้าวบังหน้า ทำกัญชาลับหลัง ซึ่งถามว่ากัญชาอยู่ในถุง ยังไม่ได้ลงดิน จะมาบอกว่าปลูกไม่ได้ และที่แจกกัญชาช่วงนี้ ก็เพื่อให้ผู้ที่ได้รับแจกไปแจ้งการครอบครองให้ถูกกฎหมาย สื่อที่กล่าวหาว่ามูลนิธิฯ ปลูกข้าวบังหน้า ทำกัญชาลับหลัง หากไม่ออกมาขอโทษก็จะดำเนินการฟ้องร้องด้วย

“ผมมองว่าเรื่องนี้มีความผิดปกติ เพราะมุ่งมาค้นเราตอนที่เราไม่อยู่ ไม่รู้ว่าหมายค้นมีหรือไม่ และเมื่อค้นรอบแรกเสร็จ 4-5 ทุ่ม ปรากฏว่า ป.ป.ส.ส่วนกลางมาอีกครั้ง ค้นจนถึงบ้านบนยอดไม้ของผมด้วย พังประตูเข้าไป ทั้งที่ช่วงนี้เป็นช่วงนิรโทษกรรม เด็กยังรู้เลยว่าแปลว่าอะไร ซึ่งศาลฎีกาเคยตัดสินแล้ว อย่างอาวุธปืนช่วงนิรโทษก็ไม่สามารถจับกุมได้ ซึ่งปืนถือว่าเป็นอาวุธร้ายแรงกว่ากัญชาที่เป็นพืชอีก หรืออย่างเมื่อวานผมให้ตัวแทนไปยื่นแจ้งครอบครองกัญชา ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ก็ไม่ยอมรับ เพราะไม่มีของหรือกัญชาที่จะแจ้งครอบครอง ซึ่งจะมีได้อย่างไร ในเมื่อของถูกยึดไปหมดแล้ว และบอกว่าผมไม่ได้เป็นหมอพื้นบ้าน ทั้งที่ผมเป็นหมอพื้นบ้านมานานกว่า 20 ปีแล้ว ไปหาอ่านบทความในหมอชาวบ้าน หรือมูลนิธิสุขภาพไทยได้เลย” นายเดชา กล่าว

นายเดชา กล่าวว่า ตามกฎหมาย อาจารย์วิชา มหาคุณ ในฐานะผู้เขียน พ.ร.บ.ยาเสพติด (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ยังบอกเลยว่าช่วงนิรโทษกรรมแต่ทำแบบนี้ถือเป็นการกลั่นแกล้งให้เสียสิทธิ กักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งตนจะใช้สิทธิผ่านศาลคดีทุจริต ซึ่งเป็นศาลเฉพาะ โดยให้ผู้เสียหายคือนายพรชัยเป็นผู้ร้อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งประชาชนผู้บริสุทธิ์ ส่วนเรื่องของทนายนั้นก็มีคนเสนอเข้ามาช่วย แต่คงจะใช้ทนายจาก 3 มูลนิธิ

นายเดชา กล่าวว่า ตมมั่นใจว่า การค้นคว้าเรื่องกัญชามีความปอดภัย เพราะผมใช้จริงกับตัวเองมาก่อน รวมถึงญาติ คนสนิท ลูกศิษย์ ทั้งที่ใช้มากกว่าปกติเป็น 100 เท่า ก็พบว่าไม่มีอันตราย ถึงได้กล้าแจก ซึ่งก็แจกเป็นระบบ มีข้อมูลคนไข้ที่แจกกว่า 5,000 ราย แต่ละคนผลเป็นอย่างไรบ้าง ก็ไม่มีใครเป็นอันตราย และตนตั้งใจว่า หลังจากยื่นของนิรโทษครอบครองกัญชาแล้ว จะเดินหน้าทำเรื่องกัญชาทางการแพทย์ต่อ ซึ่งมีการหารือกับ ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ที่จะดำเนินการร่วมกับ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อที่จะได้ทำถูกกฎหมาย 100%

นายเดชา กล่าวว่า ในวันที่ 11 เม.ย. ตนจะเดินทางไปแสดงตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เวลาประมาณ 10.00 น. และจะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นเพื่อดูว่าออกหมายเรียก หรือหมายจับ หรือหมายอะไรกันแน่ นอกาจกนี้ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่มาช่วยเหลือ โดยตนยินดีร่วมมือกับทุกพรรคการเมืองที่เห็นเรื่องกัญชาทางการแพทย์จำเป็นต่อคนไทยจริง ซึ่งกฎหมายปัจจุบันไม่พอให้คนไทยเข้าถึง ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีก รวมถึงขอขอบคุณนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ออกมาพูดรับรองตน เอาตำแหน่งมาประกัน เพราะศรัทธาในสิ่งที่ตนทำว่าไม่ผิด รวมถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติที่เอาตำแหน่งมาเป็นประกันเช่นกัน และ 3 มูลนิธิที่เข้ามาช่วยเหลือ

นายพรชัย ชูเลิศ กล่าวสั้นๆ ว่า ช่วงที่ถูกจับไปก็ได้รับการดูแลอย่างดี แต่ส่วนเรื่องของข้อหาหรือกฎหมายนั้นตนไม่รู้เรื่องเลย

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ภารกิจต่อจากนี้ คือ ต่อสู้คดีอาจารย์เดชา ซึ่งยังไม่มีไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งอาจต้องมีการประกันตัวในการสู้คดีอีก และที่จะทำร่วมกันคือ เรื่องของการบังคับใช้กฎหมายโดยมิชอบ เช่น การจับกุมในช่วงนิรโทษ 90 วัน การปฏิเสธว่าไม่ใช่หมอพื้นบ้าน ส่วนที่บอกว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ตรงนี้กฎหมายก็ไม่ได้เขียนเอาไว้ แต่อาจารย์เดชาทำงานหมอพื้นบ้านมาตลอด ทั้งนี้ เชื่อว่า เรื่องดังกล่าวมีบริษัทใหญ่ 3 บริษัท ที่จะร่วมกับรัฐและต่างประเทศในการพัมนาวิจัยกัญชา เพราะได้ประโยชน์
















กำลังโหลดความคิดเห็น...