xs
xsm
sm
md
lg

กทม.เล็งสร้างถนน-สะพานเข้าออก “ศูนย์ราชการ” แก้รถติดแจ้งวัฒนะ ขอผู้รับเหมาเปิดเลนจุดยังไม่สร้างรถไฟฟ้าสีชมพู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สกลธี” นั่งหัวโต๊ะแก้ปัญหารถติดเส้นแจ้งวัฒนะ จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู กำชับผู้รับเหมาเปิดช่องจราจรในจุดยังไม่ก่อสร้าง ติดป้าย สัญญาณไฟให้ชัด ขอตำรวจเข้มแท็กซี่จอดรับส่งหน้าห้าง เล็งสร้างถนน-ทางยกระดับเข้าออกศูนย์ราชการ สั่งศึกษาหาความเป็นไปได้ ก่อนชง “บิ๊กป้อม” ไฟเขียว

วันนี้ (5 มี.ค.) นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพู ร่วมกับผู้บริหาร กทม. การไฟฟ้านครหลวง กรมทางหลวง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เทศบาลนครปากเกร็ด ฯลฯ ว่า กทม.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะ เนื่องจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ซึ่งปัจจุบันเกิดปัญหาการจราจรติดขัดต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเป็น 2 ระยะ ได้แก่

1.ระยะสั้น มอบหมายบริษัทผู้รับเหมา วางแนวกั้นพื้นที่ก่อสร้างตามความเหมาะสม พื้นที่ใดที่ยังไม่ดำเนินการก่อสร้างให้เปิดช่องการจราจร และเพื่อความปลอดภัยของประชาชนให้ปิดช่องทางการก่อสร้างให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันประชาชนเกิดความสับสน รวมทั้งติดตั้งป้ายและสัญญาณไฟให้ชัดเจน สำหรับการระบายรถบนถนนแจ้งวัฒนะ ได้ขอความร่วมมือสถานีตำรวจในพื้นที่จัดกำลังเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมในจุดที่มีการจราจรติดขัด โดยเฉพาะบริเวณหน้าศูนย์ราชการ และขอให้กวดขันรถโดยสารสาธารณะหรือรถแท็กซี่ที่มักจอดรถรอ หรือรับ-ส่ง บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าในเส้นทาง นอกจากนี้ มอบหมายสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ทางเลี่ยงและทางลัด พร้อมทั้งจัดระเบียบพื้นที่ภายในซอยทางลัดเพื่อลดปัญหาการจราจรภายในซอยลัด

และ 2.ระยะยาว กทม.กำลังดำเนินโครงการก่อสร้างถนนต่อเชื่อมศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 กับถนนกำแพงเพชร 6 (ถนนหมายเลข 8) และโครงการก่อสร้างถนนเลียบคลองประปา-ถนนสรงประภา ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี หากทั้ง 2 โครงการแล้วเสร็จจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณถนนแจ้งวัฒนะได้

นายสกลธี กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 โครงการในอนาคตที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา คือ 1.โครงการก่อสร้างถนนหมายเลข 10 ผ่านพื้นที่การประปาภูมิภาค (กปภ.) เชื่อมต่อกับถนนประชาชนชื่น ซอย 14 (เลียบคลองประปา) คาดใช้งบประมาณปี 2564 จำนวน 60 ล้านบาท แต่ กทม.ยังไม่สามารถเจรจาขอใช้พื้นที่ของ กปภ.ได้ และโครงการก่อสร้างทางยกระดับบริเวณทางเข้า-ออกศูนย์ราชการ 2 โครงการ คือ ฝั่งขาเข้าและฝั่งขาออก เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนที่มีรถจำนวนมากเข้า-ออกศูนย์ราชการ เบื้องต้นมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือความเป็นไปได้ในการดำเนินงาน เพื่อจะได้เสนอคณะกรรมการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลาโหม เป็นประธาน เพื่อพิจารณาต่อไป








กำลังโหลดความคิดเห็น...