xs
xsm
sm
md
lg

“หมอยง” ชี้ คนแห่ใส่หน้ากากกันฝุ่น แต่ “ไข้หวัดใหญ่” ยังระบาดสูง เหตุคนเป็นไม่ใส่ คนใส่ไม่เป็นโรค

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“หมอยง” ชี้ คนตื่นตัวฝุ่น PM2.5 แห่สวมหน้ากาก แต่ยังใส่ใจ “ไข้หวัด” น้อย ส่งผล “ไข้หวัดใหญ่” ยังคงระบาดจำนวนมาก เหตุคนเป็นโรคไม่ใส่ ส่วนคนใส่ไม่เป็นโรค จึงช่วยป้องกันแพร่ระบาดได้น้อย เช่นเดียวกับฝุ่นต้องแก้ที่ต้นเหตุ ใช้รถยนต์ให้น้อย หรือใช้รถพลังงานสะอาด เปลี่ยนระดับน้ำมัน หันใช้รถไฟฟ้า

จากกรณีโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม ประกาศหยุดเรียน 3 วัน ระหว่างวันที่ 23-25 ม.ค. 2562 เนื่องจากสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่

วันนี้ (23 ม.ค.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ราชบัณฑิตและหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องไข้หวัดใหญ่กับการใช้หน้ากากอนามัย ว่า ขณะนี้มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในนักเรียน โรงเรียนดังๆ หลายแห่ง การระบาดจะเป็นไข้หวัดใหญ่ B Victoria ค่อนข้างมาก เราจะต้องช่วยกันสอนให้เด็กหรือคนรุ่นใหม่ ได้รู้ว่า การใส่หน้ากากอนามัยในผู้ป่วย หรือสงสัยว่าจะป่วย จะเป็นการลดการแพร่กระจายของโรคได้เป็นอย่างดี

เป็นที่น่าแปลกใจ เราตื่นกลัวและมีการใช้หน้ากากอนามัยจำนวนมาก แต่กลับมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เกิดขึ้นอย่างมาก เพราะเราไปใส่ในคนที่ไม่เป็นโรค และไม่ตื่นตัวในการป้องกัน เรื่องการล้างมือ สุขอนามัย

ในโรงเรียนที่มีการระบาด ที่มีผู้ป่วยมากกว่า 2 รายในชั้นเรียน ก็ควรจะปิดชั้นเรียนนั้น และถ้ามีมากกว่า 1 ห้อง ก็ปิดในระดับนั้น หรือมีมากหลายๆ ห้อง ก็จะต้องปิดโรงเรียน ขณะนี้เราให้ความสนใจ ไข้หวัดใหญ่ น้อยไป จึงเกิดการระบาดอย่างมาก ทั้งที่มีการตื่นตัวการใส่หน้ากาก เพื่อป้องกัน PM2.5 แต่ทำไมไข้หวัดใหญ่จึงระบาดได้มากเช่นนี้ เพราะเราไปใส่ ในคนที่ไม่ได้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่

นอกจากนี้ ศ.นพ.ยง ยังโพสต์ข้อความก่อนหน้า ว่า คนที่ไม่ป่วยใส่หน้ากากอนามัยจะป้องกันโรคได้ไม่มากนัก แต่ถ้าผู้แพร่เชื้อเป็นผู้ใส่ จะลดการแพร่กระจายได้อย่างมาก จะช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นรอบข้าง ติดโรคด้วย ได้ผลมากกว่ามากมาย ทำนองเดียวกัน กับปัญหาของกรุงเทพฯ ขณะนี้ การใส่หน้ากากอนามัย จะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ และได้ผลน้อยมาก ต่อคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด เรารู้ว่าปัญหาต้นเหตุ อยู่ที่จำนวนรถยนต์ในกรุงเทพฯ มีมากถึง 10 ล้านคัน เป็นไปไม่ได้ที่เราจะสละหน้ากากอนามัย ไปปิดท่อไอเสียรถยนต์ที่พ่นควันมีฝุ่นละอองขนาดจิ๋วและแก๊สมากมาย

การแก้ปัญหาจะต้องอยู่ที่ต้นเหตุ ให้มีการใช้รถยนต์ให้น้อยที่สุด หรือใช้รถยนต์พลังงานสะอาด เปลี่ยนระดับน้ำมัน ให้เป็นมาตรฐานยูโร หรือใช้รถไฟฟ้า ในกรุงเทพฯไม่มีถนนที่ไหนที่เป็นดินแล้ว การล้างทำความสะอาด ก็น่าจะมีประโยชน์มากกว่าการพ่นน้ำขึ้นอากาศ เชื่อว่า ถ้าทุกคนช่วยกัน แก้ให้ตรงจุด ในอนาคต ปัญหาดังกล่าวจะดีขึ้นได้แน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...