xs
xsm
sm
md
lg

ม.มหิดล แนะ 3 ขั้นตอนใช้ชีวิตกลางฝุ่น PM2.5 ย้ำพื้นที่สีแดง ไม่ควรอยู่ในอาคารปิด ถ้าไม่มีเครื่องปรับอากาศ-ฟอกอากาศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มหิดล รวมผู้เชี่ยวชาญตั้งโต๊ะแถลงแนะนำวิธีใช้ชีวิตท่ามกลางฝุ่น PM2.5 แนะตรวจสอบอากาศทุกวัน เลื่อน งด เลิกกิจกรรมพื้นที่ค่าฝุ่นสูง ย้ำ ออกกำลังกายในสวนยังไม่ปลอดภัย หากเป็นพื้นที่สีส้มหรือแดง ขณะที่คนในพื้นที่สีแดง ควรอยู่ในอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศกรองฝุ่น PM2.5 ได้ เครื่องฟอกอากาศช่วยเพิ่มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ไม่ควรอยู่ในอาคารที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ อากาศเป็นพิษมากกว่า แนะย้ายไปอยู่บ้านญาติ เปลี่ยนบรรยากาศชั่วคราว

วันนี้ (18 ม.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ รพ.ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล จัดแถลงข่าว “มาตรการการดูแลสุขภาพและการจัดการที่ประชาชนสามารถดำเนินการได้เกี่ยสกับฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5” โดย ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ช่วง ม.ค.-มี.ค. ยังคงเจอสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ได้เรื่อยๆ เนื่องจากสภาพอากาศปิด สิ่งที่อยากให้ดำเนินการ คือ การเช็กสภาพอากาศว่าแต่ละวันเป็นอย่างไร ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ หรือ AirVisual ที่ตรวจได้หลายประเทศ ซึ่งจะบอกได้ว่าพื้นที่ที่เราอยู่หรือพื้นที่ที่จะไปนั้นอยู่ในพื้นที่สีอะไร ซึ่งหากเป็นสีส้มหรือสีแดง ก็คือ มีผลกระทบต่อสุขภาพ ก็อาจนำมาใช้พิจารณาการดำเนินชีวิต เช่น อาจเลื่อนเวลาเข้าพื้นที่สีส้ม หรือ สีแดง หรืองดการเข้าพื้นที่ เป็นต้น

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่แค่ตัวบุคคลเท่านั้น แม้แต่ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ก็ควรตรวจสอบสภาพอากาศด้วย เช่น โรงเรียน สถานที่ทำงาน หากพบว่ามีผลกระทบ ก็อาจพิจารณาเลื่อนเวลาเข้าเรียน เข้าทำงาน หรือปรับกิจกรรมการเคารพธงชาติหน้าเสาธงมาเป็นหน้าห้องเรียน หรืองดการออกกำลังกายกลางแจ้ง ส่วนประเด็นเรื่องการออกกำลังกายในช่วงเช้าตรู่นั้น เพราะคิดว่าอากาศดี แต่หลายพื้นที่เป็นช่วงที่ค่าฝุ่นสูงมาก จึงควรเลื่อนกิจกรรมการออกกำลังกายตอนเช้าไปก่อน สำหรับความเชื่อที่ว่า ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะตอนเช้าได้ เพราะมีต้นไม้จำนวนมากนั้น อยากทำความเข้าใจว่า ไม่ใช่ว่ามีต้นไม้แล้วฝุ่นจะน้อย อยากให้ตรวจสภาพอากาศเช่นกันว่า อยู่ในพื้นที่สีส้มหรือสีแดงหรือไม่ เพราะยังมีปัจจัยอื่นในการเกิดฝุ่นอยู่ เช่น การจราจรติดขัด การก่อสร้างต่างๆ เป็นต้น

รศ.ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า ขั้นตอนการดำเนินชีวิตท่ามกลางปัญหาฝุ่นละออง คือ 1. หาข้อมูลว่าสภาพอากาศเป็นอย่างไร ในพื้นที่ที่อาศัยและกำลังจะไปทำงาน ผ่านการฟังข่าวและตรวจสอบทางแอปพลิเคชันต่างๆ ซึ่งที่กังวล คือ สีส้มและสีแดง แต่หากในครอบครัวมีกลุ่มเสี่ยง อาจพิจารณาที่ระดับสีเหลือง 2. การป้องกันตัวเอง ให้ตัดสินใจรอบคอบ เช่น หากพื้นที่สีส้มอาจจะเลื่อนหรือปรับเวลาในการเดินทาง โดยช่วงกลางวันคุณภาพอากาศจะดีกว่าเช้าและเย็น ถ้าเลื่อนไม่ได้อาจหาอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากาก N95 หน้ากากอนามัยสวมทับสองชั้น หรือหน้ากากอนามัยซ้อนด้วยทิชชู แต่ต้องใส่ให้ถูกวิธี หากเป็นพื้นที่สีแดงก็ควรงดไปเลย ส่วนคนที่อยู่ในพื้นที่สีแดงอยู่แล้ว ไม่สามารถสวมหน้ากากได้ตลอด ก็เสนอว่า ให้หาอาคารเข้าไปหายใจให้เข้มแข็งแล้วค่อยออกมาสู้โลกกันใหม่ และ 3. ป้องกันคนกลุ่มเสี่ยงโดยพยายามให้อยู่ในบ้าน แต่หากอยู่ริมถนนก็ต้องระวัง อย่าเปิดประตูเข้าๆ ออกๆ มิเช่นนั้น ฝุ่นจะเข้าตลอดเวลา รวมถึงผู้บริหารหน่วยงานต้องพิจารณาแนวทางช่วยเหลือพนักงานที่เจ็บป่วย มีโรคประจำตัวด้วย โดยการหาอุปกรณ์ป้องกัน

ผศ.ดร.อัมรินทร์ คงทวีเลิศ อาจารย์ภาคอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล กล่าวว่า การเข้าไปอยู่ในอาคารต้องดูก่อนว่า ควรเป็นอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศ และมีระบบในการกรองฝุ่นเล็กๆ ด้วย ถ้าเข้าไปในอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศสมัยโบราณ ระบบในการกรองคงไม่สามารถกรอง PM2.5 ได้ และบางครั้งอาจได้รับ PM2.5 ที่มากขึ้นด้วย จากการเปิดปิดประตูหน้าต่างจากอากาศรั่วไหล ต้องดูด้วยว่าเครื่องปรับอากาศมีความสามารถในการกรองหรือไม่ และหากอยู่ในพื้นที่สีแดงตลอด และไม่มีเครื่องปรับอากาศที่จะช่วยกรองได้จะทำอย่างไร ส่วนตัวมองว่า การปิดบ้านตลอดเวลาท่ามกลางอากาศมลพิษภายนอก อาจทำให้อากาศภายในมีมลพิษมากกว่าได้ และจะปล่อยให้อยู่ในบ้าน ยิ่งเพิ่มอันตรายมากขึ้น แนะนำว่า อาจจะดูพื้นที่ใกล้เคียงที่ระดับสีส้มสีเหลือง อาจจะพาเด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงไปอยู่พื้นที่นั้น หากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ก้ใช้หน้ากากหรืออุปกรณ์ป้องกันที่เรามี แต่ไม่ใช่ว่าจะใส่ได้ตลอดเวลา

ผศ.ดร.อัมรินทร์ กล่าวว่า ส่วนกรณีมีเครื่องปรับอากาศแล้ว จำเป็นต้องมีเครื่องฟอกอากาศหรือไม่ ซึ่งมีการศึกษาในพื้นที่สีแดง ระหว่างบ้านที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีเครื่องปรับอากาศ และมีเครื่องปรับอากาศและมีเครื่องฟอกอากาศ พบว่า เครื่องปรับอากาศไม่ได้มีการออกแบบในการกำจัดฝุ่นในพื้นที่สีแดง จึงควรเพิ่มเครื่องฟอกอากาศเข้ามาด้วย และต้องดูสเปกของเครื่องด้วยว่า สามารถฟอกกรองอากาศ PM2.5 หรือ PM1 หรือ 0.1 ด้วยหรือไม่

ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าต้องอยู่ในพื้นที่สีแดงทั้งอาทิตย์ และไม่มีเครื่องปรับอากาศ อันดับแรก ถ้ามีคนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก คนแก่ แนะนำว่า อาจไปพักบ้านญาติในพื้นที่ไม่ใช่สีแดง คิดเสียว่าเปลี่ยนบรรยากาศไปท่องเที่ยวที่อื่น เพราะไม่สามารถหลีกเลี่ยงอากาศ แล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะปิดบ้านไม่มีแอร์แล้วจะอยู่ได้ ถ้ามีโรคปอดก็อย่าเสี่ยงที่จะอยู่โดยไม่มีสิ่งเหล่านี้ ทั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องฟอกอากาศ ซึ่งต้องดูสเปกเครื่องด้วยว่าสามารถกรองฝุ่น PM2.5 ได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก้ต้องป้องกัน





กำลังโหลดความคิดเห็น...