xs
xsm
sm
md
lg

5 วิธีง่ายๆ เตรียมเด็กๆให้พร้อมรับมือภัยธรรมชาติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเสมอ แต่บ่อยครั้งที่การเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์หรือภูมิอากาศนำมาซึ่งภัยธรรมชาติ อันเป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อทั้งสวัสดิภาพและชีวิตของผู้คน ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิบริเวณเกาะสุลาเวสี ประเทศอินโดนีเชีย หรือเหตุวาตภัยและอุทกภัยรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอันเนื่องมาจากพายุโซนร้อนปาบึก เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างที่ทำให้ผู้ประสบภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้รับความเดือดร้อนในวงกว้าง

ภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราแต่อย่างใด โดยเฉพาะกับเด็กๆที่ยังคงต้องการได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วยสภาพจิตใจที่อ่อนไหวต่อเหตุการณ์ร้ายๆที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ต่อไปนี้คือ 5 วิธีง่ายๆสำหรับเตรียมความพร้อมให้กับเด็กๆในการรับมือกับภัยธรรมชาติ

1.ให้ความรู้ - เด็กๆมักอ่อนไหวและมีข้อจำกัดในการรับมือต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาในชีวิต เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นเด็กจะรู้สึกเครียดได้ง่าย เกิดความวิตกกังวลและหวาดกลัวต่อการพลัดพราก การบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของตนเองและคนในครอบครัว สะท้อนออกมาจากการตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก กลัวความมืด กลัวที่ต้องอยู่โดยลำพัง ไม่อยากอาหาร หรือนอนไม่หลับ

อย่างไรก็ตาม พื้นฐานของความกลัวเกิดจากความไม่รู้และไม่เข้าใจ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่จะให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เด็กๆว่าแท้จริงแล้ว ภัยธรรมชาติคืออะไร มีลักษณะใดบ้าง แต่ละลักษณะเกิดขึ้นได้อย่างไร อันตรายและผลกระทบที่สามารถเกิดขึ้นได้กับครอบครัวและชุมชนจากภัยพิบัตินั้น รวมถึงวิธีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ โดยให้ข้อมูลตามจริง ใช้คำอธิบายที่เข้าใจง่าย และระมัดระวังไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือทำให้ดูน่ากลัวเกินเหตุ ซึ่งการที่เด็กๆจะได้มีความรู้หรือรู้ข้อมูลได้นั้นนอกจากจะเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่แล้ว อาจจะรวมถึงการที่ให้ลูกได้นั่งดูข่าวสารประจำวันไปด้วยกันก็ได้

2.ทำแผนประสบภัย - ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ นอกจากช่วยคลายความหวาดกลัวแล้ว ผู้ใหญ่ควรเปิดโอกาสให้เด็กๆมีส่วนร่วมในการวางแผนประสบภัยของครอบครัว โรงเรียนและชุมชน เพื่อให้เด็กๆมีความกระตือรือร้นในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ ร่วมรับทราบข้อมูลความเสี่ยง ได้แสดงความคิดเห็นในการกำหนดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติและรายการสิ่งของที่จำเป็น การได้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการ จะช่วยให้เด็กๆเข้าใจและสามารถรับมือกับสถานการณ์จริงได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับในประเทศไทยนั้น ภัยธรรมชาติที่พบได้บ่อยคือ น้ำท่วมฉับพลันอันเกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ไฟฟ้าดับ เส้นทางสัญจรใช้งานไม่ได้ ให้ระมัดระวังอันตรายจากดินโคลนถล่ม กระแสน้ำเชี่ยว ไฟฟ้าดูดหรือสัตว์มีพิษหนีน้ำท่วม ดังนั้น แผนรับมือน้ำท่วมฉับพลันจึงมีโอกาสได้ใช้บ่อย เช่น เด็กวางแผนเกี่ยวกับย้ายขึ้นที่สูง จัดหาเบอร์โทรศัพท์ที่จะใช้โทรติดต่อขอความช่วยเหลือ เรียนรู้เส้นทางหรือจุดอพยพเคลื่อนย้ายประจำชุมชน รวมถึงวางแผนการสำรองอาหาร น้ำดื่มและของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อย 5-7 วัน เพื่อให้เพียงพอต่อการรอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

3.วิธีการขอความช่วยเหลือ - การได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนจากคนในครอบครัว เจ้าหน้าที่รัฐหรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้โดยเร็ว เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว เด็กๆในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีโอกาสประสบปัญหาการพลัดหลง มีอาการเจ็บป่วยและบาดเจ็บได้ ในเบื้องต้นผู้ปกครองจึงควรบันทึกชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของเด็ก บุคคลใกล้ชิด หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงสถานที่นัดพบติดตัวไว้กับเด็กเสมอ

ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำวิธีการใช้อุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์พื้นฐาน โทรศัพท์เคลื่อนที่ ไฟฉาย นกหวีด และช่องทางการตืดต่อสื่อสาร เช่น แอปพลิเคชั่น หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ตลอดเวลาเมื่อต้องประสบเหตุการณ์ รวมถึงวิธีการแจ้งข้อมูลเบื้องต้นที่รวบรัดได้ใจความว่าเกิดเหตุอะไร เวลาและสถานที่เกิดเหตุ ผู้ได้รับผลกระทบ และผู้แจ้งเหตุเป็นลำดับไป

4.จัดเตรียมสิ่งของ - ผู้ปกครองควรให้เด็กมีส่วนร่วมเขียนรายการสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ และรวบรวมจัดเก็บเป็นชุดจัดเตรียมพร้อมไว้ในที่ๆเข้าถึงได้สะดวก เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นอาจจำเป็นต้องมีการอพยพผู้คนออกจากบ้านอย่างเร่งด่วน จึงอาจไม่มีเวลาเพียงพอที่จะมารวบรวมสิ่งของจำเป็นติดตัวไปได้อย่างครบถ้วน

อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองควรดูแลให้คำแนะนำการจัดเตรียมสิ่งของอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเด็กอาจพิจารณาสิ่งของที่จำเป็นแตกต่างออกไปและไม่ครบถ้วนเพียงพอ สำหรับสิ่งของจำเป็นนั้นประกอบด้วย กระเป๋าสะพายหลังสำหรับใส่สิ่งของขนาดขนย้ายได้สะดวก อาหารสำเร็จรูป น้ำดื่ม ภาชนะใส่อาหาร เสื้อผ้า ผ้าห่ม รองเท้า ชุดปฐมพยาบาลและยารักษาโรค มีด กรรไกรและเชือก ไฟฉายและถ่านไฟฉาย เทียนไขและไม้ขีดไฟ

5.หมั่นฝึกซ้อม - เพื่อลดการตื่นตระหนกหรือทำอะไรไม่ถูกเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง การฝึกซ้อมผ่านเกมการเล่นนอกจากจะสร้างความสนุกสนานแล้ว ยังช่วยให้เด็กๆซึบซับแบบแผนการปฏิบัติตัวและวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีขึ้น เช่น เกมทายปัญหาเกี่ยวกับลักษณะและผลกระทบของภัยธรรมชาติต่างๆ เกมจับเวลารวบรวมสิ่งของที่จำเป็นในบ้านแข่งกัน หรือเกมปิดตาเดินในที่แคบไปยังที่หมายเพื่อฝึกทักษะการใช้ประสาทสัมผัสต่างๆในที่ความมืด โดยผู้ปกครองอาจเตรียมรางวัลตอบแทนให้หากเด็กๆทำได้ดีขึ้นในแต่ละครั้งเพื่อจูงใจให้เกิดความสนใจและเห็นความสำคัญของกิจกรรม

ทุกวันนี้ภัยธรรมชาติไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไปแล้ว แม้ผู้ปกครองทั้งหลายปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิด คอยปกป้องคุ้มครองเด็กๆเสมอ แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเราจะสามารถคอยช่วยเหลือเด็กๆได้ตลอดเวลาในทุกๆสถานการณ์ สิ่งสำคัญคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กๆด้วยการให้ความรู้ ความเข้าใจและการเตรียมความพร้อมที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉินไปได้อย่างปลอดภัยดี


กำลังโหลดความคิดเห็น...