xs
xsm
sm
md
lg

กรมควบคุมโรค จัดตรวจ "สารตะกั่ว" เด็กต่ำกว่า 5 ขวบ - ของเล่น พ่วงวัดไอคิวทั่วประเทศ เป็นของขวัญวันเด็ก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กรมควบคุมโรค เปิดตัวโครงการ “เด็กฉลาด ปลอดภัย ห่างไกลสารตะกั่ว” เป็นของขวัญปีใหม่และวันเด็ก นำร่อง รพ.สมุทรสาคร ก่อนดำเนินการทั่วประเทศ จัดบริการตรวจคัดกรองหาสารตะกั่วในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี วัดระดับสติปัญญา เอกซเรย์หาของเล่นมีสารตะกั่ว

วันนี้ (11 ม.ค.) ที่โรงพยาบาลสมุทรสาคร กรมควบคุมโรคได้จัดกิจกรรมเปิดตัวเปิดโครงการสาธารณสุขห่วงใย ร่วมพัฒนากายใจวัยเด็ก “เด็กฉลาด ปลอดภัย ห่างไกลสารตะกั่ว” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับครอบครัวและเป็นของขวัญวันเด็กให้กับเด็กไทยทั่วประเทศ ปลอดภัยห่างไกลจากตะกั่ว

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า “โรคปัญญาอ่อนจากสารตะกั่ว” เป็น 1 ใน 10 โรคร้ายแรงที่สุดอันเกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นเหตุให้เด็กมีความบกพร่องทางสติปัญญาสูงถึงปีละกว่า 600,000 คน และระบุว่าไม่มีปริมาณการได้รับสารตะกั่วที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ทั้งนี้ หากเด็กได้รับตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กปฐมวัย จะส่งผลเสียต่อร่างกายและระดับสติปัญญา โดยเฉพาะสมอง ทำให้พัฒนาการทางสมองช้า ถ้าได้รับในปริมาณสูงจะมีผลต่อสมอง ตับ และไต ทำให้มีอาการซีด ชัก และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

"เด็กมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากร่างกายเด็กสามารถดูดซึมสารตะกั่วได้มากกว่าผู้ใหญ่ถึง 5 เท่า ปัจจัยที่สำคัญคือ เด็กมีพฤติกรรมซึ่งเพิ่มโอกาสการรับตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย เช่น การคลาน การเล่นตามพื้นดินที่ปนเปื้อนด้วยตะกั่ว เช่น สีที่ลอกหลุดและปะปนอยู่กับฝุ่นภายในบ้านและโรงเรียน ของเล่นที่มีการทาสีและหลุดลอกของสี เป็นต้น หรือการได้รับจากเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นตะกั่วของผู้ปกครอง และการใช้ตะกั่วในบริเวณบ้าน" นพ.สวุรรณชัย กล่าว

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า การลดความเสี่ยงสัมผัสสารตะกั่วในเด็ก คือ 1. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผสมสารตะกั่ว เช่น สีน้ำทาภายในอาคาร ของเล่นเด็ก ที่ได้มาตรฐาน มอก. 2. ทำความสะอาดอุปกรณ์เครื่องใช้ หรือของเล่นเด็กด้วยผ้าชุบน้ำเป็นประจำ หากสีถลอก หลุดออกมาควรหลีกเลี่ยงการใช้งาน 3.ให้เด็กล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังจากคลานตามพื้น วิ่งเล่นนอกสนาม 4.ให้เด็กรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและแคลเซียมสูง ไขมันต่ำ เช่น นมจืดวันละ 2 กล่อง ไข่วันละ 1 ฟอง 5.หลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กไปบริเวณที่มีสารตะกั่ว เช่น บ่อเผาขยะ ร้านคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ และ 6.หากสังเกตพบอาการผิดปกติของเด็ก เช่น ซีดมาก ชัก ปวดท้อง พัฒนาการช้า ควรปรึกษาแพทย์ทันที

พญ.ฉันทนา ผดุงทศ ผู้อำนวยการสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การเปิดตัวดครงการดังกล่าว มีการจัดกิจกรรม คือ บูธการเจาะคัดกรองหาสารตะกั่วในเลือดของเด็กแรกเกิด - 5 ปี บูธกิจกรรมวัดระดับสติปัญญา และบูธการ x-ray ของเล่นเด็กหาสารตะกั่วที่ปนเปื้อน ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ จากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก โรงพยาบาลรามาธิบดี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรค และสำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากสารตะกั่ว ช่องทางการสัมผัส และ แนวทางการป้องกันให้เด็กไทยปลอดภัย และห่างไกลจากสารตะกั่วที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมรอบตัวทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน และมีการรวบรวมสถานการณ์และจัดทำฐานข้อมูลการสัมผัสสารตะกั่วในเด็ก ซึ่งจะส่งผลให้เด็กไทยมีสุขภาพดี มีสติปัญญา พัฒนาการทางร่างกายและสมองที่สมวัย และจะมีการดำเนินการเช่นนี้ทั่วประเทศ โดยผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในคลินิกใกล้บ้าน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มที่สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม 0-2590-3866






กำลังโหลดความคิดเห็น...