xs
xsm
sm
md
lg

เริ่มปีกุนด้วยทัศนคติเรื่องความสุข/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผ่านพ้นปีจอ ก้าวเข้าสู่ปีกุน ผู้คนส่วนใหญ่มักเคยตั้งเป้าหมายในชีวิตว่าอยากทำอะไรให้ได้ในปีที่ผ่านมา อาจมีทั้งประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว ซึ่งมักจะมีเหตุผลประกอบเสมอ แล้วปีใหม่นี้ทุกท่านตั้งเป้าหมายชีวิตไว้อย่างไร บทความนี้เจ้าลูกชายคนโต "สรวง สิทธิสมาน" วัยเกือบ 21 ปี ขอเริ่มวันแรกของปีด้วยการตั้งคำถามเรื่องความสุขของคนเรา มันขึ้นอยู่กับอะไร และจะนำพาเราไปสู่อะไร รวมถึงการตั้งเป้าหมายเรื่องความสุขต้องเริ่มจากทัศนคติของตัวเอง !!
........................

ชีวิตที่ดีขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม?

หรือแท้จริงแล้วมันจะขึ้นอยู่กับตัวเอง?

ไหน ๆ ก็ปี 2019 แล้ว ท่านทั้งหลายก็คงจะได้วางเป้าหมายที่จะต้องบรรลุในปีนี้เอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการลดความอ้วน การทำคะแนนสอบให้ดีขึ้น การหาแฟนใหม่ หรือการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ ก็ตาม ซึ่งผมเองก็ไม่ได้แตกต่างจากคุณ ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลาย ผมก็มีแบบแผนและเป้าหมายให้กับตัวเองในปีนี้เช่นกัน

และการที่เราจะไปได้ถึงเป้าหมายตามแบบแผนที่ได้วางเอาไว้นั้น ย่อมมีอุปสรรคกีดขวางอยู่ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน ซึ่งมันก็จะทำให้เราเหนื่อย ท้อแท้ เป้าหมายที่เราคอยวิ่งไล่กลับห่างออกไปจากสายตาของเราทุกที ไฟแห่งฝันที่เคยร้อนแรงก็ค่อย ๆ มอดอ่อนลงเรื่อย ๆ

แน่นอนเราต่างใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ดี และคอยหาสิ่งที่คิดว่าดีมาเติมเต็มจิตใจอยู่เสมอ และถ้าวันใดวันหนึ่งเราเผชิญกับอุปสรรคไม่ไหวและล้มลง เราก็จะคิดว่า "ชีวิตเรานี่มันย่ำแย่ ช่างไม่มีความสุขเอาเสียเลย"

ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่มีความสุข ?

แล้ว "ความสุข" ล่ะ มันคืออะไร ?

หลายคนอาจตอบว่าการได้ทำในสิ่งที่ชอบคือความสุข การใช้กระเป๋าแบรนด์เนม การได้จับมือหรือถ่ายรูปคู่กับดาราไอดอลที่ชอบ การได้รับความสนใจจากเพศตรงข้าม การได้รับการยอมรับและความเคารพนับถือจากผู้น้อย แม้กระทั่งการได้ท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ให้ความสุขกับเราในระดับหนึ่งเลยล่ะ มันสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับเรา มันทำให้เราเกิด passion ทำให้เรารู้สึก 'สุข' และเราก็พร้อมที่จะลงทุนลงแรงเพื่อรักษามันเอาไว้เสมอ

แต่ถ้าวันหนึ่งเราเสียมันไปล่ะ ถ้าคนที่เรารักทิ้งเราไป ถ้าเราหมดเนื้อหมดตัว ถ้าเรากลายเป็นที่รังเกียจในสังคม เราจะรับมือกับความผิดหวังเหล่านั้นได้ไหม? เราจะยังสามารถ "มีความสุข" ได้อีกหรือไม่ ?

ความสุขเหล่านั้นมันคือความสุขที่ได้รับจากภายนอกเท่านั้นหาใช่ความสุขที่แท้จริง อันเกิดจากทัศนคติจากภายใน ที่มีต่อสถานการณ์และปัญหาแต่ละรูปแบบไม่ว่าจะดีหรือร้าย

แล้วทัศนคติแบบไหนล่ะ ที่ทำให้เรามีความสุข ?

คำตอบของตัวผมก็คงจะเป็น "ความเข้าใจ" ในสิ่งต่าง ๆ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุด และจำเป็นที่จะต้องเข้าใจมากที่สุดนั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า "ธรรมชาติ" ซึ่งธรรมชาติที่ว่านี้อาจเกิดขึ้นมาก่อนโลกใบนี้เสียด้วยซ้ำ

เราจำเป็นต้องเข้าใจเสียก่อนว่าตัวเรานั้นต่างอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่ทุกสิ่งล้วนมีสองด้านเสมอทั้งข้อดีและข้อเสีย เราต้องมองสิ่งต่าง ๆ ด้วยใจที่เปิดกว้างอย่างมีสติ เพราะนั่นหมายความว่าเมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับสูญ เมื่อมีเริ่มต้นก็ต้องมีตอนจบ เมื่อมีความรักก็ต้องมีความเกลียดชัง เมื่อมีเกิดก็ต้องมีตาย ไม่มีอะไรอยู่ยงคงกระพัน ทุกสิ่งหมุนไปตามวัฏจักร ข้อนี้ตำราพุทธศาสนาก็ได้กล่าวเอาไว้ชัดเจน ซึ่งก็นำให้เรามาคิดต่อในอีกสิ่งที่มนุษย์อย่างเราควรจะเข้าใจ

นั่นก็คือ "ความหวัง"

แน่นอน ความหวังคือสิ่งที่ดี แต่ก็เพราะความหวังนั่นแหละที่ทำให้เราผิดหวัง ที่ว่ามานี่ไม่ได้ต้องการโน้มน้าวให้ผู้อ่านทุกท่านเลิกคิดที่จะหวังนะครับ แค่ต้องการเตือนให้หวังอย่างมีสติเสียมากกว่า เพราะอย่างไรเราก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่อย่างสิ้นหวังได้ มนุษย์เราต้องมีความหวังเพื่อที่จะเดินไปข้างหน้า แต่อย่าให้ความคาดหวังนั้นกลายเป็นสิ่งที่หันมาทำร้ายเราเมื่อเราหวังมากไปจนกลายเป็น "ความคาดหวัง" ซึ่งเมื่อไม่ได้ตามสิ่งที่คาดหวังนั้น ความทุกข์จากการผิดหวังนั้นจะรับมารับช่วงต่อเสียเอง

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรจะเข้าใจนั่นก็คือ "ตัวเอง" และเป้าหมายที่ได้วางไว้ เพราะเมื่อเราเข้าใจในตัวเองแล้ว เราจะได้ความชัดเจนในแนวทาง ซึ่งความมั่นใจก็เป็นสิ่งสำคัญ แผนของเรา เป้าหมายของเรา วิธีการของเรา มันจะเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน ตราบใดที่มันไม่ได้เบียดเบียนผู้อื่นเสียก่อน การเป็นตัวเองให้ดีที่สุด ก็จะสามารถพบกับความสุขที่สุดได้ไม่ยากเลย

สิ่งสุดท้ายที่ควรทำความเข้าใจนั้นคือ "ความเป็นจริง" เราต้องมีเส้นแบ่งให้กับชีวิตในอุดมคติและชีวิตในความเป็นจริงอยู่เสมอ เราควรเรียนรู้จากความเป็นจริงเพื่อสร้างสรรค์ชีวิตในอุดมคติ แต่ก็ต้องไม่เอาแต่ฝันถึงโลกอันสวยงามจนไม่สามารถตระหนักได้ถึงความเป็นจริง หลังจากที่เข้าใจความเป็นจริงแล้ว สิ่งต่อไปที่เราควรจะเรียนรู้นั่นก็คือ "การปล่อยวาง" เรื่องในอดีต และโฟกัสไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเพื่อสร้างสรรค์อนาคต

สิ่งที่เรากำลังดีลอยู่ในขณะนี้ เราอาจมองว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่อมันผ่านไปเราจะมองว่ามันเป็นเรื่องน่าขัน เช่นเดียวกับตอนนี้ที่ตัวผมกำลังขำอยู่เพราะเรื่องราวไร้สาระที่ผมเคยมองว่าเป็นเรื่องใหญ่จนถึงขั้นเสียน้ำตาให้กับมันในปี 2018

คนเราเติบโตขึ้นเสมอ ไม่ใช่ทุกปีแต่คือทุกวัน

หลายคนอาจกำลังใช้ 2019 ในการเริ่มอะไรใหม่ ๆ แต่ที่ผมจะบอกคือการเริ่มใหม่นั้นสามารถทำได้ทุกวินาทีหากทัศนคติของตัวเราพร้อม

อย่างไรก็ตาม วันที่ผมเขียนบทความนี้คือวันแรกของปี 2019 ก็ขอถือโอกาสเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังไล่ล่าความฝัน ตามหาความรัก หรือแสวงหาความหมายของชีวิต ได้ทำในสิ่งที่ท่านรัก และบรรลุเป้าหมายในปีนี้อย่างสำเร็จลุล่วงด้วยความปลอดภัยครับ


กำลังโหลดความคิดเห็น...