xs
xsm
sm
md
lg

ทำไมปี 2018 เป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตผม/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ก่อนสิ้นปี 2018 ทุกคนล้วนมีเรื่องราวที่ประสบพบเจอกันมาตลอดทั้งปี เจ้าต้นคนโต ณ เซี่ยงไฮ้ “สรวง สิทธิสมาน” เด็กหนุ่มที่กำลังเร่าร้อน เสาะแสวงหา และมีแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตที่เปี่ยมด้วยไฟฝัน บอกแม่ว่าปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดของเขา และเขาก็ได้ถ่ายทอดเล่าขานเรื่องราวดีๆ รวมถึงบทเรียนของชีวิตหนุ่มวัยรุ่นผ่านคอลัมน์นี้ ..แล้วคุณล่ะ ปีนี้กำลังจะผ่านไปด้วยเรื่องราวแบบไหน และเตรียมพร้อมสำหรับปีหน้าอย่างไร?
……………………….
มันก็ไม่ได้แปลกอะไรที่คนเราจะโตขึ้นในทุก ๆ ปี ตอนนี้ปี 2018 ก็กำลังจะผ่านไปแล้ว ตัวผมที่อายุ 20 กำลังจะเติบโตขึ้นอีก 1 ปีในเร็ว ๆ นี้ อยากจะมาเล่าให้ทุกท่านฟังว่าทำไมปี 2018 ถึงเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผม

ประเด็นสำคัญที่สุดสุดคือ ปี 2018 นี้เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งสภาพแวดล้อม กิจวัตรประจำวัน ความสัมพันธ์กับคนรอบตัว รวมถึงทัศนคติที่มีต่อชีวิตในหลาย ๆ ด้าน

อย่างแรกคือระดับภาษาจีนของผมที่พัฒนาขึ้นมาจนสอบวัดระดับผ่าน HSK (汉语水平考试) ระดับ 5 ได้สำเร็จ เหลือแค่ระดับสุดท้ายคือ HSK 6 เท่านั้น ถ้าผ่านระดับนี้ก็เป็นครูสอนภาษาจีนได้เลย

เรื่องดี ๆ ในชีวิตต่อมาคือการได้กลับมาเรียนที่เซี่ยงไฮ้อีกครั้งในช่วงกลางปี มารอบนี้ได้เข้าเรียนปริญญาตรีสมใจจริง ๆ ทว่ากลับไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่คิด เรียนหนักตั้งแต่เช้ายันมืด เหนื่อย สอบเยอะมาก แต่ระดับภาษาดีขึ้นอย่างชัดเจน ถ้าขยันต่อไปแบบนี้คงผ่าน HSK 6 ได้ไม่เกินปีหน้าอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยที่นี่ไม่ได้มีแค่เรื่องการเรียนการสอนอย่างเดียว หากยังมีกิจกรรมอื่นมากมายที่ผมได้เข้าร่วมกับน้องชายและเพื่อน ๆ หลายกิจกรรมก็เป็นสิ่งใหม่สำหรับตัวผม เช่น ประกวดทำโชว์ ร้องเพลง เต้นมวยไทยในงาน Talent show เดินแบบบน Catwalk โดยที่ว่ามาทั้งหมดนี้ได้รางวัลชนะเลิศอยู่รางวัลหนึ่ง (talent show) และรางวัลโชว์ดีเด่นอีกรางวัลหนึ่ง (catwalk) ซึ่งก็คุ้มค่ากับการซ้อมอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย

แม้ชีวิตมหาวิทยาลัยในปี 2018 เต็มไปด้วยความท้าทาย ตารางชีวิตอันแน่นเอียด และมีความกดดันจนบางครั้งก็เกิดอาการนอนไม่หลับ แต่ก็มีความอบอุ่นที่ได้รับจากกลุ่มเพื่อน ๆ ความรักและแรงสนับสนุนจากครอบครัว รวมถึงพลังบวกในตัวเอง

ก็ทำให้ผ่านทุกอย่างไปได้อย่างภาคภูมิใจ
ปี 2018 นี้เป็นปีที่หนัก ความสัมพันธ์ที่ตัวผมมีต่อคนรอบตัวไม่ได้ราบรื่นเสียเท่าไหร่นัก ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะผมอาจจะจัดการความสัมพันธ์ต่าง ๆ ได้ไม่ดีพอ จนเกิดปัญหาที่ยากต่อการรับมือขึ้นหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดผมก็เลือกที่จะตัดความสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิตอย่างเด็ดขาด และค้นพบว่าที่ผ่านมาผมให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์บางด้านมากเกินไปจนไม่เป็นตัวของตัวเอง จนถึงเวลาที่ตัดความสัมพันธ์ส่วนเกินออกไปได้ ผมกลับรู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้น 
กล่าวได้ว่า 2018 คือปีที่ผมเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด

นอกจากความรู้ในห้องเรียนที่กล่าวไปข้างต้นบ้างแล้ว ในปีนี้ผมได้เพิ่มระดับการศึกษาศาสตร์ที่ตัวเองมีความสนใจอย่างจริงจังผ่านการอ่านหนังสือและงานเขียนมากมายกว่าปีก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็นแนว จิตวิทยา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การเมือง และปรัชญา รวมถึงวรรณกรรมสะท้อนสังคมอีกพอสมควร ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ได้มีผลกระทบต่อทัศนคติเป็นอย่างมาก แน่นอนว่ามันเสริมสร้างปัญญาให้กับตัวผม ทำให้คิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น มีเหตุผลมากขึ้น
แน่นอน รวมถึงมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

ด้วยข้อมูลจากหนังสือที่ได้อ่าน ผมได้เห็นปัญหามากมายในสังคมไทยและสังคมโลก ทำให้ผมอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไข ผมกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งจึงรวมตัวตั้งเพจ Pitch (เสริชหาในเฟสบุ๊คว่า Pitch.th) เพื่อทำคอนเทนท์ออนไลน์และอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน
ปี 2018 คงจะไม่ดีถึงขนาดนี้ถ้าผมไม่ได้ทำในสิ่งที่ผมรักที่สุด
นั่นก็คือการเดินทางท่องเที่ยว !
การไปร่วมกับพี่น้องจิตอาสา 'พอ.สว.' ในโครงการหมอเดินดอยครั้งที่ 17 นี้ ผมไปด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้น เพื่อเรียนรู้ปัญหาความยากจนอย่างจริงจัง เป็นการเดินทางครั้งที่เปิดโลกมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผม

การลุยเดี่ยวรัสเซีย-ฟินแลนด์เป็นทริปที่ผมไปไกลที่สุดด้วยตัวคนเดียว ต้องบอกเลยว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้มีแรงบันดาลใจมาจากนักเดินทางและนักเขียนในดวงใจของผม เป็นทริป 'ที่สุด' ในหลาย ๆ ด้านจริง ๆ ด้วยวอดก้าและกาแฟจำนวนมหาศาลทำให้ผมตื่นตัวอยู่ตลอด เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้นอนกันเลยทีเดียว รัสเซียเป็นเมืองที่สวยและสุนทรีย์ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน นาน ๆ ทีจะมีโอกาสไปก็ขอดื่มด่ำให้เต็มที่ เรื่องนอนค่อยว่ากันทีหลัง

ฟินแลนด์เป็นสถานที่ที่ทำให้ผมได้สัมผัสกับวิถีชีวิตคนในสังคมประเทศพัฒนาแล้วอย่างถึงแก่น ทำให้เกิดแนวคิดที่น่าสนใจและนำเอามาศึกษาต่อมากมาย ผมหลงรักการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติป่าเขาและทะเลสาบของชาวฟินน์ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการรักสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐานของการมีจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม

แต่ก็อีกนั่นแหละ เมื่อมีเรื่องดี ๆ มากมายเกิดขึ้น ก็ต้องมีเรื่องร้ายที่เป็นอุปสรรคปะปนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
น่าจะเป็นเพราะทัศนคติและมุมมองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี่เองที่ส่งผลต่อบุคลิกนิสัยในหลายด้าน โดยเฉพาะจากคนที่ใจเย็นกลับร้อนรุ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ข้อนี้ผมเองก็ตระหนักได้ บางคนถึงกับทักว่าผมเปลี่ยนไปแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

มันก็เป็นทางที่ตัวผมเลือกตามขอบเขตสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ที่ผมย่อมต้องยอมรับในผลของการเลือกกระทำในสิ่งต่าง ๆ เมื่อเลือกที่จะชัดเจนกับตัวเองและเป้าหมายต่าง ๆ ที่ได้วางเอาไว้ ความสัมพันธ์รอบตัวก็ย่อมชัดเจนตามมา เพื่อนที่ยอมรับในตัวผมก็ยังคงอยู่ข้างผม เข้าใจ และสนับสนุน ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของตัวผมก็เป็นสิทธิ์ของเขาในการที่จะเลือกตำหนิและวิจารณ์ผมด้วยเหตุผลที่พวกเขามี

แน่นอนว่าผม 'คิดว่า' ตัวเองเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ซึ่งก็เป็นความคิดเดียวกับที่ตัวเองเคยมีในปี 2017 และ 2016 ซึ่งเมื่อลองมองย้อนกลับไป ผมในตอนนั้นช่างเป็นเด็กที่ไร้ปัญญาสิ้นดี

ใช่แล้วครับ ในตอนนี้ที่ผมบอกตัวเองว่า 'เราโตแล้ว' แท้จริงแล้วอาจจะ 'ยัง' ก็ได้
บทเรียนในปี 2018 นี้ก็คือ 'การรับฟังคนอื่น' นั่นเอง เพราะมันจะอันตรายมากหากเราเลือกตัดสินใจด้วยเหตุผลและมุมมองแคบ ๆ ของตัวเองเท่านั้น

ในปี 2019 ผมจะต้องเป็นคนที่มีคุณภาพยิ่งกว่าเดิม สร้างประโยชน์ต่อสังคมได้มากกว่าเดิม
ปี 2018 เป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผม และปี 2019 จะเป็นปีที่ดียิ่งไปกว่านี้อีก






กำลังโหลดความคิดเห็น...