xs
xsm
sm
md
lg

สปสช.แจงเคส “น้องแมน” ยันสิทธิ “บัตรทอง” ไม่มีวันหมดอายุ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สปสช. แจง “สิทธิบัตรทองไม่มีหมดอายุ” เป็นสิทธิสวัสดิการรัฐด้านสุขภาพ ดูแลคนไทยตั้งแต่เกิดจนตาย ปัจจุบันใช้บัตรประชาชน หรือ สูติบัตร แทน ไม่ต้องใช้บัตรทองแล้ว ระบุ กรณี “เด็กขายไข่นก” ใช้สิทธิบัตรทองรับการรักษาภาวะตาเป็นฝ้าได้ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ตามที่มีการนำเสนอเรื่องราวของเด็กชายขายไข่นกที่สถานีรพไฟนครศรีธรรมราช โดยใช้ชื่อว่า “น้องแมน” ผ่านโลกโซเชียล ซึ่งมีอาการตาเป็นฝ้า โดยมีการระบุหนึ่งในสาเหตุที่น้องแมนไม่ไปหาหมอรักษา เพราะบัตรหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทองหมดอายุนั้น

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และในฐานะโฆษกสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวชี้แจงว่า สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือสิทธิบัตรทองเป็นสิทธิการรักษาพยาบาลของคนไทยทุกคน โดยประชาชนทุกคนจะได้รับสิทธิตั้งแต่แรกเกิด เมื่อมีการแจ้งเกิดและลงทะเบียนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและได้รับสิทธิดังกล่าวดูแลไปจนตลอดชีวิต ยกเว้นกรณีผู้ที่มีหลักประกันสุขภาพอื่นรองรับ อาทิ ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ เป็นต้น โดยผู้มีสิทธิสามารถเข้ารับบริการยังหน่วยบริการที่ได้ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการประจำ ทั้งนี้ สิทธิบัตรทองที่ประชาชนได้รับนี้ไม่มีการกำหนดวันหมดอายุ เนื่องจากเป็นสวัสดิการจากรัฐบาลเพื่อดูแลประชาชนด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยประชาชนทุกคนสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขภายใต้สิทธิประโยชน์บัตรทอง

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้อาจเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากในช่วงแรกของการดำเนินโครงการบัตรทองได้มีการออกบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับประชาชนเพื่อแสดงสิทธิในการเข้ารับบริการ โดยรายละเอียดในบัตรมีการระบุถึงวันบัตรหมดอายุ แต่จากการพัฒนาระบบสารสนเทศ และมีการเชื่อมต่อข้อมูลกับบัตรประชาชนแล้ว บัตรดังกล่าวจึงได้ยกเลิกไป โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียวในการเข้ารับบริการ และในกรณีที่เป็นเด็กใช้เพียงสูติบัตรหรือใบเกิดเท่านั้น

“กรณีของน้องแมนจึงไม่ใช่บัตรทองหมดอายุและสามารถเข้ารับการรักษาได้ยังหน่วยบริการได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากรัฐบาลเป็นผู้ดูแล ซึ่ง สปสช. ขอชี้แจงและทำความเข้าใจเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน เพราะหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นสิทธิของคนไทยทุกคน” โฆษก สปสช. กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...