xs
xsm
sm
md
lg

ฝันค้างภาพคำเตือน “ขวดน้ำเมา” ลุ้นอนามัยโลกคลอด กม.ระหว่างประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ความพยายามกว่า 4 ปีของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในการผลักดันมาตรการภาพคำเตือนบน “ขวดเหล้า” แต่จนบัดนี้ก็ยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะสู้กระแสเสียงคัดค้านของบริษัทน้ำเมาไม่ไหว

เรื่องนี้เริ่มตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งได้มีการจัดทำร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ... และร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง รูปแบบของข้อความคำเตือนประกอบภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือภาพสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์(ฉบับที่ 2) พ.ศ. ...

ในครั้งนั้นมีการให้ข้อมูลว่า ร่างประกาศเกี่ยวกับฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ผลิตสุรา ต้องพิมพ์ภาพและคำเตือนถึงโทษและพิษภัยของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บนบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทย กำหนดพิมพ์บนขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของพื้นฉลากที่มีพื้นที่มากที่สุด ทั้งข้างขวดและบนกล่องบรรจุภัณฑ์ โดยได้กำหนดภาพออกมา 1 ภาพ มี 3 แบบ คือ ภาพอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ โดยพิมพ์ข้อความว่า ดื่มสุรา/เบียร์/ไวน์ แล้วขับขี่ ทำให้พิการและตายได้ พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนบุหรี่และสุรา โทร. 0-2590-3342 สายด่วน 1422

แต่สุดท้ายแล้วเมื่อออกกฎหมายจริง คือ ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2558 กลับไม่มีการกำหนดถึงการใช้ภาพคำเตือนบนฉลากและบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย เหลือเพียงระบุลักษณะของฉลากแค่ว่า ห้ามใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค เช่น เป็นเท็จหรือเกินความจริง ทำให้เข้าใจผิดในสินค้าหรือบริการ สนับสนุนให้มีการกระทำผิดกฎหมาย ทำให้เกิดความแตกแยก เป็นต้น หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม หรืออวดอ้างสรรพคุณ คุณประโยชน์ ทำให้เกิดทัศนคติว่า จะทำให้ประสบความสำเร็จในทางสังคมหรือทางเพศ หรือทำให้สมรรถภาพทางร่างกายดีขึ้น เป็นต้น

ขณะที่ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง รูปแบบของข้อความคำเตือนประกอบภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือภาพสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2557 เป็นการกำหนดข้อความคำเตือนประกอบภาพสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือภาพสัญลักษณ์ของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามสื่อต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นต้น โดยกำหนดว่าข้อความคำเตือนจะต้องใช้ข้อความและรูปแบบตามที่กำหนด เช่น สุราเป็นเหตุก่อมะเร็งได้ เป็นต้น

กระทั่งปี 2560 ได้มีการจัดประกวดภาพคำเตือนบนฉลากและบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในที่สุดก็ได้ 4 ภาพที่ได้รับรางวัลและมีความพยายามที่จะนำภาพทั้ง 4 มาใช้เป็นภาพคำเตือน ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ เป็นของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ เป็นภาพมือคนยื่นหัวใจและมือจับขวดเหล้า สื่อถึง ชีวิตก็คือหัวใจ การซื้อเหล้าก็เหมือนการยอมแลกชีวิต รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นรูปผู้ชายประสบอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ สื่อถึงการดื่มเหล้าทำให้เกิดอุบัติเหตุและทำให้ถึงแก่ชีวิต รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร เป็นภาพผู้หญิงกำลังถูกผู้ชายทำร้าย สื่อถึงการดื่มสุราทำให้เกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และ รางวัลชมเชย จากวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ เป็นรูปผู้ชายยืนหันหลังดูซากรถยนต์ สื่อถึงการดื่มสุรา ทำให้เกิดอุบัติเหตุจนทำให้พิการและเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม การจะกำหนดให้นำภาพทั้ง 4 แบบมาใช้เป็นภาพคำเตือนบนฉลากและบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะต้องแก้กฎหมายคือประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เกี่ยวกับฉลากของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2558 เสียก่อน ซึ่งจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมอนุกรรมการร่างและแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย หรือ อนุบัญญัติตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการคัดค้านตามมานั้น จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาให้ชัดเจนว่า ภาพคำเตือนที่จะใช้นี้สามารถช่วยลดจำนวนผู้ดื่มเหล้าได้จริงหรือไม่

นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาภาพคำเตือนบนขวดเหล้าอยู่ ว่าสามารถลดจำนวนผู้ดื่มลงได้จริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเกิดการคัดค้านอย่างหนัก และเราไม่อยากออกกฎหมายที่สุดท้ายแล้วใช้ไม่ได้จริง จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาให้ชัดเจนก่อนที่จะออกกฎหมาย และออกกฎหมายเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งหากผลออกช่วยได้จริงก็จะมีเหตุผลรองรับในการออกกฎหมาย

ขณะที่ ศ.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย ผู้อำนวยการแผนงานศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) แสดงความเห็นว่า การออกภาพคำเตือนบนขวดเหล้านั้น มีความพยายามมานาน ซึ่งไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่ระดับโลกอย่างองค์การอนามัยโลกและต่างประเทศเองนั้น ก็พยายามดำเนินการ แต่ถูกอุตสาหกรรมน้ำเมาคัดค้าน เพราะเขามองว่าการออกภาพคำเตือนเช่นนี้จะไปทำลายสินค้าของเขา

“ภาพคำเตือนก็จะเป็นภาพที่น่ากลัวเหมือนภาพคำเตือนบนซองบุหรี่ ที่ว่าดื่มแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือทำลายตับ ซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่ามอง ทำให้สินค้าดูไม่ดี จึงเกิดเสียงคัดค้าน และเป็นเสียงขององค์การการค้าโลก ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศ มีองค์กรหลายฝ่ายเข้ามาด้วย ทำให้การผลักดันเป็นเรื่องยาก ไม่สามารถทำอะไรแบบรุนแรงโดยการหักให้ออกกฎหมายเลยได้” ศ.พญ.สาวิตรี กล่าว

ศ.พญ.สาวิตรี กล่าวว่า ทุกวันนี้ยังไม่มีประเทศใดในโลกที่ออกกฎหมายภาพคำเตือนบนขวดเหล้าได้ แต่บางประเทศอาจมีแค่คำเตือนบนสินค้าที่ว่า หญิงมีครรภ์ไม่ควรดื่ม แต่ก็มีขนาดไม่ใหญ่ เป็นคำเตือนเล็กๆ เท่านั้น ซึ่งแม้แต่การจะออกกฎหมายให้มีคำเตือนเล็กๆ บนสินค้ายังเป็นเรื่องยาก เพราะมีเสียงคัดค้านอย่างหนัก

เหตุผลที่ “น้ำเมา” ออกกฎหมายมาควบคุมได้ยากกว่า “บุหรี่” ศ.พญ.สาวิตรี ระบุว่า มีอยู่ 2 ปัจจัยหลักๆ คือ 1.คนยังมองภาพข้อเสียหรือโทษของน้ำเมาไม่เท่าบุหรี่ ซึ่งบุหรี่จะเห็นพิษภัยต่อสุขภาพโดยตรงทั้งคนสูบเองและคนรอบข้างที่รับควันบุหรี่ แต่การดื่มน้ำเมาเขามองเห็นโทษที่เกิดกับคนดื่มเองโดยตรง แต่มองไม่เห็นโทษของคนรอบข้าง ทั้งที่จริงแล้วคนดื่มสามารถไปสร้างความเสียหายให้แก่คนรอบข้างได้อีกมาก และ 2.บุหรี่มีข้อตกลงระดับสากลร่วมกันของทุกประเทศในการออกกฎหมายควบคุม คือ องค์การอนามัยโลกมีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบ (Framework Convention on Tobacco Control : FCTC) ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ทำขึ้นเพื่อควบคุมเกี่ยวกับยาสูบ และประเทศสมาชิกต้องดำเนินการตามกรอบนี้ แต่ส่วนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังไม่มีการออกกรอบอนุสัญญาเช่นนี้ แต่องค์การอนามัยโลกก็กำลังเร่งผลักดันออกมาให้ได้ เรียกว่า FCAC ซึ่งหากสามารถออกกฎหมายระหว่างประเทศเช่นนี้ได้ และกฎหมายระดับโลกออกเรื่องภาพคำเตือนบนขวดเหล้าออกมาได้ ก็จะเป็นเหตุผลรองรับให้ทุกประเทศภาคีสมาชิก สามารถออกกฎหมายภาพคำเตือนบนขวดเหล้าได้ง่ายขึ้นเช่นกัน

คงต้องลุ้นกันว่า องค์การอนามัยโลกจะผลักดันเรื่องนี้สำเร็จหรือไม่ ส่วนประเทศไทยอาจต้องฝันค้างที่จะออกกฎหมายไปก่อน เพราะแม้จะมีภาพแล้ว แต่ก็ผลักดันให้เกิดการแก้กฎหมายมาควบคุมไม่ได้เสียที




กำลังโหลดความคิดเห็น...