xs
xsm
sm
md
lg

จี้กรมทรัพย์สินฯ ยกเลิก 7 คำขอสิทธิบัตรกัญชาที่เหลืออยู่ทันที

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เครือข่ายนักวิชาการด้านทรัพย์สินทางปัญญา จี้ ยกเลิก 7 คำขอสิทธิบัตรกัญชาที่เหลือ ชี้ สามารถยกเลิกได้ทันที

วันนี้ (23 พ.ย.) ที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายนักวิชาการด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการเข้าถึงยา แถลงข่าว “สิทธิบัตรกัญชา : ยอดภูเขาน้ำแข็งปัญหาการใช้สิทธิบัตรยาของกรมทรัพย์สินทางปัญญา” เพื่อให้ยกเลิกคำขอรับสิทธิบัตรกัญชา 7 คำขอที่เหลือทันที ภายหลังตรวจสอบข้อมูลพบว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเคยปฏิเสธคำขอรับสิทธิบัตรในลักษณะเดียวกันและยื่นตรวจสอบการประดิษฐ์แล้ว

นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า การปลดล็อกกฎหมายเพื่อให้นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ กลับมีอุปสรรคเมื่อกรมทรัพย์สินทางปัญญารับจดสิทธิบัตรกัญชาและการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคของบริษัทต่างชาติ ภายหลังองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ค้นเจอคำขอรับสิทธิบัตร 11 ฉบับ และขุดคุ้ยจนพบว่ามี 12 ฉบับ เมื่อความเริ่มแตก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ว่า คำขอมีมากถึง 31 คำขอ ขณะเดียวกัน ยังมีแหล่งข้อมูลอื่นที่ระบุว่ามีจำนวนคำขอแตกต่างกันไป เช่น บทความของบริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมายสหรัฐอเมริกา Tilleke&Gibbins ระบุว่า มี 39 คำขอที่ประกาศโฆษณาแล้ว เป็นต้น แสดงให้เห็นว่า ฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินฯ มีปัญหาในการสืบค้น ทำให้ได้ข้อมูลที่แตกต่างและไม่ครบถ้วนทั้งหมด รวมถึงพยายามบิดเบือนข้อมูลข้อเท็จจริงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยไม่เปิดโอกาสให้นักวิชาการนำข้อมูล หลักฐาน งานวิจัยที่มีอยู่พูดคุยบนหลักการเหตุและผล ตลอดจนยังอ้างว่าไทยยกเลิกคำขอไม่ได้ เพราะอนุสัญญาระหว่างประเทศ (ทริปส์) และความตกลงระหว่างประเทศด้านสิทธิบัตรการประดิษฐ์ (พีซีที) แท้จริงแล้วใครหลอกใคร แกล้งโง่ หรือยอมให้ถูกหลอก เพราะทำคนไทยทั้งประเทศเสียประโยชน์

น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟเอที ว็อชท์) กล่าวว่า รัฐบาลพยายามเดินหน้าไทยแลนด์ 4.0 แต่ฐานข้อมูลสิทธิบัตร 0.4 กลายเป็นยอดภูเขาน้ำแข็งปัญหาการพิจารณาสิทธิบัตรของกรมทรัพย์สินฯ มีปัญหาในการสืบค้น และไม่เปิดเผยรายละเอียดคำขอทั้งหมด หากต้องการดูรายละเอียดต้องไปเปิดแฟ้ม ล่าสุด มีนักวิชาการขอเปิดแฟ้มสิทธิบัตรกัญชากลับไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังละเลยกฎหมาย ไม่ตรวจสอบรับคำขอสิทธิบัตรอย่างเคร่งครัด ก่อเป็นปัญหาต่อด้านเศรษฐกิจ สังคม และนวัตกรรมไทย แม้ก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมทรัพย์สินฯ แถลงว่า คำขอที่ได้ประกาศโฆษณาแล้ว ต้องดำเนินการตามขั้นตอนและไม่สามารถยกเลิกคำขอได้ระหว่างดำเนินการไม่เป็นความจริง เนื่องจากสามารถยกคำขอได้ก่อนประกาศโฆษณาตามมาตรา 28 และหลังประกาศโฆษณาตามมาตรา 30 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สิทธิบัตร ต่อมารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ แถลงว่า มีการยกเลิกคำขอสิทธิบัตรเลขที่ 1101003758 โดยใช้มาตรา 30 ว่า ผิดมาตรา 9(1) เพราะจะขอจดสารสกัดจากธรรมชาติไม่ได้ แต่คำขอดังกล่าวมีชื่อประดิษฐ์ คือ การใช้สารในการรักษาโรค ซึ่งจะผิดทั้งมาตรา 9(1) เรื่องสารสกัด และ 9(4) ไม่ให้จดสิทธิบัตรการวินิจฉัยโรค บำบัดและรักษาโรค

น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า ดังนั้น การใช้มาตรา 9(1) และ 9(4) เป็นเหตุผลของการยกเลิกคำขอ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ใช้มาตรา 9(4) ยกเลิกคำขอ ทำให้มีคำขอลักษณะเดียวกันที่ไม่ได้ถูกยกเลิกคำขอทิ้งไปพร้อมกัน ไม่ต่ำกว่า 6 คำขอ และทั้งหมดมาจากบริษัทเดียวกัน คือ จีดับเบิล ยูฟาร์มา ลิมิเต็ดและ โอซึกะฟาร์มา คิวติคอล คอมปะนีลิมิเต็ด โดยคำขอทั้งหมดสามารถยกเลิกได้ทันที ดังนี้ คำขอเลขที่ 0801006631 ตามมาตรา 9(4), 0901002471 มาตรา 9(4), 1201004672 มาตรา 9(4), 1201005115 มาตรา
9(4), 1301003751 ตามมาตรา 9(4) และ 1401001619 ตามมาตรา 9(1)(4) อย่างไรก็ตาม พบ 5 คำขอกำลังพิจารณาประกาศโฆษณา และ 1 คำขอเลขที่ 0901002471 อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายกำลังพิจารณาตรวจสอบขั้นตอนขอรับสิทธิบัตร แต่กรมทรัพย์สินฯ ยังไม่ดำเนินการและให้ข้อมูลไม่ครบต่อ สนช. จนทำให้สมาชิกสนช. บางคนเข้าใจว่าคำขอรับสิทธิบัตรกัญชาบางคำขอสมควรได้รับสิทธิบัตร

“เมื่อกระทรวงพาณิชย์ไม่ดำเนินการ ทำให้คำขอทั้งหมดค้างอยู่ในระบบ เมื่อประกาศโฆษณาและตรวจสอบการประดิษฐ์ได้ถึง 5 ปี ทำให้ผู้ยื่นคำขอสามารถยื่นหนังสือโนติส (notice) เพื่อข่มขู่บริษัทหน่วยงานที่กำลังทำวิจัยและกำลังออกผลิตภัณฑ์ หลังจากมีการปลดล็อกกัญชาใช้ทางการแพทย์ ว่า ตนเองนั้นกำลังยื่นขอสิทธิบัตรและสามารถฟ้องร้องค่าเสียหายย้อนหลังไปจนถึงวันที่ยื่นขอสิทธิบัตร ทำให้หน่วยงานและบริษัทเดินหน้าผลิตยาเพื่อผู้ป่วยไม่ได้ ยกตัวอย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทผู้ผลิตยาสามัญ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ต้องฟ้องร้องกันอย่างเดียว และที่ผ่านมา ศาลฎีกาไม่เคยพิพากษาให้บริษัทยาสามัญเคยแพ้คดี” น.ส.กรรณิการ์ กล่าว

ส่วน รศ.ดร.ภญ.นุศราพร เกษสมบูรณ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า คู่มือของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ใช้ในการตรวจสอบคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตร ฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2555 ขัดแย้งกับ พ.ร.บ. สิทธิบัตรไทย โดยเฉพาะหน้าที่ 28 ระบุว่า สารสกัดจากพืชและสัตว์ไม่สามารถยื่นคำขอสิทธิบัตรตามมาตรา 9(1) หมายความว่า มันมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้วเพียงนำมาสกัดสารให้บริสุทธิ์เพื่อใช้ประโยชน์ ซึ่งการทำให้บริสุทธิ์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสารเคมี ยังเป็นธรรมชาติอยู่ แต่หน้าที่ 30 ระบุว่า “ผลิตภัณฑ์ตามธรรมชาติให้บริสุทธิ์ USPTO EPO และ JPO ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติหรือการค้นพบ เพราะว่าสารเหล่านี้ไม่ได้มีอยู่ในธรรมชาติในรูปลักษณะที่บริสุทธิ์ สารจุลชีพที่ถูกแยกออกมาจากธรรมชาติ อาจขอรับสิทธิบัตรได้ ถ้าคุณสมบัติสำคัญของสารที่ถูกแยกไม่ได้เป็นเช่นเดียวกับที่แสดงไว้ธรรมชาติ” ขัดกับ พ.ร.บ. สิทธิบัตร ตามมาตรา 9(1) ชัดเจน ทำให้กรมทรัพย์สินเข้าใจผิดว่าสารสกัดกัญชาจดสิทธิบัตรได้ ควรนำไปปรับปรุงคู่มือของกรมทรัพย์สินฯ ต่อไป

“เนื่องจากกฎหมายสิทธิบัตรของแต่ละประเทศแตกต่างกัน โดยกฎหมายสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกา (USPTO) สหภาพยุโรป (EPO) และญี่ปุ่น (JPO) ไม่มีข้อยกเว้นตามมาตรา 9(1) เหมือนกฎหมายไทย เพื่อจะทำให้สารสกัดเหล่านี้ไม่ถูกผูกขาด โดยไทยไม่ผิด เพราะกฎหมายสิทธิบัตรไทยทั้งหมด ปฏิบัติตามข้อตกลงทางทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลกแล้ว อีกทั้งคำขอรับสิทธิผ่านพีซีที เป็นเพียงกระบวนการอำนวยความสะดวกในการยื่นรับขอสิทธิบัตรหลายประเทศพร้อมกัน แต่การพิจารณาจะให้สิทธิบัตรได้นั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งกฎหมายไทยระบุชัดไม่สามารถให้สิทธิบัตรได้ กรมทรัพย์สินฯ จะอ้างพีซีดีไม่ได้” รศ.ดร.ภญ.นุศราพร กล่าวและว่า ไทยเขียนกฎหมายไม่ให้จดสิทธิบัตรพืชธรรมชาติได้ เพราะไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ต่างจากสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ที่เปิดกว้างเพื่อล้วงทรัพยากรประเทศอื่น

นายเฉลิมศักดิ์ กิตติตระกูล ผู้ประสานงานองรณรงค์เข้าถึงยา มูลนิธิเอดส์ กล่าวว่า ยังมีคำขอเลขที่ 0901002472 แต่คำขอหลังผู้ขอได้ละทิ้งคำขอสิทธิบัตรหลังประกาศโฆษณา เนื่องจากเชื่อว่าคำขอลักษณะนี้ไม่สมควรได้รับสิทธิบัตร ดังนั้น ปัจจุบันจะมีคำขอรับสิทธิบัตรที่หลงเหลือรวม 7 คำขอ ซึ่งแท้จริงทั้งหมดสามารถยกเลิกคำขอทิ้งได้ทันที





กำลังโหลดความคิดเห็น...