xs
xsm
sm
md
lg

สถาบันอาชีวะขอความชัดเจน ป.ป.ช.ยื่นทรัพย์สิน ชี้ กรรมการสภาจ่อลาออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สุเทพ” มอบคณะทำงานดูกฎหมายให้ชัด นายก-กรรมการสภาสถาบันอาชีวะ ผอ.- รอง ผอ.สถาบันอาชีวะ ยื่นบัญชีทรัพย์สินตามประกาศ ป.ป.ช. หรือไม่ ขณะที่ผู้บริหารรสถาบันอาชีวะ ขอ สอศ. ถาม ป.ป.ช. ให้ชัด ย้ำ บทบาทสภาสถาบันฯมีแค่เรื่องวิชาการ ระบุกรรมการผู้ทรงภาคเอกชน จ่อลาออกถ้าต้องยื่น

กรณีประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติขยายการยืนบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 ออกไปอีก 60 วัน จากเดิมกำหนดต้องยื่นภายในวันที่ 2 ธ.ค. 2561 เป็นในวันที่ 31 ม.ค. 2562 ซึ่งในประกาศมีได้กำหนดตำแหน่งนายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วย และคาดว่า กลุ่มสถาบันอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และกลุ่มสถาบันวิทยาลัยชุมชน เข้าข่ายอาจต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วยนั้น

วันนี้ (21 พ.ย.) ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า ตนได้ให้คณะทำงานและนิติกรของ สอศ. และผู้เกี่ยวข้องไปดูรายละเอียดข้อกฎหมายว่าตามประกาศของ ป.ป.ช. ว่า สถาบันอาชีวศึกษาต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ เบื้องต้นคณะทำงานวินิจฉัยว่า ผอ./ รอง ผอ.สถาบันอาชีวะ รวมถึงตำแหน่งนายกและกรรมการสภาสถาบัน เข้าข่ายจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามประกาศ ป.ป.ช. เนื่องจากใน พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา กำหนดให้ตำแหน่ง ผอ. มีสถานะเทียบเท่า อธิการบดีของมหาวิทยาลัย ถือเป็นตำแหน่งระดับสูง อย่างไรก็ตาม แม้ พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา จะกำหนดเช่นนั้น แต่บทบาทของอาชีวะมีการทำงานที่เป็นลักษณะเฉพาะแม้จะสอนระดับปริญญาตรี สายปฏิบัติการ แต่บริบทการทำงาน บทบาทหน้าที่จะแตกต่างจากผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ได้มอบให้คณะทำงานจะไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าที่ถูกต้องจะดำเนินการอย่างไร ขณะเดียวกัน จะประสานเป็นการภายในไปยัง ป.ป.ช. เพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจถึงบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งนายก กรรมการสภาสถาบัน ผอ. และ รอง ผอ.สถาบัน และขอความชัดเจนว่าที่สุดแล้วกลุ่มสถาบันอาชีวะเข้าข่ายต้องยื่นด้วยหรือไม่” ดร.สุเทพ กล่าว

ด้าน นายศิริ จันทร์บำรุง ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคกลาง 3 จังหวัดนครนายก กล่าวว่า ทางกลุ่มสถาบันอาชีวศึกษา เพิ่งทราบว่าจากประกาศ ป.ป.ช. เรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แม้จะไม่มีชื่อสถาบันอาชีวศึกษารวมอยู่บัญชีรายชื่อด้วย แต่ในประกาศมีการระบุว่า รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงไว้ด้วย ซึ่งตาม พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา มีการกำหนดสถานะของผู้อำนวยการสถาบัน เทียบเท่าอธิการบดี รอง ผอ. เทียบเท่ารองอธิการบดี เบื้องต้นจากการหารือร่วมกันในกลุ่มสถาบันอาชีวศึกษาเห็นร่วมกันว่าจะเสนอให้ทาง สอศ. ทำหนังสือไปยัง ป.ป.ช. เพื่อสอบถามให้ชัดเจนว่าผู้บริหารกลุ่มสถาบันอาชีวะ เข้าข่ายต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินตามประกาศดังกล่าวหรือไม่

ทั้งนี้ ตามมติ ป.ป.ช. ให้ขยายเวลาออกไป 60 วัน ถึงวันที่ 31 ม.ค. 2562 ซึ่งยังพอมีเวลาเพราะฉะนั้น จนกว่าจะมีความชัดเจน ในส่วนของสถาบันอาชีวศึกษาภาคกลาง 3 ตนจะแจ้งด้วยวาจาให้ นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ นายกสภาสถาบันฯ และกรรมการสภาสถาบันฯ ซึ่งมีทั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนประมาณ 4-5 คน ที่เหลือเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้วได้ทราบก่อน อย่างไรก็ตาม ส่วนตนนั้นถ้าต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินก็พร้อมปฏิบัติตาม เพราะในอดีตที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินอยู่

ด้าน นายประจักษ์ ทาสี ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคเหนือ จังหวัดตาก กล่าวว่า ขณะนี้ได้หารือเบื้องต้นกับกรรมการสภาสถาบันฯ ในส่วนของ ดร.อรรถ สมร่าง นายกสภาสถาบันฯ อดีตอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน จึงเคยยื่นบัญชีทรัพย์สินมาก่อนจึงเข้าใจ แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ กรรมการสภาสถาบันฯผู้ทรงคุณวุฒิ จากภาคเอกชน 4 คน ที่มีแนวโน้มสูงว่าถ้าต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินจริงจะตัดสินใจลาออก แต่คงให้การช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาในแนวทางอื่นแทน

“ส่วนตัวในฐานะข้าราชการก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็มองว่ากลุ่มสถาบันอาชีวะอาจจะไม่เข้าข่ายเพราะในบัญชีตามประกาศ ป.ป.ช. ไม่มีสถาบันอาชีวะรวมด้วย แต่ในแง่ของกฎหมายอาจจะต้องตีความอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งบทบาทของนายกสภาฯ กรรมการสภาฯ และ ผอ.สถาบันอาชีวะ จะแตกต่างจากมหาวิทยาลัย ซึ่งมี พ.ร.บ. เป็นของตนเอง แต่สถาบันอาชีวะเราเป็นหน่วยงานในกำกับของ สอศ. และไม่ได้มีหน้าที่ในเรื่องงบประมาณ หรือการย้ายบุคลากร ทำหน้าที่ในเรื่องงานวิชาการเท่านั้น ซึ่งเวลานี้ก็รอความชัดเจนจากทาง สอศ. ทราบว่า ฝ่ายนิติกร กำลังดูรายละเอียดกฎหมายอยู่” นายประจักษ์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...