xs
xsm
sm
md
lg

สบส.เช็กวงจรปิด รพ.พระราม 2 ทุกตัว ปมสาวถูกสาดน้ำกรดดับ เทียบอีก รพ. เคลียร์ข้อสงสัยอาการตอนส่งต่อ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สบส.เก็บข้อมูลกล้องวงจรปิด รพ.พระราม 2 ทั้งหมด ปมสาวถูกสาดน้ำกรดดับ ส่ง กก.สอบข้อเท็จริงพิจารณาเทียบข้อมูล รพ.บางมด ตอนส่งต่ออาการดีจริงตามอ้างหรือไม่ คาดสรุปได้ในสัปดาห์นี้ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานเพิ่มอีก 2 ชุด

ความคืบหน้าการตรวจสอบโรงพยาบาลพระราม 2 ว่าปฏิบัติตามมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน กรณี น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี ที่ถูกสามีสาดน้ำกรดขณะนอนหลับ และมาเข้ารับการรักษา แต่สุดท้ายเสียชีวิต โดย รพ.พระราม 2 ระบุว่า น.ส.ช่อลัดดา ขอย้ายไปรักษาที่ รพ.บางมด ซึ่งเป็นสถานพยาบาลตามสิทธิประกันสังคมเอง ท่ามกลางข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักของสังคมขณะนี้

วันนี้ (13 พ.ย.) นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ประเด็นที่ สบส.จะตรวจสอบในตอนนี้ คือ พฤติการณ์ในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน และดูว่าปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบนั้น หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วสงสัยว่า จะมีความผิดตามมาตราที่มีบทลงโทษสูง ตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 คือ มีโทษถึงขั้นจำคุกนั้น จะต้องรวบรวมหลักฐานต่างๆ ส่งให้แก่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญทั้งอัยการและนักกฎหมายช่วยพิจารณาเพื่อความรอบคอบก่อนว่ามีความผิดหรือไม่ ก่อนส่งต่อพนักงานสอบสวน เพื่อจะได้ไม่หลุดในภายหลัง ซึ่งกรณีนี้เป็นเรื่องของฉุกเฉินดูแลหรือไม่ ก็เข้าข่ายต้องส่งหลักฐานให้กรรมการสอบข้อเท็จจริงช่วยพิจารณา ซึ่งเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบทั้ง 2 โรงพยาบาลแล้ว และได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาบางส่วน วันนี้ (13 พ.ย.) จึงไปนำกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้วส่งกรรมการฯ พิจารณา

นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนประเด็นมาตรฐานนั้น วันนี้ สบส.ส่งชุดตรวจสอบมาตรฐานฐานลงไปตรวจสอบเพิ่มอีก 2 ชุด ถ้าพบว่า มีส่วนใดที่ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ก็จะมีคำสั่งทางปกครอง ให้ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งแตกต่างกันไปว่าเป็นมาตรฐานด้านใด ถ้าไม่สามารถพัฒนาหรือปรับปรุงตามที่สั่งการ อาจต้องนำเรื่องเข้าสู่กรรมการสถานพยาบาล เพื่อพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ

เมื่อถามถึงกรณี รพ.พระราม 2 ชี้แจงว่ามีการดูแลปฐมพยาบาลแล้ว และขณะที่ผู้ป่วยมาสัญญาณชีพ ความดันต่างๆ ก็ปกติดี นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เรื่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น หากดูจากกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่า มีการทำแผลจริง เพราะตอนผู้ป่วยออกจากห้องฉุกเฉินมีการพันผ้าพันแผลออกมาด้วย ส่วนเรื่องสัญญาณชีพ ความดันต่างๆ นั้น เนื่องจากไม่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ก็คงต้องดูผลการบันทึกของโรงพยาบาลร่วมด้วย แต่ที่แน่ชัดคือ การดูกล้องวงจรปิดนั้น เพื่อดูเรื่องของการส่งต่อว่า ตอนขามามีสภาพเป็นอย่างไร และก่อนออกไปมีสภาพอย่างไร เช่น ผู้ป่วยเดินมาตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ แล้วตอนกลับเป็นอย่างไรเดินกลับเองขึ้นแท็กซี่เองหรือไม่

"ขณะนี้เราได้ข้อมูลจากโรงพยาบาลแห่งที่สองมาแล้ว เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลได้ แต่ยังบอกไม่ได้ว่าข้อมูลของโรงพยาบาลแห่งที่สองเป็นอย่างไร เนื่องจากเป็นความแตกต่างระหว่าง 2 โรงพยาบาลอาจเกิดความขัดแย้งกัน ซึ่งจะส่งข้อมูลทั้งหมดให้กรรมการใช้พิจารณา ว่าตอนมาถึงโรงพยาบาลและตอนไปต่อเป็นอย่างไร เปรียบเทียบกัน ซึ่งจะคาดการณ์ได้ว่าช่วงที่อยู่โรงพยาบาลแรกเป็นอย่างไร ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวคงใช้เวลาไม่นาน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะพอสรุปความคืบหน้าได้ ซึ่งอันไหนที่เป็นอำนาจของ สบส. จะดำเนินการทันที ถ้าอันไหนเป็นอำนาจพนักงานสอบสวนก็จะต้องรอบคอบในการส่งประเด็นข้อมูลหลักฐานไปเพื่อสามารถดำเนินคดีได้" นพ.ณัฐวุฒิ กล่าว

เมื่อถามว่าผลชันสูตรออกมาว่าเกิดภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว ต้องนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าจะพิจารณาประเด็นอะไร อาจจะจำเป็นหรือไม่จำเป็น ตอนนี้จะดูแค่พฤติการณ์กับกล้องวงจรปิด และดูมาตรฐาน

เมื่อถามถึงการชดเชยเยียวยาผู้เสียหาย นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า เนื่องจากเป็น รพ.เอกชน จึงไม่เข้าข่ายไรับการชดเชยความเสียหายตามมาตรา 41 พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 แต่เคสนี้ญาติผู้ป่วยและโรงพยาบาลสามารถพูดคุยกันได้


กำลังโหลดความคิดเห็น...