xs
xsm
sm
md
lg

คาดกลางปี 63 ทำรางคู่ “บีทีเอสตากสิน” แก้คอขวด ต้องปิดสถานีชั่วคราว กระทบ 4 หมื่นคนต่อวัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


กทม.เร่งแก้คอขวด “บีทีเอสตากสิน” รับฟังความเห็นปรับแผนอีไอเอ เสนออนุมัติก่อสร้าง คาดกลางปี 63 เริ่มได้ทันที ใช้งบ 1.1 พัน ล.บาท ทำเบี่ยงทางสะพานสาทร วางรางคู่ สร้างชานชาลาใหม่ ใช้เวลา 32 เดือน พร้อมปิดสถานีชั่วคราว คาดกระทบผู้โดยสาร 4 หมื่นคนต่อวัน บีทีเอสจัด Shuttle Bus รับส่ง

วันนี้ (13 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สีลม นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน การจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร (ส่วนช่องนนทรี-สาทร) : กรณีปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) โดยมีประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเขตบางรัก เขตคลองสาน และเขตสาทร เข้าร่วม

นายสมพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน มีข้อจำกัดในการเดินทางจากการเป็นช่องทางเดินรถ 1 ช่องทาง ทำให้ความถี่ในการเดินรถไฟฟ้าไม่เพียงพอ และรถไฟฟ้าต้องจอดรอเพื่อสับรางตลอด ซึ่งปกติผู้โดยสารจะต้องเสียเวลารอประมาณ 10-15 นาที โดยในปี 2560 มีการหารือระหว่างกระทรวงคมนาคม กทม. และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ซึ่ง กทม.ได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษาของ BTSC นำเสนอให้ที่ประชุมทราบถึงแนวทางแก้ปัญหาการปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน ซึ่งเป็นสถานีชั่วคราวมาตั้งแต่เดิม โดยขยายช่องทางเดินรถบนสถานีสะพานตากสิน เป็นทางวิ่งคู่เพื่อแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม การขยายชานชาลาสถานีสะพานตากสินออกไปทั้ง 2 ฝั่ง จะยื่นล้ำเข้าไปในพื้นที่ของสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือ สะพานสาทร ซึ่งมีกรมทางหลวงชนบทเป็นผู้รับผิดชอบ จึงต้องขยายพื้นที่สะพานสาทรทดแทน เพื่อให้ผิวจราจรเท่าเดิมทั้งสองฝั่ง ซึ่งล่าสุดได้รับแจ้งจากกรมทางหลวงชนบทแล้วว่า ให้ดำเนินการก่อสร้างได้ ซึ่งการขยายสะพานจะทำควบคู่ไปกับการรื้อชานชาลาออก หลังจากขยายสะพานเสร็จแล้ว จึงสามารถทำรางคู่และขยายชานชาลาออกไปได้

นายสมพงษ์ กล่าวว่า จากการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทำให้มีการเปลี่ยนแปลงราละเอียดของโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนช่องนนทรี-สาทร ไปจากการศึกษาความเหมาะสมและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของโครงการเดิมที่เคยมีการศึกษาและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เมื่อปี 2540 กทม.จึงต้องจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของส่วนดังกล่าว เพื่อเสนอต่อสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมชุดที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กก.วล.พิจารณาต่อไป หากไม่ติดอุปสรรคใดๆ คาดว่า จะใช้เวลาพิจารณา 1 ปีครึ่ง หรือประมาณกลางปี 2563 หลังจากนั้นก็จะก่อสร้างได้ ซึ่งจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 32 เดือน หรือ 2 ปี 8 เดือน โดยบีทีเอสจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการก่อสร้างทั้งหมดวงเงิน 1,100 ล้านบาท

นายสุรเชษฐ์ แสงชโยสวัสดิ์ ผู้อำนวยการวางแผนกลยุทธ์ BTSC ในฐานะตัวแทนบีทีเอส กล่าวว่า จริงๆ แล้วรางรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสินทำไว้สำหรับสองรางอยู่แล้ว แต่การเปิดให้บริการเมื่อปี 2542 รถไฟฟ้าได้สิ้นสุดที่สถานีนี้ ซึ่งหากสิ้นสุดเป็นรางเปล่าๆ ก็คงไม่เหมาะสม จึงมีการสร้างชานชาลาทับบนรางเดิม ดังนั้น การขยายเป็นรางคู่หลักการ คือ จะต้องย้ายชานชาลาเดิมออกไป ซึ่งจะต้องใช้พื้นที่สะพานสาทรเพิ่ม 1.8 เมตร เมื่อพื้นที่โล่งแล้วก็สามารถวางรางได้เลย ขณะที่อีกด้านก็ต้องสร้างชานชาลาเพิ่ม ต้องใช้พื้นที่สะพานสาทร 1.8 เมตรเช่นกัน ดังนั้น จะต้องขยายทางสะพานสาทรเพื่อให้รถวิ่งได้ 3 ช่องจราจรเหมือนเดิม ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดจะต้องทำควบคู่กันไป หากรอสร้างเบี่ยงสะพานให้เสร็จก่อนค่อยปรับปรุงสถานีใช้เวลา 4 ปีก็คงไม่เสร็จ ซึ่งการก่อสร้างจะใช้เวลา 32 เดือน ซึ่งพยายามดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะเราเป็นห่วงความเดือดร้อนของผู้โดยสารที่ต้องเข้าออกสถานีสะพานตากสิน ซึ่งมีประมาณ 40,000 คนต่อวัน เนื่องจากช่วงปรับปรุงตัวสถานีจะปิดสถานีสะพานตากสินชั่วคราว โดยรถไฟฟ้าจะยังวิ่งให้บริการตามแนวเส้นทางเดิม แต่จะวิ่งผ่านและไม่จอดที่สถานีสะพานตากสิน ผู้โดยสารจะต้องขึ้นหรือลงสถานีสุรศักดิ์หรือสถานีกรุงธนบุรีแทน แต่เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ผู้โดยสารที่จะเดินทางสถานีสะพานตากสินและต่อเรือโดยสารแม่น้ำเจ้าพระยา บีทีเอสจะจัดรถ Shuttle Bus ซึ่งเป็นรถตู้คอยให้บริการตลอดทั้งวัน และเพิ่มความถี่การเดินรถในชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าและเย็น

นางวรางคณา เหรียญทอง ผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การศึกษาผลกระทบการปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน ได้ศึกษาครอบคลุมพื้นที่ที่อยู่ห่างจากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการข้างละ 500 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 เขต คือ คลองสาน บางรัก และ สาทร โดยมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม มีทั้งสิ้น 10 ประเด็น คือ 1. คุณภาพอากาศ อาจเกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น 2. ระดับเสียง กระทบผู้อยู่ใกล้พื้นที่ 3. การสั่นสะเทือน กระทบโครงสร้างสะพานเฉลิมพันธุ์ 53 แต่อยู่ในระดับที่มนุษย์ไม่รู้สึก ไม่มีผลกระทบต่ออาคารทุกประเภท 4. การคมนาคม ทำให้ติดขัด กระทบผู้โดยสารที่ใข้สถานีสะพานตากสิน 5. การระบายน้ำ อาจต้องมีการรื้อย้ายท่อระบายน้ำและบ่อพักเดิมทั้งสองฝั่ง 6. การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เช่น สายไฟฟ้า เสาไฟฟ้าต่างๆ 7. สภาพเศรษฐกิจสังคม เช่น ความสะดวกในการเดินทาง ก่อความรำคาญจากเสียงและฝุ่น 8. การสาธารณสุข อาชีวอนามัยและความปลอดภัย เช่น เกิดฝุ่นละอองที่อาจส่งผลกระทบสุขภาพ 9. แหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์ คือ สะพานเฉลิมพันธุ์ 53 อาจเสียหายได้ และ 10. การท่องเที่ยวและทัศนียภาพ เช่น กระทบเข้าถึงแห่ลงท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งทั้ง 10 ประเด็นมีการวางตรการป้องกันแก้ไข เช่น ฉีดพรมน้ำลดฝุ่น ลดความเร็วยานพาหนะ ประสานกรมศิลปากรดูแลโครงสร้างสะพานเฉลิมพันธุ์ 53 มีผ้าใบปิดให้มิดชิด จัดตั้งหน่วยพยาบาลในพื้นที่ก่อสร้าง ติดป้ายประขาสัมพันธ์แจ้งเตือน ป้ายแนะนำ และป้ายจราจรให้ทราบ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นมีข้อเสนอและข้อกังวลที่หลากหลาย เช่น สมาคมไหหลำแห่งประเทศไทย กังวลเรื่องแรงสั่นสะเทือนการก่อสร้างจะกระทบต่อศาลเจ้าเจียวเอ็งเบี้ยวที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากศาลเจ้าก่อสร้างด้วยเสาไม้ หรือทางเขตคลองสานกังวลเรื่องการก่อสร้างจะกระทบต่อคุณภาพอากาศของเขตคลองสาน ที่เดิมทีก็เกินจากค่ามาตรฐานอยู่ และควรเพิ่มจุดตรวจวัดฝุ่นละอองพื้นที่อื่น นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลผลกระทบอาคารตึกแถวเก่า มีข้อเสนอให้มีระบบรับฟังความเดือดร้อนโดยตรงและการแจ้งผลการแก้ไขให้รับทราบ การแก้ไขปัญหาผู้ใช้บริการสถานีสะพานตากสินที่มีความหนาแน่น ต้องจัดรถรับส่งให้พอเพียงและมีการดำเนินการอย่างไร มีแผนการจัดการจราจรเพื่อลดผลกระทบจากอุบัติเหตุก่อสร้างและการจราจรติดขัดหรือไม่ การอำนวยความสะดวกของนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญที่รับผลกระทบจากการต้องเดินทางไกลขึ้น เป็นต้น ซึ่งทางโครงการได้รับข้อเสนอทั้งหมดเพื่อนำไปปรับปรุงรายงานและบางเรื่องรับเป็นเรื่องพิเศษที่จะต้องดำเนินการแก้ไข เพื่อให้มีความครบถ้วนต่อไป





กำลังโหลดความคิดเห็น...