xs
xsm
sm
md
lg

เตือนดราม่าทิ้งผู้ติดเชื้อเอชไอวี ย้ำติดต่อได้ยาก-รับยาต้านได้ฟรี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ เตือนสติอย่าขยายดราม่าทิ้งผู้ติดเชื้อเอชไอวี ข้างกำแพงวัดพระบาทนำพุ ชี้ต้องปรับความคิด มุมมอง ต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ย้ำถ้ารับยาต้าน 2-4 สัปดาห์ก็ใช้ชีวิต-ทำงานได้เหมือนคนปกติ และผู้ติดเชื้อในทุกสิทธิรักษาจะได้รับยาต้านฟรี

วันนี้ (6 พ.ย.) ที่ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการทิ้งผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่ข้างกำแพงวัดพระบาทน้ำพุ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ว่า เรื่องนี้อยากให้มีการพิจารณาให้ถี่ถ้วน และไม่ควรขยายส่งต่อเหตุดราม่า เพราะว่าติดเชื้อเอชไอวี ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ทั้งนี้ การตีตราผู้ติดเชื้อเอชไอวียอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้หมดไปจากสังคมไทย ซึ่งเกิดจากความไม่รู้และไม่เข้าใจ ทำให้เห็นภาพการละทิ้งผู้ติดเชื้อ ซึ่งต้องเรียนว่าองค์ความรู้เรื่องเอชไอวีแตกต่างจากเมื่อ 30 ปีก่อนอย่างมาก วันนี้เอชไอวีไม่ได้ติดต่อกันง่าย แต่ติดยากมาก ยากกว่าการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ทั้งนี้ เชื้อเอชไอวีจะติดต่อกันต่อเมื่อมีพฤติกรรมเสี่ยง คือ เพศสัมพันธ์ไม่สวมถุงยางอนามัย ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ส่วนความคิดว่าผู้ป่วยจะเป็นภาระนั้นเรียนว่าถ้าผู้ป่วยได้รับยาต้านไวรัส ภายใน 2-4 สัปดาห์ก็จะกลับมามีอาการปกติ สามารถเดินเหินได้ ไปทำงานได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ขอย้ำว่าคนไทยทุกคน ทุกสิทธิการรักษาไม่ว่าจะเป็นระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม แค่ตรวจเจอเชื้อในร่างกาย ก็สามารถรับยาต้านไวรัสได้ทันทีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลออกให้หมด ล่าสุดผู้ป่วยบัตรทองที่ติดเชื้อเอชไอวี สามารถเข้ารับยาต้านในรพ.ของรัฐได้ทุกแห่ง โดยไม่ต้องไปเปลี่ยนสถานพยาบาลใหม่ แต่สิทธิประกันสังคมอาจจะต้องไปที่รพ.ตามสิทธิอยู่ อยู่ระหว่างขับเคลื่อนให้ผู้ติดเชื้อในระบบประกันสังคมสามารถเข้ารับยาต้านฯ ในรพ.ในระบบประกันสังคมได้ทุกแห่งเช่นกัน

ผอ.ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ กล่าวต่อว่า ปัญหาที่พบว่า ครอบครัวละทิ้งผู้ติดเชื้อ เพราะมักคิดว่าการติดเชื้อเอชไอวีจะเกิดขึ้นในคนที่มีพฤติกรรมไม่ดี ทั้งคนติดยาเสพติด หรือเรื่องเกี่ยวกับเพศ ทั้งๆ ที่คนเป็นเกย์ เป็นกระเทยไม่ใช่เรื่องผิด เขาสามารถทำงานได้ ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศได้ หรือผู้หญิงบางคนอาจจะติดจากสามี ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ผิด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องปรับความคิดใหม่ ซึ่งปัจจุบันรูปลักษณ์ของผู้ป่วยที่รับยาต้านไม่มีใครรู้ เพราะเหมือนคนทั่วไปและมีอายุไขเฉลี่ยเท่ากับคนปกติ แต่ต้องตรวจเร็ว รักษาเร็วจนตรวจเชื้อไม่เจอก็เท่ากับไม่แพร่สู่ผู้อื่น หรือตามแนวทาง U=U ซึ่งเป็นเรื่องที่จะมีการรณรงค์ในวันเอดส์โลก 1 ธ.ค. 2561 ด้วย

“เรื่องการดราม่าที่มีคนนำผู้ติดเชื้อไปทิ้งข้างกำแพงวัด ไม่อยากให้คิดว่าวัดนี้ ดีกว่าที่อื่นหรือทำไมต้องจำเพาะเจาะจงทิ้งที่นี่ เพราะถ้าไม่ใช่ที่นี่แต่เป็นที่อื่น ก็จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล สิ่งสำคัญคือเราต้องปรับมุมมอง ความรู้ว่าเอชไอวีสามารถรักษาได้ด้วยยาต้าน จนทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพและอายุขัยเฉลี่ยเท่ากับคนทั่วไป กินยาต่อเนื่องก็กดเชื้อให้ต่ำจนไม่ถ่ายทอด และต้องบอกว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยเอดส์ ไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ต้องการความเข้าใจจากสังคม กรุณาให้งานเขาทำ เขาไม่ได้ต้องการเงินบริจาค” นพ.ประพันธ์ กล่าว



กำลังโหลดความคิดเห็น...