xs
xsm
sm
md
lg

องค์การค้าฯเปิดยื่นซองที่ดินย่านลาดพร้าวพรุ่งนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สกสค.- องค์การค้าฯ ถกร่วมกันวางแผนพัฒนา เตรียมเปิดประมูลที่ดินย่านลาดพร้าว 2 ไร่ 3 งาน พรุ่งนี้ ตั้งราคากลางกว่า 300 ล้านบาท พร้อมสั่งเร่งโละสต๊อกของที่ค้างนำเงินกลับมาใช้ ย้ำ อนาคตต้องปรับลดพนักงานจ้างเหมา

วันนี้ (29 ต.ค.) นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับ ดร.วีระกุล อรัณยนาค ผู้ตรวจราชการ ศธ.ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.เพื่อวางแผนบริหารจัดการองค์การค้าฯ ว่า ผู้บริหารของ สกสค.และองค์การค้าฯ ได้หารือการทำงานกันในหลายประเด็น โดยองค์การค้าฯ ได้แจ้งว่า ขณะนี้มีสินค้าค้างสต๊อกมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท อาทิ หนังสือห้องสมุด อุปกรณ์สื่อการสอนวิทยาศาสตร์ จึงขอให้เร่งไปสำรวจและนำสินค้าจำหน่ายเพื่อให้ได้เงินกลับมาใช้บริหารจัดการซึ่งบางรายการก็อาจจะต้องลดราคาแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ส่วนที่ สกสค.ให้องค์การค้าฯ นำทรัพย์สินที่ สกสค.ถือกรรมสิทธิ์แทนไปแปลงเป็นทุนได้นั้นในวันพรุ่งนี้ (30 ต.ค.) องค์การค้าฯจะเปิดประกวดราคาที่ดินในซอยลาดพร้าว 61 และ 63 เนื้อที่ขนาด 2 ไร่ 3 งาน 77 ตารางวา โดยกำหนดระยะเวลาเช่า 30 ปี ราคากลาง 365 ล้านบาทเศษ ทราบว่า มีผู้สนใจหลายราย ทั้งนี้ นอกจากที่ดินแปลงดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่าใน กทม.ที่ดินแปลงใหญ่ที่สุด คือ ย่านลาดพร้าวซึ่งเป็นที่ตั้งโรงพิมพ์องค์การค้าฯ ขนาด 47 ไร่ 2 งาน 76.4 ตารางวา โดยกรมธนารักษ์เคยประเมินให้ราคาตารางวาละ 2.5 แสนบาท มูลค่าเกือบ 5,000 ล้านบาท ยังมีที่ดินบริเวณถนนเพชรเกษม ซึ่งเป็นที่ตั้งร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สาขาอ้อมน้อย เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 6.20 ตารางวา ราคาประเมินตารางวาละ 3.59 หมื่นบาท มูลค่า 35 ล้านบาท

ขณะที่ ในต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี เนื้อที่ 20 ไร่ 3 งานเศษ จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 50 ไร่ จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 15 ไร่ จ.นครสวรรค์ เนื้อที่ 10 ไร่ จ.อุตรดิตถ์ เนื้อที่ 7 ไร่เศษ ซึ่งตอนนี้เป็นที่ตั้งของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และที่ดินเปล่า 7 ไร่ และ จ.ลำปาง เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน อย่างไรก็ตาม ราคาประเมินที่ดินทั้งในกทม.และต่างจังหวัด รวมมูลค่าไม่ต่ำกว่า 7,000 พันล้านบาท

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ องค์การค้าฯ ยังมีลูกหนี้ ซึ่งก็คือสถานศึกษาที่ค้างชำระเงินค่าหนังสืออยู่ 381 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับงบประมาณค่าหนังสือไม่ครบแต่ขณะนี้ได้รับครบแล้ว ดังนั้น องค์การค้าฯจะไปติดตามทวงถามต่อไป ขณะเดียวกัน ได้ขอให้องค์การค้าฯ ไปศึกษาว่าวิชาวิทยาศาสตร์ของ สำนักงานส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ว่า ต้องใช้สื่อและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์จำนวนเท่าไร เพื่อนำมาวางแผนผลิตรองรับให้ครบถ้วน พร้อมกันนี้ ให้ทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลางเพิ่มเติมว่ากรณีที่ส่วนงานราชการจะสั่งซื้ออุปกรณ์สำนักงานขอให้กรมบัญชีกลางให้สิทธิแก่องค์การค้าฯ มากกว่าวงเงิน 1.3 แสนบาทที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงด้วย

“ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางให้สิทธิพิเศษในการจัดซื้อกับองค์การค้าฯไว้แบบเฉพาะเจาะจงอยู่แล้ว แต่เพราะในกฎกระทรวงกำหนดไว้ว่าวงเงินไม่เกิน 1.3 แสนบาท จึงต้องทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลางอีกครั้งหนึ่ง ส่วนกรณีที่จะทำแผนลดอัตรากำลังคนนั้นให้พิจารณาความจำเป็น และหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบพนักงาน ซึ่งปัจจุบันมีพนักงาน 1,499 คน เป็นพนักงานประจำ 1,131 คน ลูกจ้างชั่วคราว/จ้างเหมารายปี 238 คน และแรงงานจ้างเหมา 110 คน ซึ่งที่ผ่านมาเพิ่งมีการต่อสัญญาไปทุกอย่างก็เดินหน้าตามสัญญา แต่อนาคตจะมีพิจารณาการลดจำนวน ซึ่งต้องไปดูโครงสร้างก่อนเพราะมีหน่วยงานย่อยๆอยู่มา ซึ่งถ้าส่วนงานใดเกินความจำเป็นก็อาจจะปรับย้าย หรือหากจำเป็นต้องเลิกจ้างบางกรณีก็ต้องเลิกจ้าง ส่วนความคิดที่จะโอนคนจากองค์การค้าฯมาสกสค.ยังมีอยู่ แต่ตอนนี้อาจจะไม่สามารถทำได้ เพราะติดข้อบังคับของ สกสค.ที่ทำไว้ในสมัย ดร.พิษณุ ตุลสุข อดีตปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.เกี่ยวกับการรับโอนคน ดังนั้น ขอไปดูรายละเอียดก่อนอาจจะต้องมีการแก้ไข และแผนก็คือต้องเป็นคนที่สมัครใจจะมาโดยอาจจะต้องมีการต่อรองกันเรื่องเงินเดือน เพราะ สกสค.อาจไม่สามารถจ่ายได้แบบองค์การค้าฯ แต่ก็มีข้อดีอื่นๆ มาทดแทน” นายอรรถพล กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...