xs
xsm
sm
md
lg

ย้อนรอยนโยบายสรรหา "ผอ.รพ." ทดแทนหยิบชื่อจากตะกร้าในอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จากกรณีการคัดค้านคำสั่งโยกย้ายนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาล ของ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คนใหม่ ส่งผลให้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งให้ทบทวนคำสั่งการโยกย้ายในส่วนของ "ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์" เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ จำเป็นต้องเลือกผู้บริหารที่มีความสามารถ ซึ่งเป็นนโยบายที่ดำเนินการมา 2 ปีแล้ว

หากย้อนรอยถึงนโยบายการสรรหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ จุดเริ่มต้นมาจากเมื่อปี 2559 ที่ นพ.ปิยะสกล ได้ตรวจเยี่ยมกรมการแพทย์ และเห็นว่าการแต่งตั้งโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น รพ.ราชวิถี รพ.นพรัตนราชธานี ปกติอธิบดีกรมการแพทย์จะเป็นผู้เลือกเอง ครั้งนั้นจึงได้ให้นโยบายว่า จากนี้ไปต้องใช้ระบบคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลแทน

สำหรับคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ อธิบดีกรมการแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมการแพทย์ที่เกษียณอายุราชการแล้วและไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้แทนจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข และผู้แทนจากโรงพยาบาลเอง ในการพิจารณาแต่งตั้งจะมีการสัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับการสรรหา ว่า ถ้าเข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแล้วจะพัฒนา หรือแก้ไขปัญหาที่มีในโรงพยาบาลอย่างไร ซึ่งจะมีการบันทึกไว้และต้องทำตามให้ได้

ในครั้งนั้น นพ.ปิยะสกล ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้อำนวยการจะต้องรู้ว่าโรงพยาบาลมีลักษณะเป็นอย่างไร มีปัญหาอะไร และจะต้องพัฒนาอย่างไรบ้าง ซึ่งจะต้องเข้ามาพัฒนาอย่างจริงจัง โดยขอให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่อย่างน้อย 2 ปี ไม่ใช่มาอยู่เพียง 1 ปี เพื่อที่จะรอการก้าวหน้าในตำแหน่งอื่นๆ ซึ่งระบบคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาแต่งตั้งที่มีทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ทำใฟ้ไม่ต้องกังวลว่า จะมีคนของการเมืองเข้ามา เว้นแต่ไปสรรหาคนที่นักการเมืองส่งมา

โดยนโยบายการสรรหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลนั้น นพ.ปิยะสกล อยากให้เป็นเหมือนโรงเรียนแพทย์ที่ใช้วิธีการสรรหาเข้ามาเช่นกัน เพราะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ต้องการคนมีความสามารถมาบริหาร

ต่อมา ในปี 2560 จากความพยายามในการแก้ปัญหาโรงพยาบาลขาดสภาพคล่อง โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการของโรงพยาบาล เช่น ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ดังนั้น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่จะมาบริหารจะต้องมีประสิทธิภาพ เพราะบางแห่งพบว่า สถานการณ์การเงินดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งที่ทุกอย่างเหมือนเดิมเพียงแต่มีการเปลี่ยนผู้อำนวยการ

ในครั้งนั้น นพ.ปิยะสกล จึงให้นโยบายไปยังฝ่ายข้าราชการประจำ คือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่า การคัดเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะใช้วิธีการสรรหาแทนการเลือกจากรายชื่อในตะกร้าอย่างที่ผ่านๆ มา ซึ่งการสรรหาก็ใช้ระบบวิธีเดียวกับที่เคยให้นโยบายกรมการแพทย์ไป เพราะดำเนินการมาแล้ว เช่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และ รพ.นพรัตนราชธานี ก็ไม่พบว่ามีปัญหา จึงให้นำร่องในส่วนของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขก่อน คือ โรงพยาบาลศูนย์ แล้วค่อยขยายไปยังโรงพยาบาลขนาดเล็กลงอื่นๆ ในอนาคต

สำหรับปี 2560 มีรายงานว่า นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการขึ้น ก่อนที่จะเกษียณ โดยให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่เป็นประธาน คือ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข โดยได้ดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์เฉพาะโรงพยาบาลที่มีผู้อำนวยการเกษียณอายุราชการ ซึ่งมีทั้งหมด 6 โรงพยาบาลด้วยกัน

ทั้งนี้ หากผู้อำนวยการที่ได้รับการสรรหาและแต่งตั้ง มาจากโรงพยาบาลศูนย์ในระนาบเดียวกัน โรงพยาบาลศูนย์ที่ตำแหน่งผู้อำนวยการว่างลงก็จะใช้วิธีดึงคนขึ้นมาแทน เพราะคงจะใช้การสรรหาทั้งหมดเลยไม่ได้

นอกจากโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ในปี 2560 ก็ยังมีการดำเนินการสรรหาและแต่งตั้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสังกัดกรมควบคุมโรคด้วย

เรียกได้ว่าเป็นนโยบายที่ดำเนินการกันมาสักพักและเป็นที่รับรู้ ส่วนการเซ็นคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้ของปลัดสุขุม ไม่แน่ใจว่าผ่านกระบวนการอะไรอย่างไรแค่ไหน แต่เมื่อเกิดแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่และทำท่าว่าจะบานปลาย ก็ต้องแก้ปัญหา ซึ่ง นพ.สุขุม กำลังออกคำสั่งชะลอการมารับตำแหน่ง เพื่อดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ทั้งหมดใหม่

คงต้องจับตาดูว่า นพ.สุขุม จะออกคำสั่งชะลอการมารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล และจะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์เมื่อไร


กำลังโหลดความคิดเห็น...