xs
xsm
sm
md
lg

‘ถ้ำ’ ที่เรียกว่า ‘กรุงเทพฯ’/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เจ้าลูกชายคนโต “สรวง สิทธิสมาน” ยังคงติดพันเรื่องราวที่ทำให้เกิดประเด็นทางความคิด ภายหลังจากได้ไปร่วมเดินดอยกับมูลนิธิพอ.สว. ซึ่งทำให้รู้จักผู้คนจำนวนมาก หนึ่งในนั้นที่เขาสนใจคือ “ลูกหาบ” ผู้ทำหน้าที่รับจ้างขนของบนดอยจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง บทสนทนาระหว่างเขากับลูกหาบทำให้เขาเกิดมุมมองความคิดเปรียบเทียบการใช้ชีวิตของคนชนบทที่มุ่งไปสู่เมืองหลวงเพื่อหางานทำ แต่แท้จริงแล้วคนเหล่านั้นกลับตกเข้าไปสู่กับดักของการ “ติดถ้ำ” เองหรือเปล่า!
………………………….

‘ถ้ำ’ สถานที่ตามธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นโพรงลึกขนาดใหญ่ในภูเขา คงไม่จำเป็นต้องบรรยายลักษณะของมันให้เสียเวลาเพราะทุกคนคงจะเคยเห็นและรู้จักดีอยู่แล้ว

ลักษณะเด่นของถ้ำคงจะหนีไม่พ้นความสวยงามมหัศจรรย์ ความน่าค้นหา ความน่าสงสัยต่อสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในถ้ำ ความลึกลับอันน่าหลงใหล และความอันตรายที่แฝงอยู่ในนั้น

และด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ทำให้ผู้คนที่หลงใหลในความสวยงามและความลึกลับของถ้ำ แต่ไม่รู้จักมันดีพอก่อนที่จะตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปอย่างท้าทาย เป็นอันต้องหลงทางและ ‘ติด’ อยู่ในถ้ำ ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าหาทางออกจากถ้ำได้ บางกรณีถึงกับต้องลำบากให้คนอื่นออกตามหา นี่ยังไม่นับความเสี่ยงที่จะเจอกับภัยธรรมชาติในถ้ำโดยเฉพาะในฤดูฝน

โดยนัยหนึ่ง ผมก็คิดว่ากรุงเทพฯอันเป็นเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรไทยก็ไม่ต่างจากสภาวะ 'ถ้ำ’ นัก หากพูดกันในบริบทของความสวยงามอันน่าหลงใหล ความลึกลับ และการ ‘ติดถ้ำ’ หรือ ‘ติดกรุงเทพ ฯ’
……

ขณะที่ผมยังอยู่บนดอยกับทีมแพทย์อาสาเดินเท้า พอ.สว. ผมได้มีโอกาสคุยกับชาวบ้านที่มาทำหน้าที่เป็นลูกหาบ คอยช่วยเหลือรับจ้างแบกอุปกรณ์การแพทย์ข้ามดอยไปในแต่ละหมู่บ้านซึ่งก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปเขาเอาไว้เนื่องจากในตอนที่เจอกับพี่เขาฝนดันตกหนักมาก

เราได้คุยกันเป็นชั่วโมงระหว่างเดินเท้าเป็นกิโล ๆ คุยกันตั้งแต่เรื่องบ้าน ปลูกผักขายให้ใคร มีเมียกี่คน ลูกกี่คน ซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญที่ผมจะนำมาสื่อสารกับผู้อ่านในวันนี้

เข้าเรื่องเลยแล้วกันครับ เรื่องที่ผมอยากนำมาเล่าต่อในวันนี้ คือเรื่องราวชีวิตของพี่เขาจากการที่เคยเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯเมื่อสิบปีที่แล้วครับ ถ้าจะพูดให้ตรงกว่านี้คือเขาเข้าไป ‘ติด’ อยู่ในกรุงเทพฯ ติดอยู่หลายปีกว่าจะกลับมาที่อมก๋อยได้

เริ่มจากเหตุผลซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพี่เขาต้องการเงินเอาไว้เลี้ยงครอบครัวให้อยู่อย่างสบาย

มันคงจะเป็นเรื่องปกติที่คนต่างจังหวัดจะคิดว่าการเข้ามาหางานทำในเมืองหลวงจะทำให้พวกเขาสามารถเดินตามฝัน หรือกอบโกยเงินกลับบ้านไปได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ หลงใหลในมายาคติแห่งทุนนิยม และชักชวนกันมาแสวงหาโอกาสกันครั้งละเป็นกลุ่มหลายสิบคน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของความอยากรู้อยากเห็นต่อความศิวิไลซ์ที่ไม่สามารถพบเจอได้ตามหมู่บ้านบนดอย

เขาต้องจากบ้านมาไกลเพื่อที่จะมาตามหาความสวยงามที่ลึกลงไปใน ‘ถ้ำ’ แห่งนี้

เมื่อย่างก้าวแรกลงไปบนพื้นประตูถ้ำก็พบกับสิ่งสวยงามตระการตา แสงไฟยามค่ำคืนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ตึกสูงเสียดฟ้าที่สูงพอ ๆ กับดอยบ้านเกิดของเขา รสนิยมการแต่งตัวแบบแฟชั่น พร้อมกับคำเชิญชวนให้มาทำงานรับจ้างต่าง ๆ นา ๆ เพื่อแลกกับเงินวันละ 240 บาท

พี่เขาทำงานอยู่ในกรุงเทพฯได้ประมาณ 6 ปี เช่าห้องเดือนละ 1,500 บาท เคยเป็นเด็กปั๊ม เด็กโรงงาน คนงานก่อสร้าง ยามรักษาความปลอดภัยตามหมู่บ้านจัดสรร และรับจ้างอื่น ๆ

เงิน 240 บาทต่อวัน ซึ่งเป็นค่าแรงในสมัยนั้นถูกใช้ไปกับการซื้อกับข้าว ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ซึ่งเขาแทบไม่จำเป็นต้องใช้เงินไปกับสิ่งเหล่านี้เลยหากใช้ชีวิตอยู่บนดอย ก็เลยไม่เหลือเงินเก็บส่งไปให้ที่บ้านใช้ได้แม้แต่บาทเดียว

“ต้องการเงินมากกว่านี้ ต้องประสบความสำเร็จให้ได้”

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและอยากค้นหา เขาเลือกที่จะเดินก้าวต่อไป ลึกลงไปเรื่อย ๆ ตามทางต่าง ๆ ที่เขาเลือกเดินอยู่ในถ้ำโดยไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของความสวยงาม ไม่รู้ว่าลึกลงไปในความสวยงามเหล่านั้นมีอะไรรอเขาอยู่บ้าง เขาเดินก้าวลึกลงไปเรื่อย ๆ ประหนึ่งว่าเขากำลังถูกสะกดจิตจากบางสิ่ง ลงไปตามกลิ่นหอมหวานจากสิ่งที่เรียกว่า ‘เงิน’

พี่เขาต้องเริ่มรับงานมากกว่าหนึ่งงาน เพื่อกอบโกยเงินให้เหลือเก็บมากกว่าเดิม จะได้นำกลับไปเลี้ยงครอบครัวให้อยู่สบาย และเพื่อให้พวกเขาภูมิใจ...

แต่ด้วยขีดจำกัดทางร่างกายของคนเรา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรับจ้างเป็นแรงงานวันละหลาย ๆ งาน พี่เขาจึงหันไปพึ่งพา‘ตัวช่วย’ ที่แพร่หลายอยู่ในชุมชนย่านที่อยู่ของพี่เขา ซึ่งเพื่อน ๆ ของพี่เขาบอกว่าใช้ดีจริง ๆ สิ่งนั้นก็คือ‘ยาม้า’ ยากระตุ้นประสาทที่ทำให้เขามีแรงพอที่จะทำงานได้ทั้งวันอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่จำเป็นต้องหลับต้องนอน เป็นทางออกสำหรับผู้ใช้แรงงานมาก แต่ได้รับค่าตอบแทนน้อย พี่เขาเริ่มมีเงินเก็บ แต่กลับต้องเสียมันไปเพื่อแลกกับยาเหล่านั้นในจำนวนที่มากกว่าเดิม เงินที่เมื่อก่อนไม่เหลือเก็บอยู่แล้ว คราวนี้ก็ยิ่งไปติดหนี้เข้าไปอีก เรื่องส่งเงินกลับไปให้ที่บ้านใช้คงไม่ต้องพูดถึง ไม่มีแน่นอน หนำซ้ำยังต้องไปหากู้ยืมหนี้ก้อนใหม่ มาใช้เงินเจ้าหนี้รายเก่า ยืมคนโน้นคนนี้จนมีปัญหากับเขาไปทั่ว กว่าจะรู้ตัวก็ติดยาจนเลิกไม่ได้เสียแล้ว

ในตอนแรก เขาเดินเข้ามาในถ้ำเพราะต้องการค้นหาสิ่งสวยงาม แต่เมื่อเดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ กลับพบตัวเองอยู่ท่ามกลางความมืดมิด และหาทางกลับออกไปไม่ได้เสียแล้ว แถมยังมีอันตรายอยู่รอบตัวคอยจ้องเล่นงานเขาอยู่ตลอดเวลา

แล้วถ้าเขาถลำลึกลงไปมากกว่านี้อีกนิดเดียวล่ะครับ หมาจนตรอกมันยังต้องกัด ถ้าคนจนตรอกก็จะต้องหาทางเอาตัวรอดเช่นกันครับ เพียงจะไม่ใช่การกัด แต่หากมันเป็นการ ‘ส่งยา’ ล่ะครับ

พี่เขาเล่าให้ฟังว่ามีคนมาเสนอให้พี่เขารับงาน‘ส่งยา’ ล็อตใหญ่ เพื่อแลกกับหนี้ทั้งหมดที่พี่เขาค้างเอาไว้ แต่ยังดีที่พี่เขาไม่กล้าพอที่จะรับงาน

อีกนิดเดียวเท่านั้นแหละครับ หากพี่เขาก้าวข้ามเส้นไปเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการก็คงจะหนีออกมาไม่ได้อีกแล้วล่ะครับ จาก ‘ติดถ้ำ’ จะกลายเป็น ‘ติดคุก’ เอา ที่แย่กว่านั้นคือ พี่เขาจะกลายเป็นผู้ส่งต่อบาดแผลและความรุนแรงกระจายออกไปให้กับ ‘เหยื่อ’ อีกหลายครอบครัว

เห็นไหมครับ คนที่ก่ออาชญากรรมส่วนมากก็มีประวัติการ ‘ติดถ้ำ’ เช่นเดียวกับพี่ลูกหาบคนนี้แหละครับ โดยทั่วไปก็มีเงินเป็นแรงจูงใจทั้งนั้น

จากชีวิตของพี่ลูกหาบคนนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าเขาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนในการติดกับดักของระบบทุนนิยม (Capitalism) ระบบที่เงินสามารถเป็นตัวแทนปัจจัยทั้งสี่ของมนุษย์ได้ ระบบที่วัดคุณค่าของทุกสิ่งด้วยมูลค่าของมัน มิใช่คุณภาพ เช่นเดียวกับคนที่ใช้ชีวิตภายใต้ระบบนี้ที่ถูกวัดค่าโดยความร่ำรวย ยิ่งรวยยิ่งมีคนนับหน้าถือตายิ่งใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างสะดวกสบายทำให้คนที่ไม่รวยและไม่มีปัญญาพอที่จะมองระบบนี้ขาดได้ ต่างวิ่งแข่งกันเข้าหาเงิน เพื่อหวังว่าสักวันจะได้ร่ำรวยกับเขาบ้าง

ถ้าถามว่าระบบทุนนิยมทำงานอย่างไร ผมจะอธิบายให้ฟังแบบง่าย ๆ สไตล์ผมว่า ระบบทุนนิยมใช้ตลาดในการสร้างการแข่งขัน และโดยการแข่งขันนั้นจะกระตุ้นให้ผู้คนมีความกระตือรือร้นในการสร้างผลผลิต ซึ่งในขณะเดียวกันก็สร้างการเจริญเติบโตให้กับตลาดและจำนวนเงินที่หมุนเวียน ข้อดีของทุนนิยมคือการสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคง ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วตามการพัฒนาของเศรษฐกิจ

แต่ในขณะเดียวกัน ผลของการแข่งขันก็ย่อมมีทั้งผู้ชนะและผู้แพ้....

มีคนรวยก็ต้องมีคนจน......

มีคนที่เกิดมาเป็นลูกคนรวย และลูกคนจน พี่ลูกหาบก็เป็นหนึ่งในคนที่เกิดมาก็จนตั้งแต่แรกแล้วการเป็นลูกคนจนและลูกคนรวยก็มีช่องว่างที่แตกต่างกันมากมาย เช่นการศึกษา

บางคนเกิดมาในตระกูลที่ดีก็ถูกส่งไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์เอย เรียนเมืองนอกเอย ย่อมมีโอกาสมากกว่าคนที่เกิดมาจน เมื่อเรียนจบสูงมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ ก็กลายเป็นผู้มีปัญญาที่มักจะถูกใช้เป็นหัวสมองระดับต้น ๆ ของบริษัทชั้นนำในประเทศ พร้อมทั้งได้เงินเดือนเรือนแสนเรือนล้าน

ส่วนคนที่จบโรงเรียนกศน.ในระดับป. 4 อย่างพี่ลูกหาบคนนี้จะไปทำอะไรได้มากกว่าการใช้แรงงานล่ะครับ

ผมไม่ได้อยากดูเบาพี่เขาหรอกนะ แต่ก็เห็นได้ว่าชีวิตนี้เขาจะไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากในระบบทุนนิยมนี้ได้หรอก ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ตาม ก็จะไม่สามารถดิ้นหลุดจากการเป็น ‘ชนชั้นล่าง’ ของสังคมได้หรอกครับ เพราะระบบทุนนิยมจะไม่สามารถทำงานได้เต็มที่เช่นกัน หากไร้ซึ่งคนจนอย่างพี่เขา พูดง่าย ๆ คือคนอย่างพี่เขาก็ถูกสร้างขึ้นมาโดยตัวระบบเองนั่นแหละครับ

ความเป็นจริงนั้นแสนโหดร้าย กว่าเราจะรับรู้ได้ก็ต้องสูญเสียกับมันไปเท่าไหร่

ท้ายที่สุดพี่เขาก็สามารถเอาตัวเองออกจากแวดวงการใช้ยาเสพติดได้ และเปลี่ยนมาทำอาชีพที่เหนื่อยน้อยลงอย่างการเป็นยามรักษาความปลอดภัยประจำป้อมยามของหมู่บ้านจัดสรรกลางเมืองแห่งหนึ่งที่มีรถซูเปอร์คาร์เข้าออกทุกเช้าเย็น บ้านในโครงการก็ใหญ่โตและหรูหราเหลือเกินเพื่อใช้หนี้ที่สร้างเอาไว้ตอนที่เล่นยานั่นเอง

“พี่ไม่รู้สึกอิจฉาหรือโกรธแค้นบ้างหรือ ที่พวกเขาแค่เกิดมาก็มีมากกว่าพี่แล้ว” ผมถามพี่เขาไปอย่างตรงไปตรงมาที่สุด

“โอ้ ชาตินี้ผมคงไม่มีบุญเองแหละครับ”

...........?
สุดท้ายเมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามที่หวังก็โทษว่าเป็นเพราะบาปที่ทำเอาไว้ในชาติที่แล้ว ชาตินี้จึงไม่มีบุญพอที่จะเกิดมาแล้วรวยได้อย่างใครเขา

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาควรจะโทษใคร เขาติดกับดักของระบบนี้ สิ่งที่เขาควรจะโทษนั้นคือบุญน้อยเกินไปอย่างนั้นหรือ? ความผิดที่เป็นกันทั้งระบบถูกลืมไปเพราะความไม่รู้

แล้วเมื่อไรคนเหล่านี้จะเลิกถูกกดทับได้เล่า ?

พี่ลูกหาบคนนี้ เขาเคยเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย ‘ติดถ้ำ’

หากจะเปรียบ ‘กรุงเทพฯ’ เป็นดั่ง ‘ถ้ำ’ อันสวยงามและอันตราย ‘ทุนนิยม’ ก็คงจะเปรียบได้กับ ‘ปีศาจ’ ประจำถ้ำที่คอยส่งเสียงกระซิบและสะกดจิตให้เรียกคนที่อยู่นอกถ้ำเดินเข้าไป ‘ติด’ อยู่ในถ้ำ โดยบางรายอาจหายเข้าไปโดยไม่กลับออกมาอีกเลย

คนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็ลองทบทวนดูนะครับ ว่าตัวของท่านกำลังติดอยู่ในถ้ำเหมือนกับที่พี่ลูกหาบเคยติดหรือไม่ ท่านกำลังวิ่งตามหาทรัพย์สินเงินทองและความร่ำรวยตามคำกระซิบของ ‘ปีศาจ’ อยู่หรือไม่ ท่านกำลังตกเป็นเครื่องมือของชนชั้นที่สูงกว่าอยู่หรือไม่

ท่านกำลัง ‘ติดถ้ำ’ ที่เรียกว่า ‘กรุงเทพฯ’ อยู่หรือไม่ ?


กำลังโหลดความคิดเห็น...