xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ตรวจ “มะเร็ง” เพราะกลัวเจอ "BDMS" ชวนเปลี่ยนความคิด มาตรวจเพื่อป้องกันดีกว่า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน “โรคมะเร็ง” ส่วนการตรวจประเมินค้นหาความเสี่ยงและตรวจคัดกรองค้นหา “มะเร็ง” ที่เสี่ยง เพื่อให้เจอโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เป็นหนทางที่เหมาะสม เพื่อเข้าสู่การบำบัดรักษาตั้งแต่แรก ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสรักษาหายขาดสูง

ปัญหาคือ “คนไทย” จำนวนมากไม่นิยมตรวจประเมินค้นหาความเสี่ยงและตรวจคัดกรองหามะเร็งในระยะแรกเริ่ม เนื่องจากมีความเชื่อหรือความคิดที่ว่า กลัวตรวจแล้วเจอ เจอแล้วก็จิตตก ไม่สบายใจ เพราะฉะนั้น ไม่ตรวจเลยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องใจเสีย ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องรับรู้อะไร ซึ่งความคิดเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะหากมีความเสี่ยงแล้วและไม่ตรวจคัดกรองเลย อาจทำให้ร่างกายย่ำแย่เมื่อมาปรากฏอาการป่วยของมะเร็งในขั้นระยะลุกลามหรือระยะสุดท้าย ที่โอกาสการรอดชีวิตต่ำมาก

ด้วยสาเหตุนี้จึงเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งของคนไทยค่อนข้างสูง แม้โรคมะเร็งบางชนิดถือว่ามีการรักษาที่ดีและหายขาดสูงมาก เช่น มะเร็งเต้านม แม้อัตราการเสียชีวิตจะน้อยกว่ามะเร็งชนิดอื่น เพราะการรักษามีประสิทธิภาพที่ดี แต่เมื่อเทียบกับระดับโลกแล้วก็ถือว่ายังสูงกว่าอยู่ดี

นายแพทย์ ธีรวุฒิ คูหะเปรมะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวัฒโนสถ โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ ในโรงพยาบาลกลุ่มบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS กล่าวว่า อัตราการเสียชีวิตโดยเฉลี่ยของโรคมะเร็งเต้านมของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 35% ทั้งที่เป็นโรคมะเร็งที่พบมากในแต่ละปี นั่นหมายความว่า โรคมะเร็งชนิดนี้ประสิทธิภาพในการรักษาอยูในเกณฑ์ดี แต่เมื่อเทียบกับต่างประเทศก็ยังถือว่าสูง เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกา อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 5% เท่านั้น นั่นสะท้อนว่าคนอเมริกันมีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง ส่งผลให้รู้ว่าเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้นเร็วและรักษาหายขาดตั้งแต่ระยะแรกๆ แต่ของประเทศไทยตัวเลขยังลดลงกว่านี้ไม่ได้ อาจเนื่องมาจากการตรวจคัดกรองยังคงน้อยอยู่ ทำให้มาเจอโรคในระยะที่ลุกลามแล้ว

ปัญหาการไม่ยอมมาตรวจคัดกรองมะเร็ง เนื่องจากกลัวตรวจแล้วเจอนั้น นายแพทย์ ธีรวุฒิ ยอมรับว่า เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้คนไทยจำนวนหนึ่งไม่ยอมตรวจประเมินความเสี่ยงและตรวจคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้น จึงอยากชวนให้มาเปลี่ยนคววามคิดหรือมาคิดบวกกันว่า การมาตรวจประเมินความเสี่ยงหรือตรวจคัดกรองมะเร็งนั้น ไม่ได้ตรวจเพื่อให้ค้นหาโรคเจอ แต่มาตรวจเพื่อป้องกันโรคมะเร็งกันจะดีกว่า โดยอยากให้มองว่าเมื่อมาตรวจแล้วจะได้ป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดโรคมะเร็งได้ เมื่อคิดแบบนี้ก็จะสบายใจกว่า

อย่างที่บอกว่า ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านมะเร็ง (Center of Excellence Cancer) ของ BDMS ซึ่งมีโรงพยาบาบลวัฒโนสถเป็นศูนย์ใหญ่และมีเครือข่ายอีกหลายโรงพยาบาลนั้นให้การดูแลแบบครบวงจรคือ เริ่มตั้งแต่ตรวจประเมินความเสี่ยง โดยมีการจัดทำลิสต์รายการว่าผู้รับบริการมีความเสี่ยงในด้านใดหรือไม่ ซึ่งการจัดระบบบริการนี้ทำให้ BDMS ได้รับรางวัลด้านไอทีมาแล้ว ซึ่งการมาตรวจประเมินนั้นจะทำให้ทราบว่าคุณมีความเสี่ยงอะไรบ้างในการที่จะเป็นมะเร็ง เพราะอย่างที่ระบุว่า มะเร็งไม่ได้เป็นแค่ในวันเดียว ดังนั้น เมื่อทราบว่าตัวเองมีความเสี่ยงจะได้ปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งในอนาคต จึงเป็นเรื่องของการตรวจเพื่อมาป้องกันมากกว่า การมาตรวจเพื่อให้เจอโรคจะดีกว่า” นายแพทย์ ธีระวุฒิ กล่าว

นายแพทย์ ธีรวุฒิ กล่าวว่า ยกตัวอย่าง หากเป็นเบาหวาน หรือเป็นโรคอ้วน หรือเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบซี ก็ถือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ เพราะ 2 สาเหตุนี้ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคได้ ซึ่งเราจะมีการให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรค เช่น ต้องไปลดน้ำหนัก และไปตรวจคัดกรองมะเร็งในระยะแรกเริ่ม ซึ่งอย่างที่บอกว่าไม่ได้ตรวจเพื่อให้เจอ แต่ตรวจเพื่อป้องกันและยืนยันว่า ฉันไม่ได้เป็นโรคมะเร็งชนิดนี้

อีกปัญหาหนึ่งที่ นายแพทย์ ธีรวุฒิ เป็นห่วงคือ เมื่อตรวจคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้นไปแล้ว เมื่อไม่เจอก็คิดว่าไม่เป็น และไม่มาตรวจอีกเลย แต่สุดท้ายเมื่อผ่านไปหลายปีกลับต้องมาพบแพทย์ใหม่ เมื่อพบว่าตนเองเป็นโรคร้ายเข้าเสียแล้ว

หลายคนเมื่อมาตรวจคัดกรองมะเร็งระยะเริ่มต้นบ่อยครั้งเข้าก็ยังไม่เจอมะเร็ง สุดท้ายก็คิดว่าตัวเองแข็งแรงดี ไม่เป็นอะไร และไม่มาตรวจคัดกรองอีก ซึ่งสุดท้ายผ่านไป 5 ปีกลับพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วการตรวจคัดกรอง หากมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งชนิดใดก็ควรต้องมาตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่อง เพราะเราไม่มีทางทราบได้เลยว่า โรคมะเร็งชนิดนั้นที่เรามีความเสี่ยงจะเกิดขึ้นได้เมื่อไร ก็เหมือนกับการซื้อประกันรถยนต์ ถามว่าเราซื้อแล้วหวังว่าจะให้เกิดอุบัติเหตุหรือไม่ ก็ไม่ใช่ แต่เราซื้อเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อไร แต่บางคนอาจคิดว่า ขับรถมานานไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย จึงไม่ต่อประกันรถยนต์ สุดท้ายกลับเกิดอุบัติเหตุรถชนขึ้น มะเร็งก็เช่นกัน เมื่อตรวจแล้วไม่เจอเลย ก็เลยไม่มาตรวจติดตามต่อ สุดท้ายก็อาจกลายเป็นมะเร็งในที่สุด” นายแพทย์ ธีรวุฒิ กล่าว

การไม่มาตรวจคัดกรองอย่างต่อเนื่องจึงนับเป็นโอกาสที่น่าเสียดาย เพราะหากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเราไม่อาจทราบได้เลยว่าร่างกายจะเกิดโรคมะเร็งขึ้นมาเมื่อไร แต่หากตรวจคัดกรองเป็นประจำและเกิดเจอโรคขึ้นมา ก็จะช่วยให้พบเจอโรคตั้งแต่ระยะแรก

นายแพทย์ ธีรวุฒิ ย้ำว่า การตรวจเจอโรคมะเร็งในระยะเริ่มต้น จะช่วยให้เข้าถึงการรักษารวดเร็ว และมีโอกาสรักษาหายขาดได้สูง อัตราการรอดชีวิตสูง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีกว่าการไม่มาตรวจคัดกรองเลย หรือตรวจคัดกรองแล้วแต่ไม่มาตรวจต่อเนื่อง แล้วมาพบภายหลังว่าเป็นมะเร็งในระยะหลังๆ แล้ว ซึ่งโอกาสการรักษาให้หายขาดก็ลดลงไป และบางรายอาจทำได้เพียงแค่ยืดชีวิตออกไปให้มากขึ้นเท่านั้น

อาจกล่าวได้ว่า เมื่อตรวจคัดกรองเป็นประจำ ปฏิบัติตัวห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง แล้วพบว่าไม่เป็นมะเร็งก็ย่อมสบายใจกว่า หรือหากเกิดเจอโรคมะเร็งขึ้นในวันหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นระยะเริ่มต้นที่ผู้ป่วยน่าจะมีเตรียมใจและพร้อมต่อสู้กับโรคด้วยกำลังใจที่เข้มแข็งได้มากกว่า วันหนึ่งที่ไม่เคยตรวจสุขภาพมาก่อนเลยและมาพบเจอโรคมะเร็งในระยะที่ยากต่อการรักษาแล้ว ซึ่งเชื่อว่าคงทำให้ช็อกและใจเสียได้มากกว่าแน่นอน


กำลังโหลดความคิดเห็น...