xs
xsm
sm
md
lg

คนกรุงเตรียมสูดอากาศบริสุทธิ์ขึ้น เหตุเข้าฤดูร้อน ฝุ่นลอยตัวสูง ถูกพัดออกนอกเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ข่าวดีรับวาเลนไทน์!! อากาศ กทม. เริ่มบริสุทธิ์ขึ้น กรมอุตุฯ เผยเตรียมเข้าสู่ฤดูร้อนวันที่ 15 ก.พ. อากาศ กทม. เริ่มอุ่นขึ้น อากาศลอยตัวสูงขึ้น ส่งผลฝุ่นละออง 2.5 ไมครอน ลอยตัวสูง มีลมทะเลพัดกระจายออกไป ด้าน สธ. เผยยังไม่พบผู้ป่วยจากฝุ่น ขณะที่ กทม. ยอมรับรถในเมืองกรุงมีมากถึง 10 ล้านคัน จราจรติดขัด ยิ่งปล่อยไอเสียสร้างปริมาณฝุ่นพิษ เข้มล้างถนนช่วยลดฝุ่นได้ คาด 11 ปี รถโล่งขึ้น ทส. แจงคลิปสปอตไลต์ส่องฝุ่น ไม่ใช่ PM 2.5 ไม่ห่วงตรุษจีนยิ่งก่อปริมาณฝุ่น

จากกรณีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตรวจพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เกินกว่าค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลต่อผลกระทบทางสุขภาพ และเกิดการตั้งคำถามว่าจะมีมาตรการแก้ไขอย่างไร และปัญหานี้จะลดลงเมื่อไร

วันนี้ (14 ก.พ.) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวเรื่องมาตรการป้องกันมลพิษและการดูแลสุขภาพประชาชน ว่า จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนเกินมาตรฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึง 4 โรคที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาฝุ่นละออง คือ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด เยื่อบุตาอักเสบ และผิวหนัง แต่จากการติดตามของกรมควบคุมโรค (คร.) ยังไม่พบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่มีอาการรุนแรง เสียชีวิต หรือเป็นกลุ่มก้อน ส่วนโรคไข้หวัดใหญ่ก็ลดลง ขณะที่โรคปอดอักเสบแนวโน้มคงที่ ทั้งนี้ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานไม่ได้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ และปริมาณฝุ่นละอองก็เพิ่มขึ้นลดลงในทุกวัน ไม่ได้สูงตลอดเวลา ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ค่ามาตรฐานของปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 แบ่งเป็น การตรวจวัดค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงหรือระยะสั้น ค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. และการตรวจวัดค่าเฉลี่ยรายปีจะต้องไม่เกิน 25 มคก./ลบ.ม. ซึ่งจากการเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา พบว่า ค่าเฉลี่ยรายปีนั้นปี 2558 เกินมาอยู่ที่ 27 มคก./ลบ.ม. ปี 2559 - 2560 อยู่ที่ 25 มคก./ลบ.ม. ส่วนปี 2561 อยู่ที่ 29 มคก./ลบ.ม. ส่วนสาเหตุที่ช่วงนี้ค่าปริมาณฝุ่นสูง ต้องชี้แจงว่า ช่วง ก.พ.- มี.ค. ของทุกปีก็สูงขึ้น ไม่แตกต่างกันมาก แต่ในปีนี้ที่พบสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงปลาย ม.ค. นั้น ปัจจัยมาจากสภาพอากาศที่เย็นลง 1 - 3 องศาเซลเซียส ประกอบกับสภาพอากาศนิ่ง ทำให้อากาศกระจายตัวไม่ดี นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากเรื่องสภาพการจราจร ปริมาณรถจำนวนมาก ภาคอุตสาหกรรม และการเผาในพื้นที่รอบ กทม. ซึ่งมีถึง 27 จุด โดย คพ.จะขอความร่วมมือในการควบคุมการเผา นอกจากนี้ ยังร่วมกับตำรวจจราจรในการตรวจวัดไอเสียรถจนต์ 18 จุด ร่วม ขสมก. ตรวจสอบไอเสียรถขนส่งมวลชน

นายวิจารย์ กล่าวว่า สำหรับการเผยแพร่คลิปโดยระบุว่าเป็นภาพฝุ่นใน กทม. ที่ถ่ายได้จากบริเวณหน้าสวนลุมพินี ขณะที่แสงสปอตไลต์สาดแสงเป็นทางยาว จนเห็นฝุ่นละอองขนาดเล็กลอยฟุ้งกระจายจำนวนมากนั้น ต้องชี้แจงว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอนมีขนาดเล็กกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นผม 20 เท่า ดังนั้น จึงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แสงสปอตไลต์ส่องก็มองไม่เห็นเป็นเกล็ดขนาดนี้ หากจะเห็นก็จะเห็นเป็นแบบขมุกขมัว เพราะแสงส่องทะลุไม่ได้

นางสุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง รองปลัด กทม. กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ใน กทม. นั้น เกิดจากหลายปัจจัย หลัก คือ เกิดจากรถยนต์ ซึ่งมีมากถึง 10 ล้านคัน มีมากกว่าถนนที่สามารถรองรับได้ 4.4 เท่า ยิ่งการจราจรติดขัด รถหนาแน่น ก็ยิ่งเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กมาก รวมไปถึงการก่อสร้างต่างๆ ทั้งระบบขนส่งสาธารณะ การก่อสร้างอาคาร คอนโดมิเนียม และห้างสรรพสินค้าตามแนวรถไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม กทม. ได้มีมาตรการในการลดฝุ่น โดยในด้านจราจรจะควบคุมรถของ กทม. 4 พันคัน ไม่ให้ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน รณรงค์ลดการปล่อยมลพิษ ส่วนด้านการก่อสร้าง ก็จะให้สำนักการโยธา และสำนักสิ่งแวดล้อมติดตามเรื่องการรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ให้มากขึ้น นอกจากนี้ จะเพิ่มการทำความสะอาดถนน จากสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นทุกวันในพื้นที่ที่ คพ. ระบุว่า มีค่าเกินมาตรฐาน และพื้นที่เขตโดยรอบ ซึ่งชัดเจนว่าช่วยลดปริมาณฝุ่นลงได้ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ล้างถนนในตอนกลางคืน ก็ชัดเจนว่าตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ปริมาณรถน้อย ค่าปริมาณฝุ่นลดลงอย่างชัดเจน รวมถึงเพิ่มสถานีตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 เพิ่มขึ้นให้ครอบคลุมทั่ว กทม. ด้วย

“ปัจจุบันค่ามาตรฐานไอเสียของรถยนต์อยู่ที่ยูโร 4 ซึ่งจะมีกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ ที่ทำให้เกิดฝุ่นประมาณ 50 หน่วย แต่มีการวางแผนจะยกระดับเป็นยูโร 5 ภายในปี 2566 คือ ซัลเฟอร์ประมาณ 10 หน่วย ซึ่งก็จะช่วยลดฝุ่นลงได้ในอนาคต และเมื่อระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมทั้งหมดทั้ง กทม. ในปี 2572 ก็อาจจะมีการนำเอาแนวคิดที่เป็นความสำเร็จของเมืองใหญ่ เช่น ปารีส ที่ใช้ระบบเลขทะเบียนเลขคู่เลขคี่ในการควบคุมการใช้รถด้วย” นางสุวรรณา กล่าว

ดร.กมล พรหมสาขา ณ สกลนคร ผู้อำนวยการส่วนวิเคราะห์ข้อมูลเรดาร์และดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สาเหตุที่ช่วง ม.ค. ที่ผ่านมา มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงนั้น มาจากความกดอากาศสูงที่แผ่มาจากภาคอีสาน ทำให้อากาศเย็นและแห้ง มวลอากาศหนัก ทำให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านี้ลอยตัวไม่สูง อยู่ประมาณไม่เกิน 3 กิโลเมตร จึงเห็นเป็นอากาศแบบขมุกขมัว แต่เมื่อถึงเวลากลางวัน อากาศร้อนขึ้นอากาศจึงเบา และลอยตัวได้ดี เมื่อมีลดใต้เข้าก็จะพัดกระจายฝุ่นเหล่านี้ออกไป อย่างไรก็ตาม วันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่อากาศใน กทม. จะอุ่นขึ้น และจะเริ่มสูดอากาศที่บริสุทธิ์ขึ้น เนื่องจากวันที่ 15 ก.พ. ถือว่าเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนไปจนถึงกลาง พ.ค. อากาศลอยตัวสูง เมื่อมีลดพัดเข้ามาก็จะกระจายฝุ่นออกไปได้ดี

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดี คร. กล่าวว่า ได้มีการจัดระบบเฝ้าระวังผู้ป่วยที่เกิดจากฝุ่น โดยเน้นการตรวจจับในห้องฉุกเฉินหากมีให้รายงานทันที ส่วนกลุ่มติดบ้านติดเตียงนั้น ก็จะมีการส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกตรวจเยี่ยมบ้าน ส่วนกรณีหากเกิดหตุไม่คาดฝันกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขณะนี้ได้ร่วมกับกรมอนามัย กรมการแพทย์ สำนักอนามัย และสำนักการแพทย์ กทม. ในการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุรับมือ โดยนำแผนเผชิญรับมือเหตุหมอกควัน 8 จังหวัดภาคเหนือมาปรับใช้ ทั้งนี้ ย้ำว่าฝุ่นเกินมาตรฐานไม่ได้เกิดขึ้นทุกจุด ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้ ซึ่งการใส่หน้ากากป้องกันต้องใช้หน้ากาก N95 แต่ใช้เฉพาะคนที่มีความจำเป็นหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นเกินมาตรฐานเป็นเวลานาน สำหรับคนที่มีบ้านอยู่ติดถนนที่มีการจราจรหนาแน่นอาจต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพิ่มทำความสะอาดมากขึ้น ปิดประตูหน้าต่างตามความจำเป็น

เมื่อถามว่า ประชาชนจะแยกได้อย่างไร ว่า หมอกที่เกิดขึ้น คือ หมอกปกติ หรือเกิดจากค่าฝุ่นละอองมีเกินมาตรฐาน ดร.กมล กล่าวว่า ความรู้สึกของประชาชนเห็นหมอกตอนนี้คงกังวลว่าจะเป็นมลพิษหรือไม่ การจะแยกว่าเป็นหมอกหรือฝุ่นนั้นแยกได้ยาก เพราะการวัดของกรมอุตุฯ ไม่ได้แบ่งแยกแบบนี้ โดยจะมีการวัดว่าเป็นฟ้าหลัวชื้หรือฟ้าหลัวแห้ง หากฟ้าหลัวชื้นก็จะมีความชื้นในอากาศมากกว่า 65% หากน้อยกว่า 35% ก็จะเป็นฟ้าหลัวแห้ง แต่บอกไม่ได้ว่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานหรือไม่

นายวิจารย์ กล่าวว่า หากเห็นหมอกแล้วประชาชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติมว่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานหรือไม่ สามารถดูข้อมูลได้ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษที่จะรายงานดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ส่วนข้อกังวลว่าอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออกจะส่งผลกระทบต่อฝุ่นละอองใน กทม. นั้น ไม่ต้องกังวล เพราะอยู่ติดชายทะเล การกระจายตัวของอากาศนั้นดี และจากการตรวจวัดของสถานีชลบุรีก็ไม่พบปัญหา

เมื่อถามถึงการไหว้ช่วงตรุษจีนจะยิ่งเพิ่มปัญหาฝุ่นละอองใน กทม. หรือไม่ นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า การไหว้เจ้าเผากระดาษเงินกระดาษทอง เราไม่ได้กังวลเรื่องของฝุ่นละออง แต่กังวลเรื่องสารโลหะในกระดาษเงินทองหรือธูปมากกว่า เพราะมีไดออกซินที่ก่อมะเร็ง ก็มีการรณรงค์ให้งดลดการเผา แต่ในปัจจุบันคนไทยเชื้อสายจีนยุคใหม่ก็ดำเนินการประเพณีเหล่านี้น้อยลงกว่าคนรุ่นก่อน คืออาจไม่ได้ให้ความสำคัญมากเท่าและไม่ได้ดำเนินการเต็มรูปแบบเหมือนคนรุ่นก่อน อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเผาแนะนำว่าให้เผาเท่าที่จำเป็น และอย่าพรมน้ำ เพราะจะทำให้เกิดการเผาที่ไม่สมบูรณ์ มีควันเยอะ เลือกที่เผาที่ไม่อับ กระจายตัวได้ดี เป็นต้น


กำลังโหลดความคิดเห็น...