xs
xsm
sm
md
lg

ลดหย่อนภาษี 1.15 เท่า มาตรการช่วย SME ยอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท หลังปรับค่าจ้างขั้นต่ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ก.แรงงาน เผย ครม. เห็นชอบมาตรการลดผลกระทบขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ระบุ ก.คลัง ให้ธุรกิจเอสเอ็มอียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี จ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน ลดหย่อนภาษี 1.15 เท่า ตั้งแต่ 1 เม.ย. - 31 ธ.ค. 61 ก.อุตฯ ออกมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เอสเอ็มอี

นางเพชรรัตน์ สินอวย รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2561 ตามอัตราที่กระทรวงแรงงาน 5 - 22 บาท บาท ว่า สำหรับมาตรการบรรเทาผลกระทบ ครม. ก็เห็นชอบด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดำเนินการตามมาตรการเพื่อลดผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ โดยกระทรวงการคลังได้มีมาตรการด้านภาษี ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี มีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน และอัตราค่าจ้างที่จ่ายจะต้องสูงกว่าอัตราค่าจ้างรายวันเดิม ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจ้างแรงงานทั้งหมดมาหักลดหย่อนภาษีได้ 1.15 เท่า จากเดิมสามารถหักลดหย่อนได้ 1 เท่า มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 31 ธันวาคม 2561

นางเพชรรัตน์ กล่าวว่า สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อให้เอสเอ็มอีมีประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตเพิ่มขึ้นและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ มีระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ ก.พ. 2561 ถึง ก.ย. 2563 โดยจะตั้งคณะทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา รวมถึงสถาบันการเงิน เพื่อกำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการก่อนเปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการจากทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีทั่วไปที่ต้องการเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพ รวม 4,000 กิจการ / 20,000 คน และกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพสูงและต้องการเพิ่มผลิตภาพ รวม 1,000 กิจการ / 5,000 คน

นางเพชรรัตน์ กล่าวว่า ส่วนสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ นั้น มีมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรตามประกาศของบีโอไอ ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ระยะ 3 ปี รวมถึงการปรับปรุงมาตรการให้สิทธิและประโยชน์เพิ่มเติม เพื่อพัฒนาความสามารถจากการแข่งขันเดิมของปี 2557 ซึ่งขยายให้ครอบคลุมการอบรมบุคลากรให้มีทักษะที่สูงขึ้น และการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 200 ของเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เป็นต้น

“จากการให้ความเห็นของกลุ่มต่างๆ ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน ลูกจ้าง และนักวิชาการ เช่น นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ดร.บวรนันท์ กองกัลยา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด นายต่อพงศ์ เสลานนท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย นายยงยุทธ แฉล้มวงศ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน และศูนย์วิจัยกสิกรไทย เป็นต้น ต่างเห็นว่าการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้จะเป็นการช่วยให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวในระบบเศรษฐกิจของประเทศ” นางเพชรรัตน์ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...