xs
sm
md
lg

การลงวินัยโดยไม่ใช้การตีนั้นทำอย่างไร / ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


การลงโทษลูกด้วยการตีนั้นมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะจะทำให้ลูกก้าวร้าว ขาดความมั่นใจในการเข้าสังคม และมีบาดแผลทางจิตใจ อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ไม่ได้ผล การใช้วิธีการเสริมแรงทางบวกกับลูกจะเป็นวิธีที่ได้ผลดีมากกว่า การชมที่ถูกต้องจะช่วยให้ลูกมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในอนาคตได้ วิธีการช่วยป้องกันไม่ให้ลูกทำผิดมีดังนี้

1. เปลี่ยนสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น หากเรารู้อยู่แล้วว่าลูกชอบไปเล่นที่ตู้เก็บแก้วน้ำ สิ่งที่เราทำได้คือล็อกตู้ที่วางแก้ว หากลูกชอบโยนของเล่นหรือเอาของเล่นสกปรกใส่ปาก เราควรนำของเล่นนั้นๆ ออกไป การเปลี่ยนสถานการณ์และสิ่งแวดล้อมเป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ง่ายและได้ผล โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการลงโทษลูกอย่างรุนแรงเพราะความโมโหเลย

2. เตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมทุกอย่างให้พร้อม หากเราต้องออกไปข้างนอกบ้านกับลูกเล็กๆ ให้เราเตรียมอาหารว่างเพราะหากลูกหิวอาจจะงอแง หรือหากต้องออกไปทำธุระนอกบ้านในตอนช่วงเย็นและต้องเอาลูกไปด้วยควรให้ลูกนอนหลับพักผ่อนกลางวันก่อน เราควรเตรียมทุกอย่างให้พร้อม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่จะตามมา ดังนั้น ผู้ปกครองควรเตรียม เตรียม เตรียม และเตรียมให้พร้อมในทุกอย่าง

3. วางกฎ ทุกบ้านต้องมีกฎของบ้าน และต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจตรงกันตามกฎนั้น ว่าหากละเมิดกฎจะมีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้น แต่ละบ้านควรมีกฎประจำบ้านของตัวเอง และให้เรายืดหยุ่นในกฎต่างๆ เหล่านั้นโดยเฉพาะสำหรับเด็กวัยรุ่น กฎที่ตั้งควรเป็นกฎที่สมเหตุสมผล

4. มีความสม่ำเสมอ หากที่บ้านมีกฎที่บอกว่าเราต้องล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังจากการเข้าห้องน้ำ เราควรทำตามกฎกติกานั้นทุกครั้ง กฎต่างๆ ที่เราตั้งขึ้นนั้นจะไม่ได้ผล หากเราไม่ได้เน้นย้ำและไม่ได้ทำอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น อย่าทำบ้าง ไม่ทำบ้าง เพราะจะไม่ได้ผล

5. ผลของการละเมิดกฎ ทุกคนในบ้านควรจะรู้ว่าหากเราละเมิดกฎและไม่ทำตามข้อตกลงที่ให้ไว้จะต้องมีผลที่ตามมา เช่น ห้ามดูทีวี ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ หรือต้องช่วยล้างจานมากขึ้นกว่าเดิม ลูกจำเป็นต้องรู้ว่าการละเมิดกฎนั้นมีผลที่ตามมา ไม่ต้องใช้วิธีการลงโทษที่รุนแรง แต่ให้เราหนักแน่น และทำตามขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอ

6. ทำหูทวนลมบ้าง ข้อนี้มีความหมายว่าให้เราเพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกบางอย่าง โดยเฉพาะเด็กเล็กๆ หากลูกเริ่มงอแงและต้องการเป็นจุดสนใจ ลงไปนอนร้องไห้กลิ้งกับพื้น บางครั้งวิธีการแก้พฤติกรรมนี้ที่ดีที่สุด คือ การเพิกเฉย หากสิ่งที่ลูกทำนั้นไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพียงแค่รบกวนจิตใจ และทำให้เราหงุดหงิด เราควรทำหูทวนลมโดยไม่ให้ความสนใจเพื่อที่ลูกจะเรียนรู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ได้ผล

7. ใช้วิธีเข้ามุมสงบ วิธีนี้เป็นที่วิธีที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพ การให้ลูกเข้ามุมสงบ มีวิธีการทำดังนี้ คือ 1 นาทีต่ออายุของลูก ให้ลูกนั่งสงบอยู่ที่มุมหรือที่เก้าอี้โดยไม่มีการพูดคุยกับลูกในขณะที่กำลังลงวินัยกับลูก อย่าใจอ่อนหรือทำให้มุมสงบกลายเป็นมุมสนุก หลังจากที่ลูกสงบและกลับมาหาเรา เราควรให้อภัยลูกและไม่ควรนำเรื่องเก่าๆ กลับมาพูดอีก

8. หาเวลาไปพักผ่อน การอยู่กับลูก 24 ชั่วโมง และต้องดูแลลูกอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้เรารู้สึกเหนื่อยอ่อนล้า ดังนั้น หากเราสามารถออกไปจากสถานการณ์ได้ประมาณ 10 นาที หรือครึ่งชั่วโมง ไปอาบน้ำหรือออกไปเดินเล่นจะช่วยให้เรากลับมาสดใสได้อีกครั้งหนึ่ง และสามารถรับมือกับเจ้าตัวเล็กได้ดียิ่งขึ้น

9. การลงวินัยกับลูกควรให้เกียรติกับลูกด้วย ในขณะที่ลูกมีเพื่อนมาเล่นที่บ้านและเริ่มแย่งของเล่นกันโดยที่ลูกเป็นฝ่ายผิด เราควรลงวินัยกับลูก แต่ใช้วิธีแยกทำอีกห้องหนึ่งเพื่อเป็นการให้เกียรติกับลูกและไม่ให้คนอื่นได้ยิน เพราะลูกจะอาย และมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวตามมา

10. เป็นผู้ใหญ่ หากลูกเริ่มทำผิดเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะควบคุมอารมณ์และเป็นผู้ใหญ่ หลีกเลี่ยงการลงโทษโดยการตีและใช้อารมณ์เพราะสิ่งเหล่านั้นจะติดตัวลูกไปจนเป็นผู้ใหญ่

11. มีจิตใจอ่อนสุภาพ ในข้อนี้มีความหมายว่าหากลูกทำผิด เราควรคุยกับลูกถึงสิ่งเหล่านั้น ด้วยจิตใจและท่าทีที่อ่อนโยน ด้วยความรัก ด้วยความเข้าใจและด้วยความสงบ

11 ข้อนี้สามารถแก้ไขพฤติกรรมลูกเมื่อลูกทำผิด กอดลูกหลังจากแก้ไขพฤติกรรมที่ผิดพลาดนั้นแล้ว ลงวินัยลูกด้วยความรัก ซึ่งจะทำให้ลูกรู้ว่าเรายังรักเขา จงแสดงความรักต่อลูกที่ไม่มีเงื่อนไข พูดคุยกับลูกให้ลูกเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ในกรณีลูกวัยรุ่นและลูกต้องการการต่อรองเราอาจจะต้องยืดหยุ่นต่อกฎต่างๆ ได้เพื่อที่ลูกจะรับรู้ได้ว่าเรารักเขา และบ้านจะกลายมาเป็นที่ๆอบอุ่น ที่ซึ่งลูกสามารถจะวิ่งกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่ได้ทุกครั้งที่มีปัญหา ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ
กำลังโหลดความคิดเห็น...