xs
sm
md
lg

รถ "หมอยอร์น" เปิดไฟหน้า เชื่อต้องมองเห็น "รปภ.-ประตู" เว้นไม่มองทางหรือมีอะไรทำตาพร่ามัว

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เครือข่ายลดอุบัติเหตุ ชี้รถ "หมอยอร์น" เปิดไฟหน้า ตามหลักสามารถส่องเห็นได้ในระยะ 30 เมตร ย้ำมีลูกระนาดขนาดใหญ่อยู่ใกล้ประตู ยิ่งต้องขับช้า จะยิ่งมองเห็นทุกมิติ เว้นไม่ใส่ใจ ไม่มองทาง หรือมีอะไรทำสายตาพร่ามัว เชื่อขับรถเร็ว 30-50 กิโลเมตร จน รปภ.หลบไม่ทัน ยันทางตรงจุดเกิดเหตุไม่ได้มืดจนเกินไป

จากกรณี นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขับรถชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) บริเวณประตูทางเข้ากระทรวงสาธารณสุขฝั่งสถาบันบำราศนราดูร จนบาดเจ็บสาหัส โดยอ้างว่าทางมืด มองไม่เห็นทั้งคนและประตู และเมื่อชนแล้วก็คิดว่าชนแค่ประตูไม่ได้ชนคน ขณะที่สังคมออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าทางไม่น่าจะมืดถึงขั้นมองไม่เห็น

วันนี้ (14 พ.ย.) นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ ว่า ตามปกติแล้วจุดเกิดเหตุดังกล่าวไม่สามารถใช้ความเร็วได้มาก เนื่องจากมีลูกระนาดอยู่ ส่วนใหญ่รถจึงวิ่งได้ช้า ประกอบกับหากมีการเปิดไฟหน้ารถย่อมสามารถมองเห็นได้ทุกมิติแน่นอน ยกเว้นว่าไม่ได้ใส่ใจ ไม่ได้มองทาง หรือมีอะไรมาทำให้สายตาพร่ามัวหรือไม่ ทั้งนี้ ตามหลักทางวิศวกรรมแล้ว ไฟหน้ารถสามารถช่วยให้มองเห็นได้ในระยะ 30 เมตร ดังนั้น เมื่ออยู่หลังพวงมาลัยก็ต้องใส่ใจเส้นทางที่ตนเองขับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นถนนเส้นหลักหรือเส้นรองหรือเป็นถนนที่เคยชินหรือไม่ก็ตาม

"เท่าที่ดูจากคลิปกล้องวงจรปิดขณะรถชน ก็พบว่าไฟหน้ารถส่องสว่างจ้า สภาพรถถือว่าดีหมด จึงไม่แน่ใจว่าในขณะนั้นคุณหมอได้ละสายตาไปทำอะไรหรือไม่ เพราะไฟส่องสว่างของหน้ารถย่อมต้องมองเห็นแน่นอน ซึ่งหลายคนก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าคนขับเป็นปกติหรือไม่ เพราะถ้ายังมองถนน สติอยู่ในวิสัยของคนขับรถทั่วไป ก็น่าจะต้องมองเห็น" นายพรหมมินทร์ กล่าว

นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า ความเร็วในการขับรถบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุไม่ควรเกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากมีลูกระนาดขนาดใหญ่ สูง 5 เซนติเมตร ซึ่งหากขับรถเร็วกว่านี้จะกระดอน และหากขับในระยะ 20 กิโลเมตรจริง คนหรือ รปภ.น่าจะหลบได้ทัน จึงเชื่อว่ารถขับมาด้วยความเร็วอาจจะ 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะ รปภ.ไม่สามารถหลบทันได้ และเนื่องจากเวลาดังกล่าวเป็นช่วงประมาณ 20.00 น. รถก็มีน้อยมาก จึงเป็นไปได้ว่าจะมีการขับรถด้วยความเร็ว ซึ่งหากคนมีสติทั่วไปน่าจะไม่กล้าขับเร็วอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าทางบริเวณดังกล่าวมืดจริงหรือไม่ นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า จากที่เคยใช้เส้นทาง ในความคิดส่วนตัวมองว่าเส้นทางไม่ถึงกับมืด ส่วนการอ้างว่าทางมืดแล้วเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจริงๆ แล้วรถก็มีไฟหน้าเมื่อจำเป็นต้องผ่านที่มืดก็ต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้ขับขี่หรือไม่ที่จะต้องเปิดไฟหน้ารถ ซึ่งจากที่เห็นในคลิปรถก็เปิดไฟหน้าอยู่แล้ว
2 จากทั้งหมด 2 รูป
กำลังโหลดความคิดเห็น...