xs
xsm
sm
md
lg

แอลพีเอ็น หนุน “เครื่องสแกนม่านตา” ทางเลือกพิสูจน์ตัวตน “แรงงานต่างด้าว”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


แอลพีเอ็น หนุนใช้ “เครื่องสแกนม่านตา” เป็นทางเลือกตรวจพิสูจน์ตัวตน “แรงงานต่างด้าว” ช่วยลดปัญหาค่านายหน้า การตีทะเบียนซ้ำซ้อน ไม่น่าละเมิดสิทธิบุคคล เหตุเหมือนการเก็บลายนิ้วมือ

นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) กล่าวถึงเครื่องสแกนม่านตาในการตรวจอัตลักษณ์แรงงานข้ามชาติ ว่า หากมองในแง่ของการป้องกันปัญหาจากการพิสูจน์สัญชาติที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอีกทางเลือก ซึ่งปัจจุบันก็มีการใช้ตรวจแรงงานต่างด้าวในกิจการประมงอยู่แล้ว เพราะแรงงานกลุ่มนี้การใช้ตรวจลายนิ้วมือจะมีปัญหาเรื่องลายนิ้วมือจางจากการทำงานลากอวน การทำงานอื่นๆ ซึ่งการนำมาใช้ในแรงงานกลุ่มอื่นๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดี เนื่องจากการตรวจสแกนม่านตาจะจบในคราวเดียว ไม่ต้องมีการตรวจพิสูจน์อื่นๆ ซับซ้อน และเป็นที่มาของการเก็บเงินเพิ่มของนายหน้าหรือโบรกเกอร์ ยกตัวอย่าง กรณีแรงงานพม่าหากผ่านขั้นตอนการตรวจต่างๆ จะต้องมีค่าใช้จ่าย 2,360 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายฝ่ายไทยประมาณ 2,050 บาท ขณะที่ฝั่งพม่าอีก 310 บาท แต่ในความเป็นจริงจะมีศูนย์รับตรวจพิสูจน์สัญชาติก็จะมีค่าบริหารจัดการ บางแห่งมีนายหน้ามาดำเนินการโดยมีค่าลัดคิวก็มี ทำให้ค่าใช้จ่ายตรงนี้อยู่ที่เฉลี่ย 3,000 บาท ไปจนสูงสุด 12,000 บาท ก็มี

“นอกจากนี้ จะลดปัญหาความซ้ำซ้อนของบุคคล อย่างข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน ระบุว่า มีแรงงานต่างด้าวจำนวน 2.6 ล้านคน เป็นแรงงานจับคู่ใหม่อีก 790,000 คน รวมประมาณ 3.3 ล้านคน โดย 2.6 ล้านคน เป็นแรงงานมีพาสปอร์ตอยู่ 1.3 ล้านคน อีก 1.3 ล้านคน เป็นบัตรสีชมพู แต่แน่นอนว่า ในจำนวน 2.6 ล้านคน มีบางส่วนที่มีพาสปอร์ต แต่ก็อาจไม่มั่นใจว่าจะอยู่ได้นานเท่าไร บางส่วนก็ไปขอขึ้นทะเบียนซ้ำเพื่อทำบัตรสีชมพู ที่ทราบก็เพราะว่าจากการลงไปสำรวจก็พบว่าบางคนมีทั้งบัตรสีชมพูและพาสปอร์ต ซึ่งมีจำนวนมากแต่ไม่ได้รวบรวมเป็นตัวเลขชัดเจน ดังนั้น เพื่อลดปัญหาเหล่านี้ ผมว่าการใช้เครื่องสแกนม่านตาก็เป็นทางเลือกที่ดี” นายสมพงค์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การสแกนม่านตาในแรงงานกลุ่มอื่นๆ มีความจำเป็นหรือไม่ เพราะอาจต้องใช้งบประมาณมาก นายสมพงค์ กล่าวว่า เป็นอีกทางเลือกที่ดี ส่วนงบประมาณเครื่องละแสนบาท ตนมองว่า ก็ไม่ได้สูงมาก หากนำมาใช้ประโยชน์ได้จริงๆ ก็ต้องอยู่ที่การใช้ประโยชน์ แต่จากการสอบถามผู้รู้เกี่ยวกับการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลนั้น บอกว่า การสแกนม่านตาจะมีความแม่นยำมาก โดยระดับความแม่นยำอยู่ที่ 1 ต่อ 1,500,000 แต่ลายนิ้วมือมีระดับความแม่นยำที่ 1 ต่อ 10,000 และได้สอบถามถึงงบประมาณก็พบว่า ไม่น่าจะถึงพันล้านบาท อาจจะอยู่ที่หลักร้อยล้านบาท ส่วนที่บอกว่าต้องมีค่าเปิดดูข้อมูลคนละ 45 บาทนั้น จากการสอบถามบอกว่าไม่มี เพราะไม่จำเป็นต้องให้ต่างชาติมาเปิดดูข้อมูล

เมื่อถามถึงเรื่องการละเมิดสิทธิบุคคล นายสมพงค์ กล่าวว่า ก็คล้ายๆ กับการพิมพ์นิ้วมือทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว อย่างการสแกนม่านตา หากเจ้าตัวไม่ยอมก็สามารถทำได้ เพียงแต่อาจไม่ได้รับอนุญาตตามที่กฎหมายกำหนดในเรื่องการเข้ามาทำงานในประเทศไทย
กำลังโหลดความคิดเห็น...