xs
xsm
sm
md
lg

จ่อผุด “เอาต์เลต” ใน 13 รพ.ใหญ่ เอาใจขาช็อปยา-อาหารเสริม-เวชสำอางจาก “สมุนไพร”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพจาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
สธ. เร่งตั้งเอาต์เลต “ผลิตภัณฑ์สมุนไพร” ใน 13 รพ.ใหญ่ทั่วประเทศ ขยายฐานจากอภัยภูเบศร หวังประชาชนเข้าถึงใช้สมุนไพรที่มีคุณภาพ ทั้งยา - อาหารเสริม - เวชสำอาง สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้เกษตรกร

นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบกลางเพิ่มเติมปี 2560 ในโครงการตามแผนงานบูรณาการขับเคลื่อนสมุนไพรเชิงเศรษฐกิจ และโครงการสมุนไพรกลุ่มจังหวัด วงเงิน 1,258,012,400 บาท ให้แก่ 8 หน่วยงาน ได้แก่ สธ. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กระทรวงศึกษาธิการ และ 18 กลุ่มจังหวัด เพื่อเป็นเงินลงทุนในการพัฒนาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรแบบครบวงจร ให้ประชาชนได้รู้จักใช้สมุนไพรอย่างมีคุณภาพ ยกตัวอย่าง ก.พาณิชย์ จะศึกษาความต้องการของสมุนไพร โดยตั้งเป้าหลักที่สมุนไพร 4 ตัว คือ ไพล ขมิ้นชัน กระชายดำ และ บัวบก ว่า ควรจะนำมาใช้ทำเป็นอะไร อย่างไพลควรเป็นยาทาภายบอก กระชายดำเหมาะกับอาหารเสริม บัวบกเหมาะกับเวชสำอาง เป็นต้น ก็จะทำให้ทราบว่า จะต้องมีการปลูกสมุนไพรมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตรงนี้ ก.เกษตรฯ ก็จะรับหน้าที่ดูแลต่อ ส่วน สธ. ก็จะมาดูในเรื่องของมาตรฐานสารสกัด เป็นต้น
ภาพจาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร
นพ.โสภณ กล่าวว่า หนึ่งในการการดำเนินตามโครงการดังกล่าว คือ การเปิดศูนย์การค้า (เอาต์เลต) สมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในโรงพยาบาลศูนย์จำนวน 13 แห่ง ประกอบด้วย 1. รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 2. รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก 3. รพ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ 4. รพ.สระบุรี 5. รพ.ราชบุรี 6. รพ.สมุทรปราการ 7. รพ.ขอนแก่น 8. รพ.อุดรธานี 9. รพ.มหาราชนครราชสีมา 10. รพ.ศรีสะเกษ 11. รพ.สุราษฎร์ธานี 12. รพ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ 13. รพ.วชิระภูเก็ต ให้เหมือนกับ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ที่มีเอาต์เลตสมุนไพรในโรงพยาบาล เรียกว่าเป็นการขยายตลาดออกไปให้ครบทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรของประชาชน และยังเป็นการสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ปลูกสมุนไพรด้วย

“ภายในเอาต์เลตจะมีทั้งส่วนที่เป็นยาสมุนไพร อาหารเสริม เวชสำอางที่ผลิตจากสมุนไพร ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่อาจจะยังมาจาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นหลัก แต่หากแต่ละพื้นที่มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นของตัวเอง หรือสินค้าโอทอปที่เกี่ยวกับสมุนไพรก็สามารถนำมาวางขายได้ ซึ่งทาง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก็พร้อมจะให้คำแนะนำและการช่วยเหลือในเรื่องนี้ โดยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ผมได้ประชุมติดตามความคืบหน้าโรงพยาบาลทั้ง 13 แห่ง ก็อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินการในการจัดทำเอาต์เลตสมุนไพร อย่าง รพ.วชิระภูเก็ต ก็มีการนำตึกเก่ามาออกแบบเพื่อจัดทำเป็นเอาต์เลต ก็ถือว่ามีความน่าสนใจ” ปลัด สธ. กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...