xs
xsm
sm
md
lg

คสรท.ลุยเรียกร้องสิทธิ “กรรมกร” วันเมย์เดย์ ไม่ร่วมภาครัฐ-สภาลูกจ้างฯ กสร.แจงจัดงานลดบันเทิง-สีสัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


คสรท. ยันเดินหน้าเรียกร้องสิทธิ “กรรมกร” วันเมย์เดย์เอง ไม่ร่วมภาครัฐและสภาองค์การลูกจ้างฯ หวั่นไม่สามารถเรียกร้องได้เต็มที่ พร้อมยื่น 10 ข้อเรียกร้องถึง “บิ๊กตู่” เพื่อผู้ใช้แรงงาน ด้าน กสร. แจงจัดกิจกรรมวันแรงงานเน้นลดสีสัน ลดความบันเทิง ถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ ๙ เร่งเดินหน้าขยายสิทธิ “ลูกจ้าง” ตามข้อเรียกร้อง

ความคืบหน้าการจัดงานวันเมย์เดย์ หรือ วันแรงงานแห่งชาติ 1 พ.ค. ซึ่งผู้นำแรงงานเสียงแตกแยกเป็น 2 เวที โดยกลุ่มคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ (สรส.) จะไม่ร่วมกิจกรรมกับสภาองค์การลูกจ้างและ สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย ที่ได้รับงบจัดงานจากรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน 4.9 ล้านบาท ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชน กรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้แรงงาน และบางส่วนนำไปจัดกิจกรรมความบันเทิง ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะจัดในช่วงนี้

วันนี้ (25 เม.ย.) นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวระหว่างแถลงข่าวจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2560 ว่า เนื่องจากปีนี้ต้องเตรียมสถานที่สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวันแรงงานแห่งชาติเป็นประจำทุกปี จึงย้ายมาจัดงานพิธีทางศาสนาที่กระทรวงแรงงาน และจัดเวทีวันแรงงานแห่งชาติที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 แทน ซึ่งการจัดงานก็จะเน้นเรื่องการถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เช่น ริ้วขบวนต่างๆ ก็จะลดสีสันของการเดินขบวนเรียกร้องลง หรือการแสดงต่างๆ บนเวที ก็จะไม่หวือหวา ไม่นุ่งน้อยห่มน้อย เรียกว่าทั้งหมดมีความซอฟต์ลงจากทุกปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านแรงงาน เช่น ศาสตร์พระราชาในการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อผู้ใช้แรงงาน มาตรฐานแรงงานไทย เป็นต้น รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าราคาถูก (สินค้าธงฟ้า) จากกระทรวงพาณิชย์ และบริการตัดผมฟรี

เมื่อถามถึงงบประมาณการจัดงานที่น่าจะลดลง เพราะกิจกรรมต่างๆ มีการลดสีสันลงไป นายสุเมธ กล่าวว่า งบประมาณในการจัดงานไม่ได้เพิ่มไปจากทุกปี ส่วนที่ลดสีสันการจัดงานลงนั้นคือลักษณะของการจัดกิจกรรม แต่จำนวนกิจกรรมต่างๆ ยังมีเหมือนเดิม และอาจเพิ่มขึ้นจากเดิมด้วย แต่บรรยากาศการจัดงานจะลดสีสัน หรือลดความซอฟต์ลงเท่านั้น ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ ก็เป็นไปตามระเบียบราชการ

เมื่อถามถึงข้อเรียกร้องวันแรงงาน นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2560 กล่าวว่า ข้อเรียกร้องหลักๆ มีทั้งหมด 5 ข้อ แบ่งเป็นแรงงานเอกชน 3 ข้อ รัฐวิสาหกิจ และแรงงานนอกระบบอย่างละ 1 ข้อ ดังนี้ 1. ขอให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 2. การปฏิรูปประกันสังคมใหม่ๆ หลายเรื่องๆ โดยเฉพาะการปรับให้เป็นองค์กรอิสระ 3. ไม่ให้มีการแปรรูปหรือขายรัฐวิสาหกิจ 4. การตั้งสถาบันแรงงานนอกระบบ เพื่อดูแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าแรงงานในระบบ แต่คุณภาพชีวิตยังไม่ดีเทียบเท่า ซึ่งการมีสถาบันก็จะทำให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น และ 5. การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการ

นายสุเมธ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องต่างๆ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล อย่างเรื่องการรับรองอนุสัญญาฯ เนื่องจากมีรายละเอียดมาก เบื้องต้นก็จะพิจารณาฉบับที่ 98 ก่อน ซึ่งขณะนี้ก็มีการพิจารณาร่วมกัน 3 ฝ่ายแล้ว อยู่ระหว่างการเสนอคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนกลุ่มรัฐวิสาหกิจ ขณะนี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็อนุมัติให้กระทรวงการคลัง และ ก.แรงงาน หารือกฎเกณฑ์การผลักดันให้พนักงานรัฐวิสาหกิจได้รับสิทธิประโยชน์และมีการปรับสิทธิประโยชน์มากขึ้น ส่วนการตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการก็จะขยายการจัดตั้งมากขึ้น โดยปี 2560 จะขยายเพิ่มขึ้นอีก 30 แห่ง ส่วนการดูแลแรงงานนอกระบบก็อยู่ระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานนอกระบบ ซึ่งมีความพิเศษคือเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมผลักดันกรอบกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะได้ร่างใน พ.ค. นี้

“กรมฯได้มีการปรับปรุงสิทธิสวัสดิการต่างๆ ให้ลูกจ้าง อาทิ การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยมีประเด็นสำคัญ อาทิ กำหนดอัตราค่าชดเชยเพิ่มเติมกรณีนายจ้างเลิกจ้างสำหรับลูกจ้าง ซึ่งทำงานติดต่อกันครบ 20 ปี ให้มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน แก้ไขปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และ พ.ร.บ. แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2553 อาทิ เพิ่มเติมเรื่องการเกษียณอายุหรือครบสัญญาจ้าง และการต่ออายุข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ดำเนินการจัดทำกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงาน คาดว่าปลาย พ.ค.นี้ น่าจะมีตัวร่างออกมา เพื่อดูแลแรงงานนอกระบบทุกกลุ่ม ส่วนที่มีข้อเสนอให้ปฏิรูปประกันสังคมนั้น เข้าใจว่าขณะนี้สำนักงานประกันสังคมกำลังดำเนินการ” นายสุเมธ กล่าว

นายชาลี ลอยสูง รองประธาน คสรท. กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา คสรท. ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ทำเนียบรัฐบาล และในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พ.ค. กลุ่ม คสรท. ยังคงมีกิจกรรมเรียกร้องเพื่อผู้ใช้แรงงานทุกคน แต่จะไม่ขอเข้าร่วมกับทางสภาองค์การลูกจ้างและสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย ที่จัดงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน เนื่องจาก คสรท. มองว่า วันแรงงาน คือ วันของกรรมกร ก็ควรเป็นผู้ใช้แรงงาน กรรมกรทุกคนต้องเป็นผู้จัด เป็นผู้เรียกร้อง หากเป็นภาครัฐก็จะไม่ใช่ ไม่สามารถเรียกร้องได้อย่างเต็มที่ โดยวันที่ 1 พ.ค. นี้ คสรท. และเครือข่ายรวมกว่า 3,000 คน จะรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลาประมาณ 09.00 น. เสร็จแล้วจะเดินไปยังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อจัดกิจกรรมเรียกร้อง เพื่อผู้ใช้แรงงาน จากนั้นเป็นอันเสร็จกิจกรรม

นายชาลี กล่าวว่า สำหรับข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ประกอบด้วย 1. รัฐต้องจัดให้มีรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าที่มีคุณภาพให้ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ อาทิ ด้านสาธารณสุข ประชาชนทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและไม่มีค่าใช้จ่าย 2. รัฐต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรมให้ครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน อาทิ กำหนดให้มีโครงสร้างค่าจ้าง และปรับค่าจ้างทุกปี 3. รัฐต้องให้สัตยาอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกัน และอนุสัญญาฯฉบับที่ 98 ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง เพื่อสร้างหลักประกันในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญญาฯ ฉบับที่183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา (ตามรัฐธรรมนูญ หมวด 3 มาตรา 48)

4. รัฐต้องปฎิรูปรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพรัฐวิสาหกิจ ในการให้บริการที่ดีมีคุณภาพเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน อาทิ จัดตั้งกองทุนพัฒนารัฐวิสาหกิจ 5. รัฐต้องยกเลิกนโยบายที่ว่าด้วยการลดสวัสดิการพนักงานรัฐวิสาหกิจและครอบครัว 6. รัฐต้องปฎิรูประบบประกันสังคม เช่น จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ในสัดส่วนที่เท่ากัน ระหว่างรัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง ตามหลักการของ พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และนำเงินส่งสมทบที่รัฐบาลค้างจ่ายให้เต็มตามจำนวน เพิ่มสิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตนมาตรา 40 ให้เท่ากับมาตรา 33 เป็นต้น

7. รัฐต้องดูแลให้มีการปฎิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด กรณีที่นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย เช่น การปิดกิจการ หรือยุบเลิกกิจการในทุกรูปแบบ (ตามรัฐธรรมหมวด 5 มาตรา 53) 8. รัฐต้องจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุนโดยให้นายจ้างจ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เมื่อมีการยกเลิกหรือเลิกกิจการไม่ว่ากรณีใดก็ตาม 9. รัฐต้องเร่งรัดให้มีการพัฒนากลไกการเข้าถึงสิทธิ การบังคับใช้ พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวคล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 อย่างจริงจัง และ 10. รัฐต้องจัดสรรเงินงบให้กับสถาบันความปลอดภัยฯ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพ
กำลังโหลดความคิดเห็น...