xs
xsm
sm
md
lg

7 วันอันตรายสงกรานต์ คนขอใช้สิทธิฉุกเฉินวิกฤตรักษาฟรีกว่า 700 ราย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สพฉ. เผย ช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ พบคนขอใช้สิทธิยูเซป ฉุกเฉินวิกฤตรักษาฟรี 72 ชั่วโมงแรก 744 คน เข้าเกณฑ์มากถึง 290 คน ชี้ นับตั้งแต่เริ่มนโยบายคนขอใช้สิทธิ 1,773 ราย เข้าเกณฑ์เพียง 40% เผย กทม. ขอเข้ารับบริการมากสุด

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงการทำงานในช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 17 เม.ย. 2560 ว่า สถิติตัวเลขผู้เสียชีวิตในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ถือว่าลดลงกว่าปี 2559 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่จำนวนการเกิดอุบัติเหตุยังคงสูง และมีผู้ป่วยฉุกเฉินจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในอาการที่เข้ารับการรักษามากที่สุดในช่วงสงกรานต์ คือ อุบัติเหตุจราจร ทั้งนี้ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต สพฉ. ได้สรุปยอดรวมการใช้สิทธิ ตามนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มี ทธิทุกที่” ช่วง 7 วันอันตรายสงกรานต์ พบว่า สถิติผู้ขอใช้สิทธิในอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินจากอุบัติเหตุจราจร มีทั้งสิ้น 744 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ 290 ราย ซึ่งวันที่ประชาชนขอใช้สิทธิมากที่สุด คือ วันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงของการเดินทาง และวันแรกของการเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รองลงมาคือ วันที่ 11 เม.ย. และ วันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับมากที่สุด

ร.อ.นพ.อัจฉริยะ กล่าวว่า ส่วนยอดรวมการใช้สิทธิตลอด 17 วันที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ขอใช้สิทธิทั้งสิ้น 1,773 ราย เป็นผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ 715 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 40.33 ซึ่งเป็นผู้ป่วยจากสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า 471 ราย จากสิทธิประกันสังคม 106 ราย จากสิทธิข้าราชการ 115 ราย และสิทธิกองทุนอื่นๆ อีก 23 ราย ขณะที่การใช้บริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจำนวน 378 ราย ส่วนต่างจังหวัด 337 ราย โดย 5 จังหวัดที่มีการเข้ารับบริการมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร 378 ราย, ชลบุรี 38 ราย, พิษณุโลก 34 ราย, สมุทรปราการ 33 ราย, สมุทรสาคร 24 ราย และ นนทบุรี 19 ราย

“ตั้งแต่เริ่มใช้นโยบายนี้มา เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ไม่มีวันหยุด เพื่อให้บริการผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยกลุ่มอาการฉุกเฉินวิกฤตที่เข้าข่าย คือ หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด แบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด หรือมีอาการอื่นร่วม ที่มีผลต่อการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิตและระบบสมองที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งอาการทั้งหมดนี้ตนอยากให้ประชาชนจำให้แม่น ซึ่งหากประชาชนพบเห็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ตาม 6 อาการ ให้รีบโทร.สายด่วน 1669 เพื่อเข้าให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลที่เหมาะสมทันที และหากไม่เข้าใจ สามารถโทรเข้ามาสอบถามได้ที่เบอร์ 02-872-1669 หรือ อีเมล ucepcenter@niems.go.th ซึ่งพร้อมในการให้บริการกับประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ” เลขาธิการ สพฉ. กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...