xs
xsm
sm
md
lg

“อ้วน” เสี่ยงมะเร็งเต้านม สธ.จัดตรวจแมมโมแกรมฟรี จังหวัดละ 84 คน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


สธ. เผย ไทยป่วยมะเร็งเต้านมสูง ชี้ “คนอ้วน” สุดเสี่ยงมะเร็งเต้านม เหตุเนื้อเยื่อ - ไขมัน เร่งผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน จัดบริการตรวจเอกซเรย์เต้านมฟรี สตรีอายุ 40 ปีขึ้นไป มีประวัติครอบครัวป่วยมะเร็งเต้านม - รังไข่ จังหวัดละ 84 คน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล “สมเด็จพระนางเจ้าฯ ราชินีนาถ”

วันนี้ (12 ต.ค.) นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อม นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวเรื่อง “ตุลาคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม”

นพ.โสภณ กล่าวว่า มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 1 ในสตรีจากหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2555 สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก (GLOBOCAN) สำรวจพบผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมทั่วโลกปีละ 1.67 ล้านคน เสียชีวิตถึง 522,000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมอยู่ในอันดับที่ 126 ของโลก และอันดับที่ 6 ของอาเซียน องค์การอนามัยโลกจึงได้กำหนดให้เดือนตุลาคมของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านมทั่วโลกโดยใช้สัญลักษณ์ในการรณรงค์เป็นโบว์ชมพู (Pink Ribbon) ตั้งแต่ปี 2534 เพื่อให้ทุกประเทศตระหนักและร่วมรณรงค์ โดยการรณรงค์ในปีนี้ สธ. ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องโรคมะเร็งเต้านม สอนการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง และมีบริการตรวจเอกซเรย์เต้านมหรือ แมมโมแกรม (Mammography) ฟรี แก่สตรีที่อายุ 40 ปี ขึ้นไป จังหวัดละ 84 คน ที่โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลในสังกัดกรมการแพทย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาส ๘๔ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สร้างความตื่นตัวให้ตระหนักถึงความสำคัญต่อสุขภาพเต้านมของตนเอง

นพ.ธีรพล กล่าวว่า ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี 2554 คนไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 28.5 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน หรือจำนวน 12,613 คน หรือ 35 คนต่อวัน และเสียชีวิต 3,455 คน หรือ 10 คนต่อวัน ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะพบในหญิงที่มีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป โดยยิ่งอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปพบในอัตราถึง 95 ต่อประชากรแสนราย ซึ่งถือว่าสูงกว่าภาพรวมของประเทศอย่างมาก นอกจากนี้ หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งชนิดอื่นๆ มีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน หรือเคยมีก้อนบริเวณเต้านมที่ผลการตรวจพบว่าผิดปกติ มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี หมดประจำเดือนหลังอายุ 55 ปี และเคยรับการฉายรังสีบริเวณทรวงอก ก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งหากเข้าเกณฑ์ลักษณะดังกล่าวก็จะให้เข้าตรวจฟรีตามโครงการก่อน จนครบจำนวน 84 คน

“วิธีการรักษามะเร็งเต้านม ประกอบด้วย การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การใช้รังสีรักษา การให้ยาต้านฮอร์โมน และการรักษาด้วยยากลุ่มใหม่ ๆ ซึ่งการรักษาจะไม่ใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง แต่จะใช้หลาย ๆ วิธี ร่วมกันเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้มีสูงขึ้น หากตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะที่ 1 - 2 อัตราการอยู่รอดที่ 5 ปี สูงถึงร้อยละ 85 - 99 หากตรวจพบในระยะที่ 3 อัตราการอยู่รอดเพียงร้อยละ 40 - 60 และหากตรวจพบในระยะที่ 4 อัตรารอดเหลือร้อยละ 18 - 20 การป้องกันทำได้ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารที่มีสารปนเปื้อน อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน และไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หากจำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนทดแทน ควรอยู่ในความควบคุมของแพทย์ ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน” นพ.ธีรพล กล่าว

นพ.ธีรพล กล่าวว่า ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือน และเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ควรรับการตรวจเต้านมโดยบุคลากรทางการแพทย์และเครื่องเอกซเรย์เต้านมทุกปี หรือเข้ารับการตรวจทันทีหากพบความผิดปกติของเต้านม ได้แก่ มีก้อนที่เต้านม หรือรักแร้ รูปร่างหรือขนาดของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไป มีน้ำ เลือด หรือ น้ำเหลืองไหลออกมาจากหัวนมรูปร่าง หรือขนาดของหัวนมที่เปลี่ยนแปลงไปสี หรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมที่เปลี่ยนไป เช่น รอยบุ๋ม รอยย่น อาการเจ็บผิดปกติที่เต้านม หรือรักแร้ โดยเฉพาะเจ็บข้างเดียวผิวหนังของเต้านมที่เปลี่ยนแปลงไป

นพ.วีรวุฒิ กล่าวว่า ภาวะอ้วนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม เนื่องจากเมื่อมีเนื้อเยื่อ และไขมันมาก จึงมีโอกาสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นมาได้ ดังนั้น จึงควรออกกำลังกาย ลดน้ำหนัก เพื่อลดความเสี่ยง

ติดตาม Facebook Fanpage ของ “Quality of Life” ได้ที่


กำลังโหลดความคิดเห็น...