xs
xsm
sm
md
lg

พรรคส้มอุบชื่อคนชิงผู้ว่าฯ กทม.รอเปิดตัว 5 พ.ค. “ไอติม” ลั่นแก้ พ.ร.บ.เพิ่มอำนาจพ่อเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พริษฐ์” อุบชื่อผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.รอเปิดตัว 5 พ.ค.ยันพรรคพร้อมเต็มที่ ดันแก้ พ.ร.บ.กทม.เพิ่มอำนาจผู้ว่าฯ

วันนี้ (28 เม.ย.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่พรรคอาจส่ง นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ “ดร.โจ” ลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า พรรคได้ประกาศแล้วว่าจะมีการเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ครบ 50 เขต ในวันที่ 5 พฤษภาคม เวลา 17.00 น. โดยยังไม่สามารถยืนยันรายชื่อได้ ขอให้รอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้จะเหลือเวลาในการหาเสียงราว 2 เดือน แต่พรรคได้เตรียมความพร้อมสำหรับสนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานครมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นในช่วงเปิดตัว โดยผู้สมัคร สก. ได้มีการเปิดเผยรายชื่อเบื้องต้นแล้ว และเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของพรรค ขณะที่นโยบายต่างๆ ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“อยากให้มองภาพใหญ่ การแก้ปัญหาในพื้นที่กรุงเทพฯ ต้องใช้หลายกลไกควบคู่กัน ไม่ใช่แค่ตัวผู้ว่าฯ หรือ สก. เท่านั้น” นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ ยังระบุว่า พรรคได้เตรียมนโยบายและแนวทางดำเนินงานไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งในส่วนของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และการเสนอข้อบัญญัติในสภากรุงเทพมหานคร โดยจะมีการลงรายละเอียดทั้งหมดในวันเปิดตัว พร้อมย้ำว่า สิ่งสำคัญที่พรรคผลักดันคือ การแก้ไขพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 เพื่อเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าฯ กทม. สามารถแก้ปัญหาสำคัญ เช่น การจราจรและน้ำท่วม ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้ยกร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวและเสนอเข้าสู่สภาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น โดยเป็นร่างที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ซึ่งต้องรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามถึงความมั่นใจในสนามเลือกตั้ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคไม่ได้โฟกัสว่าพรรคการเมืองอื่นจะส่งผู้สมัครหรือไม่ แต่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอนโยบายที่ครบถ้วนและตอบโจทย์ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าหากให้โอกาสพรรคประชาชน จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้

ส่วนกระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร นายพริษฐ์ ย้ำว่า พรรคให้ความสำคัญอย่างเข้มงวด ทั้งด้านวิสัยทัศน์ นโยบาย และความสามารถในการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงมีการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบด้าน และเปิดให้ประชาชนร่วมตรวจสอบผ่านการแสดงความคิดเห็นในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ