xs
xsm
sm
md
lg

“เพื่อไทย” ชนะ ฉลองแลนด์สไลด์ !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ - แพทองธาร ชินวัตร
เมืองไทย 360 องศา

ก็คงเป็นไปตามนั้น หลังจากที่มีการสั่งปิดประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อเย็นวันที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา จากสาเหตุองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ไม่สามารถพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.โดยบรรดา ส.ส.และ ส.ว.จำนวนหนึ่งแสดงเจตนาไม่ยอมแสดงตน เพื่อให้องค์ประชุมล่ม ยื้อเวลาให้เกินเวลา 180 วัน ที่กำหนดเอาไว้ภายในวันที่ 15 สิงหาคม หวังจะกลับไปใช้สูตรหาร 100 ตามร่างเดิมของรัฐบาลตามข้อเสนอของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

แน่นอนว่า หากพิจารณาตามความเป็นจริง พรรคที่ได้ประโยชน์จากสูตรหาร 100 ดังกล่าวมากที่สุด ก็คือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจเมื่อสิ้นเสียงสั่งปิดประชุมไม่กี่นาที ก็มีเพจเอฟซีของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความออกมาทันควัน ว่า “เราชนะแล้ว” ก็น่าจะเป็นไปตามนั้น เป็นการสะท้อนความรู้สึกของพวกเขาออกมาได้ดีที่สุด

เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาจากร่างเดิมที่เป็นสูตรหาร 100 ยิ่งทำให้ได้เห็นสิ่งที่พวกเขาชอบใจมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในเรื่องของ “เบอร์เดียว” นั่นคือ ร่างของรัฐบาลตามที่คณะกรรมการเสนอนั้นจะใช้เบอร์ผู้สมัครแบบ ส.ส.เขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (พรรคการเมือง) เบอร์เดียวกัน ซึ่งหากจำกันได้ ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยก็ต้องการแบบนี้ เพราะคิดว่าตัวเองจะยิ่งได้เปรียบ เพราะชาวบ้านจดจำง่าย และตัดสินใจง่าย แต่ไปแพ้ในชั้นกรรมาธิการที่ให้แยกเบอร์กัน ดังนั้น เมื่อกลับมาใช้ในแบบเดิมตามที่ตัวเองต้องการ มันก็ยิ่งแฮปปี้หลายต่อจนเก็บอาการไม่อยู่ดังกล่าว
อย่างไรก็ดี เพื่อทบทวนความจำมีกูรูด้านกฎหมายได้สรุปสาระสำคัญมาให้ ว่า ร่างเดิมที่จะนำมาใช้ เช่น บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบเขต 400 เขต แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ใช้คะแนนรวมทุกพรรค หารด้วย 100 เป็นต้น

แม้ว่าล่าสุด นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นัดประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 15 สิงหาคม เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวอีกครั้งก่อนพ้นกำหนด และมีการเรียกประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) สามฝ่าย คือ วิปฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา ได้ข้อสรุปว่า จะเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมวิป 3 ฝ่าย ว่า วันนี้ (11 ส.ค.) เวลา 12.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้เชิญวิปทั้ง 3 ฝ่าย คือ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภา มาประชุมร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… รัฐสภา ที่มีปัญหาอยู่ ซึ่งวันที่ 15 ส.ค. จะครบกรอบระยะเวลา 180 วัน ที่รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ

เมื่อถามว่า หากยังล่มอีกจะต้องทำอย่างไร นพ.สุกิจ กล่าวว่า ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ หากองค์ประชุมไม่ครบ ก็ไม่สามารถประชุมได้ อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งคิดไปก่อน เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้

ถามต่อว่า วิปทั้ง 3 ฝ่าย ได้มีการรับปากว่าจะดูแลเรื่ององค์ประชุมหรือไม่ นพ.สุกิจ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่วิปจะต้องดูแลเรื่ององค์ประชุม ทั้งนี้ ขอถือโอกาสขอบคุณวุฒิสภา ซึ่งจริงๆ แล้วในวันที่ 15 ส.ค. ทางวุฒิสภาได้กำหนดวาระการประชุมที่สำคัญ และเสียสละให้มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพราะเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นเรื่องเวลา

เมื่อถามว่า หากมีการขอให้ประชุมวันเสาร์และอาทิตย์นี้ จะเป็นไปได้หรือไม่ นพ.สุกิจ กล่าวว่า วันเสาร์คงไม่ได้ เนื่องจาก นายชวน มีวาระสำคัญ คือ วันสำคัญของชาติ ส่วนวันอาทิตย์นั้น ส.ส.ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่า หากมีการประชุมในวันเสาร์และอาทิตย์ จริง คงไม่ได้ ทั้งนี้ ในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ก็เหลือเพียงไม่กี่มาตราเท่านั้น หากพร้อมใจกันจริงๆ เวลาหนึ่งวันก็คงจะพิจารณาทัน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะมีความพยายามนัดประชุมร่วมรัฐสภาอีกรอบของ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เพื่อหาทางกู้ศรัทธากลับคืนมาก็ตาม หลังจากถูกตำหนิจากสังคมอย่างหนัก รวมไปถึงมีการอ้างถึงความพยายามในการควบคุมองค์ประชุมให้ครบเพื่อสามารถพิจารณา หรือลงมติในร่างกฎหมายดังกล่าวได้ก็ตาม แต่ก็สามารถฟันธงไว้ล่วงหน้าได้เลยว่าต้อง “ล่มซ้ำซาก” ด้วยเหตุผลที่ไม่มีอะไรซับซ้อน เนื่องจากฝ่ายที่ได้ประโยชน์ คือ พรรคเพื่อไทย ได้ในสิ่งที่สมปรารถนาเกินคาดไปแล้ว เหมือนกับ “อ้อยเข้าปากช้าง” ไปแล้ว คงไม่คายออกมาง่ายๆ คงไม่ดิ้นรนกลับไปหาสิ่งที่ตัวเองได้กำไรน้อยลงเป็นอันขาด

อีกทั้ง พรรคพลังประชารัฐ ที่นาทีนี้กลายเป็น “ผู้ร้าย” ในสายตาชาวบ้านไปแล้ว การจะพลิกกลับมาเพื่อรักษาองค์ประชุมอีกรอบ มันก็ยิ่งไปกันใหญ่ เป็นการตอกย้ำให้เห็นภาพความ “กลับกลอก” ไม่เป็นโล้เป็นพาย หนักกว่าเดิมอีก ซึ่งเชื่อว่า ภาพจะออกมา ในวันที่ 15 สิงหาคม ก็คือ จะยื้อกันจนถึงหลังเที่ยงคืน เพื่อให้เกินกำหนด 180 วัน ที่เป็นเส้นตาย แล้ว “ล่มองค์ประชุม” นั่นแหละ แม้ว่าหลายคนจะบอกว่าให้รอดูไปก่อนก็ตาม

สำหรับพรรคเพื่อไทย เมื่อทุกอย่างเข้าทางแบบนี้ ก็สามารถมองข้ามช็อตไปข้างหน้าได้เลยว่า เป้าหมายชนะการเลือกตั้งแบบ “แลนด์สไลด์” ก็ใกล้เป็นจริงเข้ามาทุกทีแล้ว เพราะถือว่าทุกอย่างปลอดโปร่ง ไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นสูตรหาร 100 และล่าสุด หากกลับไปใช้ร่างเดิม ก็ยิ่งต้องไชโยดังลั่นไปอีก เมื่อได้ใช้ “บัตรเบอร์เดียว” นั่นคือ ใช้หมายเลข ส.ส.เขต และแบบแบ่งเขตเบอร์เดียวกัน ที่พวกเขาเคยผลักดันมาตั้งแต่ต้น กลับมาได้สมใจในแบบที่ไม่ต้องออกแรงแต่อย่างใด ไม่ต่างจาก “ชนะส้มหล่น แบบสองเด้ง”

ขณะเดียวกัน เมื่อเป้าหมายชนะการเลือกตั้งแบบ “แลนด์สไลด์” ที่น่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก โอกาสที่ครอบครัวชินวัตร จะมีนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิงคนที่สอง คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต่อจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว เพราะทุกอย่างมันเข้าทางไปเสียทั้งหมด

ส่วนอีกด้าหนึ่ง เมื่อหันไปทางพรรคพลังประชารัฐ ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่วันนี้มีแต่ถดถอย ไม่มีทั้งภาพลักษณ์และจุดขาย มิหนำซ้ำ ล่าสุด ยังมีภาพ “ผู้ร้าย” ติดตัวไปอีก มันก็ยิ่งคาดเดาอนาคตได้ไม่ยาก !!


กำลังโหลดความคิดเห็น