xs
xsm
sm
md
lg

“อดีตบิ๊ก ศรภ.” ชี้ ยิ่งไล่ยิ่งหาเสียงให้ “ลุงตู่” “หมอวรงค์” ฮึ่ม! พปชร.ทรยศประชาชน ติงกลยุทธ์ “ชังชาติ-ชังเจ้า”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายทักษิณ ชินวัตร จากแฟ้ม
สรุป กลัวลุงตู่เล่นต่อ? “อดีตบิ๊ก ศรภ.” ไหนว่า ปชช.หมดความนิยม ยก “ปม 8 ปี” จบแค่ 2 ทาง! “หมอวรงค์” ซัด พปชร.ทรยศประชาชน มี “ดีลพิเศษ” บังตาคนบางคน “ไพศาล” ชี้ “ชังชาติ-ชังเจ้า” เข้าทาง “พท.”

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (9 ส.ค. 65) พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า

“ทำไมต้องไล่ลุงตู่

ปัจจุบันไม่มีใครรู้อนาคตว่า เลือกตั้งครั้งใหม่นั้น ลุงตู่ จะกลับมาเป็นนายกฯได้อีกหรือเปล่า เพราะถ้าวิเคราะห์ตามคำทำนายของ ทั้งสื่อ ทั้งกลุ่มพลังต่างๆ รวมถึงโพลนิด้าเอง ก็ว่าลุงตู่ ตกยุคไปแล้ว ประชาชนหมดความนิยมไปแล้ว 3 ป. ก็แตกแยกกัน พรรค พปชร.ก็แตกออกหลายส่วน

ดังนั้น ตามคำทำนายต่างๆ จะเห็นได้ชัดเจนว่า ลุงตู่ไปไม่รอดแน่ ดังนั้น จะไปกลัวอะไรกับลุงตู่อีก

นอกจากนั้น ในแนวทางการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ถ้าลุงตู่มีสิทธิที่จะไปต่อไป ก็ต้องให้แกลงสมัครแข่งขัน เป็น ส.ส. ต่อไป (คราวนี้ลุงตู่ลงสมัครรับเลือกตั้งแน่นอน) จะไปขัดขวางไม่ได้ นอกจากนั้น กระแสข่าวที่ทุ่มเทกันออกมา ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนไม่เอาลุงตู่แล้ว แล้ว จะไปกีดขวาง ขู่เข็ญลุงตู่ให้เสียชื่อไปทำไม

การออกมาไล่ลุงตู่มากขึ้นๆ แบบนี้ ยิ่งแสดงให้เห็นว่า ทุกฝ่ายยังกลัวลุงตู่อยู่ จึงเท่ากับไปหาเสียงให้ลุงตู่ในทางอ้อม ทำอย่างนี้เมื่อไรลุงตู่จะได้ไปอยู่บ้านเฉยๆ ละครับ

ภาพ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ จากแฟ้ม
ส่วนเรื่อง 8 ปี ของลุงตู่ นับถึงวันไหนนั้น ผมยกข้อเขียนของ คุณสมชาย แสวงการ มาลงไว้ให้อ่านกัน เพื่อจะได้หาวิธีเคลื่อนไหวไล่ลุงตู่ ให้เข้าตา “ศาลรัฐธรรมนูญ” บ้าง

คุณสมชาย ว่า ความเห็นทางกฎหมายเป็นได้แค่ 2 ทาง คือ 1) แบบที่ 1 คือ นายกฯ ลุงตู่ พลเอก ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. ที่มาจากรัฐประหารและขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะ รัฏฐาธิปัตย์ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ตามมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. เมื่อ 24 ส.ค. 2557 ไม่อาจนับเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาตามกรอบมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ เพราะไม่ได้มาจากการเลือกกันในรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

แต่หากยังต้องนำบทเฉพาะกาล มาตรา 264 มานับวันที่ให้ ครม. ที่บริหารราชการแผ่นดินก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 ทำหน้าที่เป็น ครม.ได้ต่อไป ซึ่งรวมถึงนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ด้วย

ดังนั้น การนับครบ 8 ปีแบบนี้ จึงต้องนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับคือ 6 เม.ย. 2560 และนับตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264

นายกฯ ลุงตู่ จะครบ 8 ปี วันที่ 5 เม.ย. 2568

ส่วนแบบที่ 2 นับตามการได้รับเลือกและโปรดเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ต้องพิจารณาตามมาตรา 158 ทั้งมาตรา คือ นับตั้งแต่การเลือกในสภาและนับวันตั้งแต่โปรดเกล้าฯ 9 มิ.ย. 2562

นายกฯ ลุงตู่ จะครบ 8 ปี วันที่ 8 มิ.ย. 2570

ตรวจสอบข้อกฎหมายและเจตนารมณ์แล้ว

ความเห็นส่วนตัวผมจึงมีแค่ 2 ทางตามนี้เท่านั้น

ความเห็นทางกฎหมายมองต่างมุมกันได้ครับ

ขอสนับสนุนให้ฝ่ายอยากไล่ลุงไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้สิ้นกระแสความเถอะครับ

แต่ผลคำวินิจฉัยศาลออกมาเช่นไร ต้องยอมรับ อย่าตีรวนอีกนะจ๊ะ”

ภาพ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ขอบคุณข้อมูล-ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom
ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความระบุว่า
“#พลังประชารัฐทรยศประชาชน

ผมไม่แปลกใจ ถ้าพรรคเพื่อไทยจะหักการประชุมร่วมกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อนำไปสู่สภาล่มและหวังให้หาร 100 กลับมา

แต่การที่พรรคพลังประชารัฐ รวมทั้ง ส.ว.สายลุงป้อม นี่สิ ที่จะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย เพื่อให้องค์ประชุมร่วม วันที่ 10 สิงหาคมนี้ ล่ม ด้วยหวังคืนชีพหาร 100 นี่สิ คิดกันได้อย่างไร

สิ่งที่พวกท่านทำ ท่านก็เห็นไม่ใช่หรือ พรรคเพื่อไทยเจอหาร 500 ดิ้นจะเป็นจะตาย ด่าได้ทั้งวัน กระแสแลนด์สไลด์แผ่วทันที แต่กระนั้น เด็กอมมือยังรู้เลยว่า จะเกิดอะไรขึ้น

พรรคพลังประชารัฐ ท่านต้องยอมรับนะว่า พรรคนี้เป็นพรรคที่หนุน 3 ป. ที่ประชาชนให้โอกาสมาก เพราะวันนั้นไม่ต้องการให้ทักษิณกลับมาสร้างปัญหา

การที่พวกท่านร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย ท่านมองไม่ออกหรือว่า ประเทศจะกลับสู่ความวุ่นวาย ผมเชื่อว่าพวกท่านมองออก แต่อาจจะมีดีลพิเศษบังตาคนบางคน จนหลงลืมไป และเดินเข้าไปในเกมของเขา ที่วางเหยื่อล่อ จนเขากล้าประกาศแลนด์สไลด์อีก

ขอเตือนพวกท่านเป็นครั้งสุดท้าย การกระทำเหล่านี้ การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา การไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ในสภา การร่วมมือกับโจรปล้นชาติ สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่วิกฤตของประเทศในอนาคต

เท่ากับว่า พรรคพลังประชารัฐ กำลังทรยศต่อประชาชน วิญญาณของพี่น้อง กปปส. ที่เสียชีวิต เขาต้องสาปแช่งพวกท่านแน่นอน”

ภาพ นายไพศาล พืชมงคล ขอบคุณข้อมูล-ภาพจากสยามรัฐออนไลน์
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Paisal Puchmongkol ระบุว่า

“กลยุทธ์ “ชังชาติ-ชังเจ้า” มีแต่แพ้กับแพ้ และจะเป็นเหมือนการราดน้ำมันใส่กองไฟ ทำให้เพื่อไทยแลนด์สไลด์

1. กองเชียร์ลุงใช้ 2 กลยุทธ์ ในแนวรบสื่อและจิตวิทยามวลชน (io)

~ ยัดข้อหา แก่คนทั้งหลายที่มีความเห็นต่าง ว่า ชังชาติ-ชังเจ้า

~ แอบอ้างว่าเป็นผู้จงรักภักดีต่อสถาบันแต่ฝ่ายเดียว อ้างว่า การปกป้องนักการเมืองที่มีอำนาจก็คือการปกป้องสถาบัน!!!! (ยกตัวเสมอด้วยสถาบัน)

2. ยิ่งทำมาก ยิ่งนานมากเท่าใด ก็ “ยิ่งผลักใสประชาชนที่ไม่พอใจผู้มีอำนาจทางการเมือง ให้เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับสถาบันมากขึ้นเท่านั้น” ทั้งที่ “ความจริงแล้วประชาชนทั่วประเทศมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน แต่ไม่พอใจการรวบอำนาจผูกขาดและการคอร์รัปชัน และต้องการความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะคือรังเกียจ นักการเมืองขี้โกง”*****

3. ประชาชนรู้เท่าทันกลยุทธ์นี้ การใช้กลยุทธ์นี้ก็ใช้ไม่ได้ผล ประชาชนได้ร่วมกันให้บทเรียนสั่งสอนชัดเจน ตั้งแต่การเลือกตั้งเขต 9 หลักสี่ และการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานครแล้ว ถ้าไม่รีบเลิกกลยุทธ์นี้ ก็จะช่วยให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ควรจะทบทวนกลยุทธ์นี้ได้แล้ว!!! เพราะมีแต่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่สถาบัน ในขณะที่ปกป้องนักการเมืองที่มีอำนาจก็ไม่ได้ผลด้วย!!! ไม่เห็นหรือว่ากระแสความต้องการเปลี่ยนแปลงการเมืองที่รวบอำนาจ ผูกขาด และคอร์รัปชัน กำลังลุกลามเป็นไฟลามทุ่งอยู่ในขณะนี้”

แน่นอน, ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ความพยายามของ ส.ส.และ ส.ว.บางส่วน ต้องการให้สภาล่ม ซึ่งจะทำให้พิจารณากฎหมายเลือกตั้งไม่ทัน จนมีผลให้สูตรหาร 500 ต้องพลิกกลับไปใช้สูตรหาร 100 เหมือนเดิม ที่สำคัญ สูตรนี้เป็นที่ต้องการของ “ทักษิณ” และพรรคเพื่อไทย เพราะโอกาสที่จะชนะเลือกตั้งครั้งหน้าแบบแลนด์สไลด์ หรือถล่มทลาย มีความเป็นไปได้สูง

ประเด็นที่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะ ส.ส.- ส.ว.ที่เชื่อว่า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กุมบังเหียนได้ ต้องตอบ ก็คือ รับใบสั่งใครมาหรือไม่ และใบสั่งนั้นมี “ดีลพิเศษ” อย่างที่มีข่าวลือ และ ส.ส.บางคนก็ออกมาแฉจนหมดเปลือกว่า ใครดีลกับใครไปแล้ว

เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง อย่าว่าแต่ทรยศต่อประชาชนเลย แม้แต่เกียรติยศตัวเอง และศักดิ์ศรีก็ไม่มีอะไรเหลือ แถมยังไม่รู้ตัวด้วยว่า ที่ประชาชนเบื่อรัฐบาลประยุทธ์นั้น เพราะใครมากที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ อย่างนั้นหรือ?

ยิ่งกว่านั้น ถ้ามี “ดีล” กันจริง? ระวังจะกอดคอกันตาย เพราะประชาชนคงไม่ปล่อยให้คนที่เล่นการเมืองเพื่อตัวเองทั้งสองคนกลับเข้ามามีอำนาจได้อีก หรือแม้แต่ลูกหลาน คนในวงศ์ตระกูล หรือไม่จริง!?


กำลังโหลดความคิดเห็น