xs
xsm
sm
md
lg

ไฟเขียวโยกงบพัฒนา จ.ประจวบฯ ปี 63 ใช้หนี้คู่สัญญา ปมถูก สาวศาลากลาง อม 33 ล้าน เฉพาะงบสู้ภัยแล้ง 100 โครงการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดมติ “บอร์ดบริหารงบพัฒนาจังหวัด” หลัง “บิ๊กตู่” ไฟเขียว จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปลี่ยนแปลง งบพัฒนาจังหวัด จ่ายหนี้ กว่า 10 ล้าน ให้คู่สัญญาโครงการของรัฐ ที่จะครบสัญญา ปี 63-65 จากกรณี เจ้าหน้าที่รัฐ ยักยอกเงิน 33 ล้าน จากระบบกลาง GFMIS ไปเล่นพนันออนไลน์ ตะลึง! ส่วนใหญ่เป็นเงิน “พัฒนาจังหวัด” กว่า 100 รายการ แถมเป็น “งบกลาง” สู้ภัยแล้ง กว่า 90 โครงการ สั่ง “ล้อมคอก” ป้องกันซ้ำรอยจังหวัดอื่น

วันนี้ (7 มี.ค.) มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) และคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ครั้งที่ 1/2564 ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

พบว่า มีวาระเพื่อพิจารณา ที่น่าสนใจ ในเรื่องว่าด้วยการใช้งบประมาณเหลือจ่ายในการ “ชำระหนี้” ตามข้อผูกพันสัญญาค้างชำระหนี้ให้กับคู่สัญญาโครงการของรัฐ จากกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ “ปลอมแปลงรายมือชื่อ” สั่งจ่ายและเบิกเงินของทางราชการ ของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามแนวทางปฏิบัติของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564-2565 (เพิ่มเติม)

โดยที่ประชุมเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงบประมาณเหลือจ่ายโครงการ “เฉพาะรายการ” ตามแผนประจำปีของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปีงบ 2563 เพื่อชำระหนี้ตามข้อผูกพันสัญญาค้าง กับคู่สัญญาโครงการของรัฐ จากกรณีทุจริต เพื่อชำระหนี้ 10,925,203.87 บาท โดยให้ชำระหนี้ตามข้อผูกพันที่จะครบในปีงบ 2563-2565 วงเงิน 3,878,315 บาท โดยให้ตรวจสอบสัญญาทุกขั้นตอน และเห็นว่า กรณีนี้เป็นกรณีแรกที่เกิดขึ้น จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องใช้เป็นกรณีศึกษาเพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น

กรณีนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2563 สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตรวจสอบพบว่ามีการทุจริต ในระบบ GFMIS (งบประมาณภาครัฐ) จากเจ้าพนักงานวิชาการเงินและบัญชี ในสังกัด ได้นำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัวและเล่นการพนันออนไลน์ เป็นงบประมาณรวม 33,929,645 บาท ด้วยวิธีการปลอมลายมือชื่อหัวหน้าสำนักงานฯ ในการเบิกจ่าย โดยปรากฏตามสื่อต่างๆ จนนำไปสู่การดำเนินคดีและสอบสวนวินัยร้ายแรง

ล่าสุด ยังพบว่า นอกจากเจ้าพนักงานวิชาการเงินคนนี้แล้ว ยังมีผู้ร่วมขบวนการ คือ พนักงานราชการ และมารดาพนักงานราชการ ร่วมกระทำผิด โดยอัยการ ได้ส่งฟ้องเมื่อ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อ ก.ค. 2563 จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แจ้งขอโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเหลือจ่ายโครงการตามแผนประจำปีของจังหวัด ปีงบ 2563 เพื่อชำระหนี้ตามข้อผูกพันสัญญาค้างจากกรณีทุจริตเงินในครั้งนี้ เป็นหนี้ผูกพันสัญญาค้างชำระรวม 14,810,493.87 บาท ประกอบด้วยงบฯปฏิบัติราชการ 1 รายการ 93,000 บาท งบแก้ปัญหาภัยแล้ง 4 รายการ จำนวน 6,592,493.87 บาท เงินประกันสัญญาโครงการของจังหวัด ที่ครบกำหนดปีงบ 2560-2563 จำนวน 8,125,000 บาท

“ทั้ง 2 ก้อน ท้ายนี้ พบว่า เป็นเงินในโครงการพัฒนาจังหวัดกว่า 100 รายการ ตามแผนปฏิบัติราชการ 10 โครงการ วงเงิน 3,494,750 บาท และเงินแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนประชาชนจากภัยแล้ง จาก “งบกลาง” 90 โครงการ วงเงิน 4,630,250 บาท”

สำหรับ ประเด็นนี้ ก.บ.ภ.ไม่เคยมีหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติเมื่อมีข้าราชารทุจริต จึงถูกหยิบยกเข้าสู่ที่ประชุม “ทีมบูรณาการกลาง” ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี มีกระทรวงมหาดไทย ก.พ.ร. สภาพัฒน์ และ สำนักงบประมาณ ตรวจสอบ โดยเห็นว่า งบประมาณที่มีการทุจริตควรแยกพิจารณาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับงบประมาณ ตามแผนของ “งบพัฒนาจังหวัด และเงินฝากคงคลัง” ในกำกับ ก.บ.ภ.

ล่าสุด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ติดตามเงินคืนได้บางส่วน จากการอายัดบัญชีมารดาผู้ร่วมกระทำผิดและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว


กำลังโหลดความคิดเห็น...