xs
xsm
sm
md
lg

“พันธ์ยศ” โชว์ไอเดียสร้างระบบสุขภาวะใหม่ ป้องกันโควิด-19 ระบาดอีกระลอก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ (ขวา)
“พันธ์ยศ” โชว์ 4 ไอเดีย ดันแนวทาง “สุขภาพไทยดีทั่วหน้าตลอดไป” สร้างระบบสุขภาวะใหม่ ป้องกันโควิด-19 ระบาดอีกระลอก

วันนี้ (21 มิ.ย.) นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพเเละประธานสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย-จีน กล่าวว่า กรณีที่ ดร.เทดรอส อัดนอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก แถลงเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เรียกร้องทุกประเทศและทุกคนยังต้องระมัดระวังอย่างสูงสุด ขณะที่สถานการณ์โควิด-19 เข้าสู่ระยะใหม่และอันตราย จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ในวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มกว่า 1.5 แสนราย มากที่สุดในวันเดียวตั้งแต่เริ่มระบาด จำนวนนี้เกือบครึ่งอยู่ในกลุ่มประเทศอเมริกา กับอีกจำนวนมากในเอเชียใต้ และตะวันออกกลาง นั้น แสดงว่า โลกยังอยู่ในภาวะล็อกดาวน์อีกอย่างน้อย 2 ปี

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า ตนได้รับการติดต่อจากประชาสังคมหลายภาคส่วนในการขอรับบริจาคผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาวะ อาทิ เจลล้างมือ, ถุงมือยาง เเละหน้ากากอนามัย ซึ่งตนผลิตและจำหน่ายอยู่ นอกจากนี้ ยังมีผู้สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย หน้ากากอนามัย ถุงมืออนามัย และเจลล้างมือที่ไปเสริมรายได้ให้บางครอบครัว ซึ่งตนพร้อมช่วยเหลือทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ เพราะมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่และตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้นที่จะทำงานสังคมทางด้านนี้อยู่แล้ว

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า เสียงสะท้อนเกี่ยวกับสุขภาวะของสังคมไทยในช่วงนี้เเละหลังไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดมาตรฐานใหม่ในการดำรงชีวิต และการรักษาความปลอดภัยให้กับสุขภาพของ คนในสังคม นั่นเท่ากับว่า ภาวะ New Normal นั้น ทุกฝ่ายต้องมีการปรับตัวใหม่อย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้น กระเเสสุขภาวะของคนในสังคมวันนี้เเละวันหน้านั้นเราต้องร่วมวางนโยบายการอยู่ร่วมกันเป็นวาระหลักของประเทศ

นายพันธ์ยศ กล่าวว่า วาระหลักนั้นมีสาระสำคัญว่า “สุขภาพไทยดีทั่วหน้าตลอดไป“ โดยต้องจัดระบบสาธารณสุขใหม่ทั้งระบบรวมทั้งการดูแลบุคลากรและงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการใหม่ด้านสุขภาวะ ที่เป็นการวางแผนรองรับระบบสุขภาพคนไทยรอบใหม่ โดยตนขอเสนอแนวคิดต่อสังคมในเรื่องดังกล่าว คือ 1. สร้างระบบธุรกิจสุขภาวะใหม่เพราะกระแสโลกวันนี้จะยึดโมเดลนี้แทนการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยวแล้ว สังคมจะเน้นการรักษาและป้องกันตัวเองในระบบสุขภาวะ ทุกธุรกิจและการจ้างงานปรับตัวใหม่ทั้งระบบ การสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจและยอมรับ จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งตรงนี้ต้องส่งเสริมทั้งภูมิปัญญาดั้งเดิมเเละนวัตกรรมใหม่ๅเพื่อสร้างแรงจูงใจและอาชีพใหม่แบบยั่งยืนโดยใช้งบประมาณจากภาษีบาปและการลดหย่อนภาษีจากการบริจาคของสังคมปีละ 3,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมต่อยอดแบบยั่งยืน

2. สร้างนักเรียนเเพทย์ 3 คนต่อ 1 อำเภอ โดยให้ทุนเรียนดีและทุนยากจนกับโรงเรียนต่างๆ ใน 1 อำเภอ เมื่อสำเร็จการศึกษา 1 อำเภอ จะมีแพทย์ท้องถิ่นสามคนมาทำงานใช้ทุนห้าปี ในอำเภอนั้นๆ โดยทุนนี้มาจากภาษีท้องถิ่นด้านสาธารณสุข ภาษีสุราและยาสูบ และการบริจาคของคนในอำเภอนั้นๆ ที่ลดหย่อนภาษีประจำปีได้ตรงนี้จะสร้างแรงจูงใจนักเรียนในพื้นที่ว่าค่าเล่าเรียนนี้มาจากทุนของประชาชนในอำเภอนั้นๆ และต้องตอบแทนพื้นที่จากการที่ชุมชนร่วมสร้างคนพื้นถิ่นที่มีคุณภาพด้วยน้ำใจของคนในพื้นที่

3. การจัดงบศึกษาโรคระบาดและโรคอุบัติใหม่ให้สภาการวิจัยแห่งชาติเพิ่มปีละ 1,000 ล้านบาท เป็นการเฉพาะโดยมาจากการเก็บภาษีในสุราและยาสูบและการบริจาคของประชาชนที่ลดหย่อนภาษีประจำปีได้

และ 4. การบริจาคเพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีของคนไทยทุกหมู่บ้าน โดยจัดเก็บภาษีจากภาษีบาปแล้วนำไปดูแล อสม.เเละเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหมู่บ้านเเละตำบล เดือนละ 300 บาท/คน เพื่อตรวจสุขภาพเเละสถิติประชากรในพื้นที่ทุกเดือนและรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเเบบอัปเดตเพื่อเก็บเป็น Big Data ของประเทศต่อไป

นายพันธ์ยศ กล่าวด้วยว่า แนวความคิดที่แนะนำต่างๆ นี้ เป็นเพียงการเริ่มต้นในการจัดสรรงบประมาณ เพื่อสร้างระบบสุขภาวะใหม่ของคนไทย ซึ่งหากมีระบบสุขภาวะที่ดี ตนมั่นใจว่า ทำให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมาประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี จึงควรที่จะนำจุดแข็งตรงนี้มาต่อยอด ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

“หวังว่าแนวคิดของผมที่รับเสียงสะท้อนมานี้ สังคมจะรับรู้เเละช่วยสะท้อนเเนวคิดออกมาร่วมกัน สร้างระบบสุขภาวะใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพราะการที่ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและมีความสุข จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีของประเทศไทย” นายพันธ์ยศ กล่าว


กำลังโหลดความคิดเห็น...