xs
xsm
sm
md
lg

“ปดิพัทธ์ ก้าวไกล” ชี้ ฟื้นฟูประเทศต้องตอบโจทย์ 3 ด้าน จี้ตั้ง กมธ.วิฯ สอบใช้เงินกู้แก้โควิด-19

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล
ส.ส.พิษณุโลก ก้าวไกล อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน จี้เตรียมรับมือโควิด-19 ระบาดระลอก 2 จัดสรรงบไม่ให้เหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูประเทศสร้างงานดีและมั่นคง ตอบโจทย์ 3 ด้าน เป็นผู้ซื้อและฟูมฟัก ก่อนโยงต้องปฏิรูปการเมือง-ราชการ มี รธน.ประชาชน ยันหนุนกู้ แต่ไม่ไว้ใจให้รัฐบาลชุดนี้ทำโดยปราศจากการตรวจสอบ ชวนหนุนตั้ง กมธ.วิฯ สอบงบ

วันนี้ (29 พ.ค.) ที่อาคารรัฐสภา การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระพิจารณาร่าง พ.ร.ก.เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาโรคโควิด-19 วันที่ 3 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายว่า ไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมพร้อมรับมือการระบาดระลอกที่ 2 ต้องพิจารณาแก้ระบบคิดการจัดสรรงบประมาณใหม่ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเดิม และไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสาธารณสุข แผนฟื้นฟูประเทศต้องดูเรื่องการตกงานด้วย คนตกงานกว่า 7 ล้านคน มี 4 ล้านคนกลับชนบท แต่เจอปัญหาภัยแล้งที่ทุ่มงบไป แต่ไม่เคยแก้ได้ ปัญหาการไม่มีที่ดินทำกิน ซึ่งขายไปหมดแล้ว และในรอบการผลิตครั้งต่อไป ต้องเจอปัญหาผลผลิตเกษตรล้นตลาด ราคาตกต่ำ ส่งออกไม่ได้

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องฟื้นฟูประเทศโดยการสร้างงานที่ดีและมั่นคงให้ประชาชนเท่านั้น และต้องตอบโจทย์ 3 ด้าน คือ 1. งานที่ฟื้นฟูและเสริมสร้างศักยภาพประเทศ 2. งานที่แก้ไขปัญหาเรื้อรังของประเทศ และ 3. งานที่ตอบโจทย์ความท้าทายในระดับโลก แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนโครงสร้างที่มาอำนาจการเมือง และโครงสร้างรัฐราชการที่ส่งมอบนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลจะต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สร้างงาน เช่น ทำความสะอาดสถานที่ท่องเทียวต่างๆ เป็นต้น ต้องเป็นผู้ซื้อและฟูมฟัก เช่น การผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างเครื่องช่วยหายใจ และฟูมฟักด้วยมาตรการช่วยเหลือทางภาษี ร่วมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ร่วมทดสอบ รับรองและออกใบอนุญาตให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ

ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ตนขอยกตัวอย่างโครงการประเภทการรักษาตัว พักฟื้นในไทย มีการแพทย์และการบริการที่ดีระดับโลก ที่ผ่านมา ตัวเลขการท่องเที่ยวไทยพึ่งพาจีนเป็นหลักประเทศเดียว เมื่อเกิดวิกฤตจึงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่กลุ่มที่มาจากสแกนดิเนเวียอยู่ที่ไทยนาน และมีค่าใช้จ่ายสูง อาจต้องคิดถึง รวมถึงการเติบโตของกลุ่มประเทศ CLMV แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น แต่มีการใช้จ่ายสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ อย่าไปมองแบบในอดีตว่า ประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นยากจนด้อยพัฒนา เพราะในแต่ละวันที่ประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม มีแต่ประเทศเราที่หยุดกาลเวลาไว้ และไม่มีอะไรก้าวหน้า

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า โจทย์ในการสร้างงาน 3 เรื่อง จะทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องปฏิรูปการเมืองโดยรัฐธรรมนูญต้องมีที่มาจากประชาชน โครงสร้างการบริหาร ได้แก่ รัฐบาล รัฐสภา องค์กรอิสระ และอำนาจที่ออกมาจากรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ไม่มีทางที่จะฟื้นฟูประเทศได้ ต้องปฏิรูประบบราชการ คืนงบ อำนาจ คนให้ท้องถิ่น และถ้าระบบราชการรวมศูนย์ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น และยังปล่อยให้ข้าราชการประจำ กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจล้นฟ้าแบบนี้ โครงการต่างๆ ไม่มีทางยึดโยงกับประชาชน เป็นเพียงของราชการ ปัดฝุ่นทำเพื่อให้มีตัวชี้วัดประเมินผล เป็นผลงานรายงานนายของจังหวัดเท่านั้นเอง

“พรรคก้าวไกลเห็นด้วยว่าจำเป็นที่จะต้องกู้เงินมาเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูประเทศแน่นอน แต่ผมไม่สามารถไว้ใจรัฐบาลชุดนี้ให้ดำเนินการโดยปราศจากการตรวจสอบได้ รัฐบาลได้แสดงฝีมือไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว และประชาชนทุกคนรับทราบแล้ว ว่า งบประมาณมหาศาลขนาดนี้ ปราศจากการตรวจสอบ และการมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ได้ เงิน 1 ล้านล้านนี้ จะกลายเป็นโอกาสหรือหายนะของประเทศไทย เราทุกคนในห้องนี้ต้องรับผิดชอบ และเราสามารถทำเรื่องนี้ให้ดีขึ้นด้วยกันได้ ด้วยการสนับสนุนการตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนเจ้านายของพวกเรา” นายปดิพัทธ์ กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...