xs
xsm
sm
md
lg

“ลุง”คึกจัดได้เสียงหนุนเพิ่มมั่นใจเรือเหล็กไม่จม !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา




หากสังเกตอาการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในเวลานี้จะเห็นว่ามีความมั่นอกมั่นใจและมีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แม้ว่าที่ผ่านมาจะต้องเจอกับภาวะต้องลุ้นกันตลอดเวลาก็ตาม แต่นาทีนี้ถือว่าบรรยากาศเริ่มเป็นใจและมีแนวโน้มคลี่คลายไปในทางบวกมากขึ้นกว่าเดิม อย่างน้อยก็ในแง่ของเสถียรภาพของรัฐบาลผสมเกือบ 20 พรรคของเขา

รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำของเขา ที่มีเสียงก่ำกึ่งกับฝ่ายค้านทำให้การลงมติแต่ละครั้งต้องลุ้นกันทุกนาที และมีหลายครั้งที่ฝ่ายรัฐบาลพ่ายแพ้เสียงโหวต หรือต้องพ่ายเกมในสภาจนทำให้ไม่ครบองค์ประชุมหรือทำให้สภาต้องล่มลงหลายครั้ง ดังที่เห็นกันอยู่ตำตา แม้ว่าสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะสาเหตุมาจากฝ่ายรัฐบาลที่ควบคุมเสียงกันยังไม่ดีพอ มีการขาดประชุมจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ถึงอย่างไรโดยรวมแล้วก็เป็นเพราะมีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลมี “เสียงปริ่มน้ำ” นั่นเอง

ขณะเดียวกันด้วยภาวะแบบนี้มันก็ยิ่งเอื้อให้เกิดการ “ต่อรอง” กดดันได้ตลอดเวลา เพราะทุกเสียงถือว่ามีความหมายทำให้ต้องประสานงานและเอาอกเอาใจอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลผ่านเรื่องสำคัญเพียงไม่กี่เรื่อง หลักๆก็จะมีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในขั้นรับหลักการวาระแรกไปแล้วซึ่งถือว่ารอดมาได้ แต่ยังต้องเจอกับวาระสองสามในต้นปีหน้า ที่ต้องลุ้นกันอีกรอบหากแพ้ก็จบเห่
 
เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีทางเลือกอยู่แค่สองทางไม่ยุบสภาก็ต้องลาออกเท่านั้น

อย่างไรก็ดีศึกใหญ่ที่ตั้งเค้ารออยู่ตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไปก็คือต้องเจอกับ “ศึกซักฟอก” ที่ฝ่ายค้านได้เตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเอาไว้แล้ว และเป้าหมายหลักก็น่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมไปถึงรัฐมนตรีอื่นๆอีกบางคน ซึ่งศึกซักฟอกดังกล่าวถือว่าเป็นศึกใหญ่สำหรับรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำแบบนี้

แม้ว่าที่ผ่านมาหากพิจารณาจากผลงานและความผิดพลาดของรัฐบาล หรือรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลแล้วตามความเป็นจริงแล้วยังไม่ได้มีความผิด หรือบกพร่องร้ายแรงจนถึงขั้นที่ต้องยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ตาม แต่ถึงอย่างไรในเมื่อสภาพของรัฐบาลผสมที่มีเสียงปริ่มน้ำดังกล่าวมันก็ต้องถูก “ลองของ” ได้ตลอดเวลา เพื่อหวังให้เกิดพลาดพลั้งหรืออาจทำให้ “สะดุดขา” ตัวเองล้มลง

ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งในขณะที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ ก็ต้องพยายามรวบรวมเสียงให้เป็นเอกภาพอยู่ตลอดเวลา ต้องมีการกำชับการทำหน้าที่ควบคุมเสียงของฝ่ายวิปรัฐบาลไม่ให้ตกหล่นกันอย่างเต็มที่ ซึ่งมาพร้อมๆกับการข่าวคราวการขอความช่วยเหลือจากบรรดา “งูเห่า” จากพรรคฝ่ายค้านเข้ามาเติมเต็มเสี่ยงที่มีความเสี่ยง และที่ผ่านมาก็เกิดปรากฏการณ์ที่ว่านี้ขึ้นมาหลายครั้ง

แม้จะมีข้อครหาในเรื่องการ “แจกกล้วย” แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ อีกทั้งเหตุผลของการโหวตสนับสนุนกฎหมายหรือญัตติของฝ่ายรัฐบาลบางครั้งมันก็สามารถอธิบายได้ เช่นในร่างพระราชกำหนดโอนย้ายอัตรากำลังพลฯนั้นก็มีฝ่ายค้านหลายคนโหวตสนับสนุนด้วยเหตุผลที่อ้างว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเกี่ยวข้องและเป็นพระราชประสงค์ทำให้ ส.ส.หลายคนให้การสนับสนุน กลายเป็นฝ่ายค้านบางพรรคเสียอีกที่คัดค้านว่ามีเจตนาแบบกันแน่ อย่าง เช่น พรรคอนาคตใหม่ที่ทั้งอภิปรายและโหวตคัดค้านอย่างเต็มที่

แต่ที่น่าจับตาก็คือกรณีญัตติที่ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ทำให้ฝ่ายรัฐบาลพ่ายแพ้การโหวต และทำให้สภาล่มถึงสองครั้ง และกลายมาเป็นกรณี “งูเห่า” จนมีการขับ 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ออกจากพรรค และล่าสุด ส.ส.เหล่านี้ก็กำลังจะเข้ามาสังกัดพรรคร่วมรัฐบาล แม้ว่าจะกระจายกันไปสองสามพรรคแต่ก็ล้วนแล้วแต่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เป็นการเพิ่มเสียงให้กับฝ่ายรัฐบาล

และก่อนหน้านี้หากจำกันได้บรรดา ส.ส.จากพรรคเศรษฐกิจใหม่อย่างน้อย 4 คนก็โหวตสนับสนุนองค์ประชุมฝ่ายรัฐบาลจนสามารถล้มญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญผลกระทบจากมาตรา 44 ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่าพร้อมร่วมงานกับฝ่ายรัฐบาล
 
ดังนั้นเมื่อรวมเสียง ส.ส.เหล่านี้เท่าที่เห็นก็รวมกันอย่างน้อย 8 เสียงเพิ่มความมั่นคงให้กับรัฐบาลได้มากขึ้น

ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจากบรรยากาศนอกสภาหลายอย่างก็ยังเป็นใจ แม้จะยังมีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจ แต่หากอธิบายให้เข้าใจว่ามันเป็นผลกระทบจากทั่วโลกอันมีสาเหตุมาจากสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ แต่แนวโน้มเริ่มคลี่คลายเมื่อทั้งสองฝ่ายเริ่มเจรจาตกลงกันได้เหมือนกับการ “หยุดยิง”ชั่วคราวก็ทำให้หลายฝ่ายใจชื้นขึ้น และสำหรับไทยเมื่อพระราชบัญญัติงบประมาณปี 63 ผ่านสภาในต้นปีหน้าการเบิกจ่ายก็ลื่นไหล การอัดฉีดก็ทำได้เต็มที่ และจะว่าไปแล้วราคาสินค้าเกษตรหลักๆหลายตัวก็ยังถือว่าราคาดี เช่น ปาล์ม ข้าว จากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลมันก็ถือว่ายังมีการกระจายจากระดับล่างขึ้นมาพอสมควร

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากภาพรวมๆดังกล่าวทั้งหมดแล้ว แม้ว่าในปีหน้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องเจอกับภาวะศึกหนักแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่ฝ่ายตรงข้ามจะต้อง “เร่งเกม”ให้หนักขึ้น แรงขึ้นก็ตาม แต่ด้วยศักยภาพความพร้อมของเครือข่าย “3 ป.” ประกอบกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ยังไม่ใครอยากเป็นฝ่ายค้านหรืออยากเลือกตั้งใหม่ก่อนกำหนด อีกทั้งยังมองไม่เห็นใครที่โดดเด่นเท่ากับ “ลุง” ในช่วงเวลานี้
 
หากให้สรุปอีกทีก็ต้องย้ำว่าในปีหน้าแม้จะหนัก แต่ก็เอาอยู่ และนี่ก็คือคำตอบว่าทำไมเขาถึงได้คึกนัก เพราะมั่นใจเต็มที่นี่เอง !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...