xs
xsm
sm
md
lg

อนาคตใหม่พ่ายเลือกซ่อมพา “ธนาธร” สติแตก!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เมืองไทย 360 องศา





ทราบกันไปแล้วว่าผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่พ่ายแพ้ นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนา โดยพ่ายแพ้ไปร่วม 9 พันคะแนน ขณะเดียวกัน ผลจากการเลือกตั้งซ่อมดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อพรรคอนาคตใหม่ในแบบที่ส่อให่เห็นว่าจะขยายวงกว้างขึ้นกว่าเดิม

โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากท่าทีและแนวทางการบริหารจัดการภายในพรรคของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ หลังจากนั้น โดยเฉพาะเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องปัญหาภายในพรรคความหวังใหม่จากกรณีที่มี ส.ส.โหวตสวนมติพรรคในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ ธนาธร ใช้คำพูดที่เหมือนกับสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกภายในออกมาบางอย่างโดยเชื่อมโยงกับผลการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐม

“ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าสองหม่นแปดพันเสียง (คะแนนโหวตที่ผู้สมัครได้รับ) ที่นครปฐมเป็นเหล็กเนื้อดี เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า 70 ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่เป็นเนื้อดี การเดินทางและสถานการณ์จะทำให้เหล็กของเรากล้าแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นมีแต่ความภาคภูมิใจ จึงไม่มีความกังวลใจอะไร”

“ยังมองไม่เห็นว่าเป็นขาลงอย่างไร แต่เราไม่ได้ตกใจ อย่าลืมว่าพรรคอนาคตใหม่เข้ามาด้วยระยะเวลาที่สั้นขนาดนี้ ทำให้เราไม่สามารถคัดกรองบุคลากรที่มีความคิดความฝันเหมือนกับพรรค ถือเป็นเนื้อเหล็กที่ดีที่ไม่มีสนิม ต่อให้เขาซื้อพวกเราทั้งหมด แต่เขาซื้อปิยบุตร (แสงกนกกุล) กับ ธนาธร ไม่ได้ แม้จะเหลือแค่เราสองคน เราก็จะเดินหน้าต่อและทำงานการเมืองเพื่อให้ได้สังคมตามที่เราฝันไว้” คำพูดของธนาธร เมื่อถูกถามในเรื่องขาลงหรือไม่ หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงหาเสียงมีการกล่าวเขาชี้ให้เห็นว่าเป็นการวัดพลังความนิยมหรือความสนับสนุนของประชาชนระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล หรือการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐมจะเป็นโดมิโนล้มรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ ที่ผ่านมาระหว่างที่มีการพิจารณาร่างพระราชกำหนดอันตรากำลังพลฯ และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ปรากฏว่ามี ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่จำนวน 3-4 คนที่โหวตสวนมติพรรค โดยมีบางคนถูกสอบสวน และบอยคอตห้ามร่วมกิจกรรมพรรคเป็นการชั่วคราว ที่สำคัญบรรดา ส.ส.เหล่านี้ถูกกล่าวหาและตั้งข้อสงสัยว่า เป็น “งูเห่า”

แต่ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากอีกแง่มุมเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งจากบรรดาที่สะท้อนออกมาจากพวก ส.ส.ของพรรคบางคนที่แสดงความไม่พอใจแนวทางการบริหารพรรคของระดับหัวหน้าพรรคคือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และเลขาธิการพรรค ที่กล่าวหาว่ามีการบริหารแบบรวบอำนาจ มีความเป็นเผด็จการไม่รับฟังปัญหาของ ส.ส.และสมาชิกพรรคที่สะท้อนปัญหาเข้ามา โดยเฉพาะในกรณีของ ส.ส.จันทบุรี ที่ระบุว่ามีปัญหาขัดแย้งกันในเรื่องส่งผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทรบุรี ที่ ส.ส.ของพรรคไม่ต้องการให้พรรคส่งผู้สมัคร เพื่อความเป็นเอกภาพและรักษาฐานเสียงในพื้นที่เอาไว้ แต่ทางหัวหน้าพรรค คือ ธนาธร และ ปิยบุตร มีความเห็นแย้งจนตกลงกันไม่ได้ รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีปัญหาความขัดแย้งกับบรรดาอดีตผู้มัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ที่พวกเขามองว่าถูกทอดทิ้งไม่ได้รับความสำคัญหรือไม่ได้รับความสนับสนุนให้ทำกิจกรรมทางการเมืองเท่าที่ควร เช่น การดำรงตำแน่งทางการเมือง ที่ส่วนใหญ่มักจะกระจุกอยู่กับคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่เป็นคนใกล้ชิด หรือมีคนจากกลุ่มบริษัทไทยซัมมิทฯของหัวหน้าพรรคที่มีบริหารจัดการภายในพรรคและสขาพรรคในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นสิ่งที่คนพวกนี้สะท้อนออกมา พร้อมทั้งมีการเคลื่อนไหวโดยอ้างว่าจะมีการพร้อมใจกันยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคพร้อมกันนับร้อยคนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

หรือก่อนหน้านี้ก็มีข่าวคราวการเปิดโปงในเรื่องการสร้างภาพทางการเมืองที่เห็นชัดก็คือมีการกล่าวหาการจัดเวทีดีเบทเพื่อหยั่งเสียงหาผู้สมัครรับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นที่กำลังจะมาถึง ที่มีปัญหาก็คือที่จังหัดนนทบุรี หรือแม้แต่ที่จังหวัดนครปฐมก่อนหน้านี้ไม่นาน จนเป็นข่าวคราวอยู่เป็นระยะ

ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากคำพูดของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ข้างต้น ที่ย้ำในทำนองว่า แม้ว่า “จะถูกซื้อหมดทั้งพรรค แต่ก็ยังเหลือ ธนาธร กับ ปิยบุตร ก็ยังสู้และทำตามฝันทางการเมืองต่อไป” และระบุว่าที่ผ่านมาด้วยเวลาที่จำกัดทำให้ไม่มีเวลาคัดกรองสมาชิกพรรค” อะไรประมาณนั้น ความหมายก็คือ พวกเขามองว่า มี “งูเห่า” ที่เหมือนกับว่าถูกซื้อตัว และเมื่อฟังจากคำพูดข้างต้นทำให้มองเห็นว่าเขาไม่แคร์สมาชิกพรรคและ ส.ส.ของพรรค ยังมีท่าทีที่แข็งกร้าว ไม่ต่างจากเจ้าของพรรค

ด้วยท่าทีแข็งกร้าวแบบนี้ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อาจเป็นเพราะกำลังเผชิญกับปัญหาหลายอย่างที่กำลังรุมเร้า ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใหญ่ชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของเขาทั้งสิ้น และล่าสุดต้องมาเจอกับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งซ่อมที่นครปฐมแบบหมดรูป มันก็เหมือนกับทำให้เขาต้องสติแตก ไม่เห็นหัวคนอื่นจนทำให้เสี่ยงเหมือนกันว่าในวันข้างหน้าพรรคอนาคตใหม่อาจจะเหลือแค่ 2 คนตามที่พูดก็ได้!


กำลังโหลดความคิดเห็น...