xs
xsm
sm
md
lg

แฉระบบศักดินาอนาคตใหม่ ก๊วนเพื่อน “เอก-ป๊อก” ชนชั้นสูงพรรค ผู้แพ้ถูกมองเป็นขยะ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายชาญวิทย์ ใจสว่าง อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 พรรคอนาคตใหม่ (แฟ้มภาพ)
“ชาญวิทย์” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร อนาคตใหม่ แฉมองผู้แพ้เป็นขยะ ปูดระบบศักดินาพรรค แบ่ง 3 กลุ่ม เพื่อน “ธนาธร-ปิยบุตร”, ปาร์ตี้ลิสต์ และพวกสอบตก อ้างทุกคะแนนมาจากคนคลั่ง “ธนาธร” ปูดเพื่อนชนชั้นสูงพรรคได้เป็น ผช.ส.ส.และผู้เชี่ยวชาญ เพียบ แต่ถูกบีบให้ปันเงินเข้าพรรค 10-30% ถามนี่หรือธรรมาภิบาลขั้นสูง ไม่เห็นเชื่อมโยงกระจายอำนาจ หยันอภิปรายงบเหมือน นศ.เสนอรายงานหน้าชั้น นั่งเทียนวิเคราะห์ปฏิบัติจริงไม่ได้ ซัดโกหก เคยแจ้งฟันโกงไม่ได้ ชี้ ถ้าไม่จริงคงไม่มีกระแสคนส่อลาออกเป็นร้อย

วันนี้ (22 ต.ค.) เครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก Chanwit Jaisawang ของ นายชาญวิทย์ ใจสว่าง อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 ชุมพร พรรคอนาคตใหม่ ได้เขียนข้อความถึงปัญหาภายในพรรค โดยระบุว่า พรรคอนาคตใหม่โกหกหน้าตาย ต้องตอบโต้กันบ้าง เมื่อไม่เห็นหัวกัน โดยเฉพาะคำเหยียดหยาม มองผู้แพ้ เป็นแค่ขยะของพรรค ตนเป็นผู้แพ้ ตนจึงเป็นขยะของพรรคด้วยคนหนึ่ง หลังเลือกตั้งมาย่ำยีผู้แพ้มาพอสมควรแล้ว แบ่งระดับ ส.ส. ออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มเพื่อนหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ก้อนหนึ่ง เป็นชนชั้นสูง จบนอก แนวคิดประเสริฐกว่าใครในไทยนี้ มีอำนาจเหนือ ส.ส. และผู้แพ้ทั้งหมด ปกครองเด็ดขาด โต้แย้งและเสนอแนะอะไรไม่ได้ ไม่คุย ไม่รับฟัง ส.ส. และผู้แพ้ ในตำแหน่งตลาดล่างทุกกรณี กลุ่ม 2 คือ ส.ส. สอบได้ ก็คือ บัญชีรายชื่อ ที่เป็นคนใกล้ชิดและสนิทกับกลุ่มชั้นสูงเท่านั้น จึงได้ลง ส่วนคนนอกที่ได้ ส.ส. เขตเข้ามา หืออือ ไม่ได้ กลุ่ม 3 คือ ผู้แพ้ทั้งหมด 320 เขต เล็ดลอดไปเป็นผู้ช่วยบ้าง ไม่กี่คน กลุ่มนี้ คือ ขยะ ในมุมมองของพรรค

“ลักษณะนี้ ถ้าผู้อื่น ไม่รู้สึกเช่นผม ก็คงไม่เกิดการรวมตัวลาออกจากพรรค เป็นร้อยคนหรอก” นายชาญวิทย์ ระบุุ

นายชาญวิทย์ ระบุว่า ที่ถูกตีตราต่ำแบบนี้ เพราะสื่อสารกันในพรรคบอกให้ทุกคนทราบว่า ทุกคะแนนที่ได้ เป็นเพราะคนคลั่ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ไม่ใช่ความสามารถของผู้สมัครเลย จึงอย่ามาต่อรอง เลือกตั้งแล้วก็ขาดกัน เรื่องนี้เป็นเหตุผลประกอบ ใช่ไหม ที่ทำให้การแต่งตั้ง ผู้ช่วย ส.ส. และผู้เชี่ยวชาญ เป็นเพื่อนของกลุ่มคนชั้นสูงทั้งหมด รวมทั้งพนักงานและเจ้าหน้าที่ของพรรค ได้รับไปทั้งหมด นี่หรือ คุณธรรม ธรรมาภิบาลขั้นสูง จัดสรรกันแบบนี้ ใช่ไหม ที่บอกว่ายึดโยงประชาชน กลุ่มชนชั้นบนในพรรค ที่ทำงานในกรุงเทพฯ คือตัวแทนประชาชน ในต่างจังหวัดแล้ว ใช่ไหม ตนไม่เห็นความเชื่อมโยง การกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น ดั่งที่พรรคอยากให้รัฐบาลทำเลย

อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ระบุต่อว่า ฟังอภิปรายงบปี 63 รับรู้ได้จากคนเล่นการเมืองด้วยกันว่า รู้ไม่จริง ไม่มีตัวแทนจากพื้นที่เข้าไปร่วมทำงานด้วย นั่งสุมหัวกันในกรุงเทพฯ ในพรรค วิเคราะห์ไปเรื่อย หาได้รู้จักระบบราชการของไทยอย่างแท้จริงเลย โชว์ power point สวยๆ เหมือนแค่ดูนักศึกษาเสนอรายงานหน้าห้องเก็บคะแนนรายงาน 10 คะแนนเท่านั้น โดยเฉพาะข้อเสนอแนะในแต่ละด้าน ถ้าเรียนหนังสือ ยังไงก็ให้ผ่าน แต่นี่คือสภา ผู้แทนประชาชน กินเงินภาษีจริงจากประชาชน ระบบทั้งประเทศเคลื่อนกำลังด้วยการบริหารจัดการตรงนี้ แต่ได้แค่เสนอรายการส่งอาจารย์เก็บคะแนนปลายเทอม นำไปใช้ปฏิบัติไม่ได้ เพราะนั่งเทียนวิเคราะห์กันเองในพรรค เหมือนทำรายงานส่งอาจารย์ ที่ไม่ต้องการความผิดถูกจริง ในการบริหารจัดการ

“คนในด้วยกัน ย่อมดูออก การนำเสนอ ถูกกลุ่มชนชั้นบน เลือกแบบเจาะจง ให้พูด เพื่อใช้พื้นที่แจ้งเกิดสำหรับคนบางคน โดยกีดกันความเป็น ส.ส. ที่มีอัตลักษณ์ของตัวเองไม่ให้แสดงบทบาท อภิปรายทั้งหมดของกลุ่มนักศึกษา พรรคอนาคตใหม่ ในห้องเรียนสภา รวมกันหมดแล้ว ไม่เท่ากับ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคเพื่อไทย บรรยายสรุปคนเดียว 20 นาที” อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ระบุ

นายชาญวิทย์ ระบุอีกว่า ที่กล่าวว่า ส.ส.พรรค ไม่มีความขัดแย้ง ยังทำงานกันได้อย่างปกติ เป็น ส.ส. กันไม่ถึงปี โกหกกันคล่องปากแล้วหรือ ปัญหาโกงกินเงินสนับสนุนพรรค ตามสาขาต่างๆ ลุกลามไปทุกสาขาแล้ว ยังติดต่อให้ไปจัดการไม่ได้เลย มันไม่ขัดแย้งอย่างไร หรือเพราะคนของชนชั้นบนของพรรค ควบคุมอยู่ จึงปล่อยไว้แบบนี้ ส.ส. งูเห่า ถ้าเกิดขึ้นจริง อย่าไปประณามเขาเลย กลุ่มชนชั้นสูง บีบเขาให้สละเงินเดือน บีบผู้ช่วย ส.ส. และผู้เชี่ยวชาญ ให้ปันเงินเดือนเข้าพรรค 10-20% และมี ผู้ช่วย ส.ส. บางจังหวัด 30% ลำพังเงินเดือนเต็มเขา กับการทำงานก็ตึงๆ เสมอตัวอยู่แล้ว แต่ไปบีบให้เขาลำบากแบบนี้ ใครไม่พอใจ ให้ออกไป

“กลุ่มท่านติดลมบนแล้ว สังคมย่อมเชื่อ ท่านมากกว่า ไม่เป็นไร พวกเรา ขยะ ถ้าไม่มีความจริงเลย คงไม่เกิดกระแสลาออกยกพรรคเป็นร้อยหรอก เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่อยู่ข้างในจริงๆ ไม่รู้หรอก เหมือน พนักงานในบริษัท ย่อมมองเห็น ใครคบใคร ใครขัดแย้งกับใคร ใครหักหลังใคร เป็นธรรมดา กรรมการผู้จัดการ นานๆเข้า ย่อมมองไม่เห็นลักษณะแบบนี้ ฉันใด คนภายนอก ย่อมมองไม่เห็นข้างในพรรคฉันนั้น” นายชาญวิทย์ ระบุปิดท้าย


กำลังโหลดความคิดเห็น...